บทความสุขภาพ
สิว (Аcne) : อาการ สาเหตุ การรักษา

สิว (Аcne) : อาการ สาเหตุ การรักษา

19.08
55
0

สิว (Аcne) เกิดจากอะไร การเกิดสิวนั้นส่วนใหญ่แล้วสิวจะเกิดจากการอุดตันของผิวหนังบริเวณรูขุมขนที่ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้เกิดการอุดตันเกิดเป็นหัวสิว หรือบางกรณีที่มีการอักเสบจากแบคทีเรียในต่อมไขมัน มักพบในคนที่มีผิวมัน แต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน

ระดับความรุนแรงของสิว

  • ไม่รุนแรง (มีน้อย)
  • ปานกลาง (มีเลือดคั่งอักเสบ)
  • หรือรุนแรง (ซีสต์) 

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสภาพ

สาเหตุของการเกิดสิวคืออะไร

Acne สิวส่วนใหญ่เป็นภาวะฮอร์โมนที่เกิดจากฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจนนิกซึ่งโดยปกติจะมีมากในช่วงวัยรุ่น ความไวต่อฮอร์โมนดังกล่าวรวมกับแบคทีเรียบนผิวหนังและต่อมน้ำมันก็จะทำให้เกิดสิว และบริเวณที่มีสิวเกิดขึ้นบ่อยก็คือบริเวณใบหน้า หน้าอก ไหล่และหลัง สิวมีหลายประเภทเช่น  สิวหัวขาว สิวหัวดำ และก้อนขนาดเล็ก 

ซีสต์ สิวประเภทนี้จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาใว้ด้วยหากไม่ดูแลรักษาให้ดี

แม้ว่าสิวนั้นจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่อาจจะกระตุ้นก่อให้เกิดปัญหาสิวได้

  • ความผันผวนของระดับฮอร์โมนในช่วงที่มีประจำเดือนของผู้หญิง
  • การรับประทานยาบางอย่าง
  • การไม่รักษาสุขอนามัย 

สิว (Аcne)

การรักษา

ประเภทของยาที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาสิว คือ ยาปฏิชีวนะ, เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์และเรตินอยด์ โดยจะพิจารณาจากความรุนแรงของสิว

Benzoyl peroxide มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในบริเวณที่เป็นสิว เปิดรูขุมขนที่อุดตัน โดยป้องกันเซลล์ที่ตายไปอุดตันรูขุมขน มีจำหน่ายทั่วไปสามารถหา ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ เช่น Clearasil, Stridex , Benoxyl, PanOxyl, Persa gel ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ การระคายเคือง ผิวแห้งกร้าน

Retinoids คืออนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ เช่น Differin, Retin-A, Tazorac ใช้รักษาสิวหัวดำและสิวหัวขาว แผลของสิว  สิวอักเสบและตุ่มหนอง Trifarotene (Aklief) สามารถใช้รักษาสิวที่รุนแรง ถึงแม้ยากลุ่มนี้แม้จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาสิว แต่ก็มีผลข้างเคียง ซึ่งผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือผิวแห้งและการระคายเคือง และที่สำคัญคือเป็นสารที่อันตรายอย่างยิ่งต่อคุณแม่ตั้งครรภ์โดยอาจทำให้เกิดภาวะแท้งบุตร ทารกพิการแต่กำเนิดได้ 

Antibiotics เป็นยาปฏิชีวนะทั้งที่ใช้ทาผิวหนัง(clindamycin,erythromycin) หรือนำมารับประทาน ช่วยควบคุมแบคทีเรียบนผิวหนังและลดการอักเสบในผิวหนัง ยาปฏิชีวนะนี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อรวมกับเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์หรือเรตินอยด์ isotretinoin retinoid (Absorica, Amnesteem, Claravis, Myorisan และ Zenatane) จะใช้กับผู้ที่มีอาการของสิวที่มีความรุนแรง Isotretinoin จะลดขนาดของต่อมน้ำมันซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการเกิดสิว จะลดน้อยลง ผลข้างเคียงคือผิวแห้ง, คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่สูงขึ้นและ ผู้หญิงควรมีการคุมกำเนิดก่อนระหว่างและหลังการรักษา (ประมาณหนึ่งเดือน) ด้วยการใช้ isotretinoin จะต้องมีการทดสอบ คอเลสเตอรอล การตั้งครรภ์ ไตรกลีเซอไรด์ การทำงานของตับและการทำงานของไขกระดู และมีการติดตามตามระยะเวลาที่กำหนด (5 เดือนขึ้นไป) จะใช้ในการรักษาสิวที่มีอาการรุนแรงที่สุดกรณีที่ไม่มีการตอบสนองต่อการรักษาอื่น ๆ

Hormone therapy การรักษาด้วยฮอร์โมนจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้หญิง การรักษาด้วยฮอร์โมนจะประกอบด้วยเอสโตรเจนขนาดต่ำและโปรเจสเตอโรน (ยาคุมกำเนิด) หรือยาต้านแอนโดรเจน (spironolactone)

สิวสามารถป้องกันได้อย่างไร

เพื่อป้องกันการเกิดสิวและลดความเสียหายต่อผิวของคุณให้ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรพิเศษสำหรับสิว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีกรดซาลิไซลิกหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ซึ่งช่วยล้างแผลสิว
  • ทำความสะอาดใบหน้าอย่างเบามือเพราะการบาดเจ็บของสิวอาจทำให้สิวแย่ลงหรือทำให้เกิดแผลเป็น เมื่อล้างหน้าให้ใช้มือหรือแผ่นสำลีเช็ดหน้าเบา ๆ 
  • หากคุณต้องการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ให้ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่ก่อให้เกิดสิวซึ่งไม่ทำให้สิวรุนแรงขึ้น
  • หากคุณเป็นผู้หญิงให้ใช้รองพื้นแบบไม่มีน้ำมัน เครื่องสำอางที่มีน้ำมันมากหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอื่น ๆ ที่ไปปิดกั้นรูขุมขนอาจทำให้เกิดสิวลุกลาม

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *