Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

เครียดฉับพลัน

เครียดฉับพลัน (Acute Stress) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการเครียดเเบบเฉียบพลัน (Acute Stress) คืออาการทางสุขภาพจิตที่สามรถเกิดขึ้นได้หลังจากเหตุการณ์ที่สร้างความบอบช้ำทางจิตใจ

ซึ่งอาการเครียดเฉียบพลันนี้สามารถทำให้เกิดอาการทางจิตใจและไม่มีการรักษาโดยเฉพาะนอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง 

อาการเครียดเฉียบพลันคืออะไร 

อาการเครียดเฉียบพลันเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยอาการด้านจิตใจ มีคำแนะนำคู่มือโดยสถาบันจิตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกาเรื่องการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางด้านจิตใจในปี 1994   

แม้ว่าสภาวะป่วยทางจิตใจเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง (PTSD) และอาการเครียดเเบบเฉียบพลัน (ASD) จะมีอาการคล้ายกันแต่มีการวินิจฉัยโรคที่แตกต่างกัน 

ผู้ที่มีอาการเครียดเฉียบพลันมักเคยมีประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจอย่างเฉียบพลันหลังที่เผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลกับจิตใจอย่างรุนเเรงซึ่งแตกต่างจากสภาวะป่วยทางจิตใจ (PTSD)  อาการเครียดเฉียบพลัน (ASD) เป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและโดยปกติแล้วมักเกิดเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ถึง 30 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนกับจิตใจ

หากผู้ที่มีอาการเครียดเฉียบพลันเป็นเวลายาวนานมากกว่าหนึ่งเดือน โดยปกติแพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคจิตเภทที่เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง (PTSD)

สาเหตุของอาการเครียด

ผู้ที่เป็นโรคเครียดแบบเฉียบพลัน (ASD) อาการนี้อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ทำให้กระทบกระเทือนกับจิตใจหนึ่งเหตุการณ์หรือมากกว่าหนึ่งเหตุการณ์ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลให้กับจิตใจและสามารถทำให้เกิดอันตรายต่อสภาพร่างกาย อารมณ์หรือจิตใจได้   

เหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจได้แก่

  • การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
  • การตายเเละการบาดเจ็บที่สาหัส
  • ภัยทางธรรมชาติ
  • อุบัติเหตุ
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขืนหรือการทำร้ายร่างกายภายในครอบครัว
  • การได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายเเรง
  • มีภาวะสมองบาดเจ็บ

อาการเครียด

ผู้ที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับอาการเครียดแบบเฉียบพลัน (ASD) ที่คล้ายกับโรคจิตเภทที่เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง (PTSD) และโรคเครียดประเภทอื่นๆ 

อาการเครียดเฉียบพลันมี 5 ประเภทดังต่อไปนี้ 

  1. อาการย้อนเห็นภาพเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆหมายถึงผู้ป่วยที่ไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับเหตุการที่กระทบกระเทือนกับจิตใจได้แก่เหตุการณ์ในอดีตที่ย้อนกลับคืนมา ความทรงจำ หรือความฝัน 
  2. มีอารมณ์เปลี่ยนแปลงในเชิงลบหมายถึงผู้ที่มีอารมณ์เชิงลบได้แก่ความเศร้าและอารมณ์ไม่ดี  
  3. ภาวะที่ความทรงจําและความรู้ตัวผิดปกติได้แก่การพยายามเปลี่ยนแปลงโลกความเป็นจริง ไม่ค่อยสนใจเหตุการณ์รอบข้างและไม่สามารถจดจำหรือพยายามลืมเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจ
  4. มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงเมื่อเจอสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกบเหตุการณ์นั้น หมายถึงผู้ที่มีอาการหลีกเลี่ยงทางความคิด หลีกเลี่ยงที่จะแสดงความรู้สึกหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลหรือความบอบช้ำให้กับจิตใจ 
  5. อาการตื่นตัวเปลี่ยนไปมากหลังประสบเหตุการณ์นั้นได้แก่อาการนอนไม่หลับและมีปัญหาด้านการนอนหลับอื่นๆ ไม่มีสมาธิจดจ่อและมีอาการรำคาญรวมไปถึงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวซึ่งแสดงออกได้ทั้งทางการพูดและการกระทำ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่รู้สึกตึงเครียดตลอดเวลาและถูกทำให้ตกใจได้ง่าย  

ผู้ที่มีความเครียดเฉียบพลันมีพัฒนาไปเป็นโรคทางจิตเวชที่ก่อให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจอย่างเช่นโรควิตกกังวลหรือโรคซึมเศร้าได้ 

อาการของโรควิตกกังวลได้แก่

  • รู้สึกผิดกับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • มีความกังวลมากเกินไป
  • ไม่มีสมาธิจดจ่อ
  • มีอาการอ่อนล้าไม่มีเเรง
  • มีความกระวนกระวายในจิตใจ
  • คิดมาก

อาการของโรคซึมเศร้าได้แก่ 

 มีความรู้สึกดังต่อไปนี้เกิดขึ้นนานเเละถาวรได้แก่

  • อาการสิ้นหวัง มีความเศร้าหรือไร้ความรู้สึก
  • ร่างกายอ่อนล้าไม่มีเเรง 
  • ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล
  • ไม่มีความสนใจในการทำกิจกรรมหรือไม่มีอะไรที่ทำให้พึงพอใจ
  • เกิดการเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง
  •  มีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตัวเอง

การรักษาโรคเครียด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานใกล้ชิดกับบุคคลที่มีอาการเครียดควรพัฒนาแผนการรักษาที่ใช้รักษาอาการเฉพาะบุคคล โดยการรักษาโรคเครียดเฉียบพลัน (ASD) มุ่งเน้นไปที่การลดอาการต่างๆที่เกิดขึ้นและพัฒนากลไกความสามารถในการเผชิญหน้ากับปัญหารวมไปถึงป้องกันการเกิดสภาวะป่วยทางจิตที่รุนเเรง (PTSD)

ทางเลือกในการรักษาอาการเครียดแบบเฉียบพลัน (ASD) ได้แก่

  • การบำบัดพฤติกรรมเเละความคิด (CBT) แพทย์มักจะแนะนำวิธีการรักษาแบบบำบัดพฤติกรรมเเละความคิดเป็นการรักษาลำดับแรกในการรักษาอาการเครียดในผู้ป่วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ได้แก่การทำงานและฝึกฝนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเกี่ยวกับจิตใจเพื่อฝึกการรับมือกับการเผชิญปัญหารูปแบบต่างๆ
  • การรักษาด้วยการฝึกสมาธิหรือสติหมายถึงการบำบัดโดยใช้การเจริญสติเป็นหลักโดยการสอนให้รู้จักจัดการกับภาวะความเครียดเเละความกังวลใจ ได้แก่การนั่งสมาธิและการฝึกลมหายใจ 
  • การใช้ยารักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักให้ยาต้านโรคซึมเศร้าหรือยาป้องกันอาการชักเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตใจของผู้ป่วย  

การป้องกันโรคเครียด

การหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกระทบกระเทือนต่อจิตใจอาจสามารถทำได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามยังมีวิธีที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเครียดสะสมได้ 

วิธีดังกล่าวได้แก่

  • การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์หรือจิตแพทย์ตามลักษณะอาการที่เกิดขึ้น
  • หากำลังใจจากครอบครัวและเพื่อน
  • เข้ารับการรักษาเพื่อรักษาอาการผิดปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้น
  • ทำงานร่วมกับนักบำบัดพฤติกรรมเพื่อฝึกฝนกลยุทธ์การรับมือกับปัญหาต่างๆ
  • เข้ารับการฝึกฝนเเละเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อจิตใจ 

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

https://www.msdmanuals.com/home/mental-health-disorders/anxiety-and-stress-related-disorders/acute-stress-disorder

https://www.healthline.com/health/acute-stress-disorder

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/post-traumatic-stress-disorder/symptoms-causes/syc-20355967

https://www.ptsd.va.gov/professional/treat/essentials/acute_stress_disorder.asp

ความคิดเห็นล่าสุด