บทความสุขภาพ
โรคหอบหืด (Asthma) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคหอบหืด (Asthma) : อาการ สาเหตุ การรักษา

13.02
106
1

โรคหอบหืด (Asthma) เป็นภาวะเรื้อรังที่ส่งผลต่อทางเดินหายใจ ทำให้มีเสียงหวีดในขณะหายใจและหายใจลำบาก สิ่งกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้มีอาการเช่นนี้ ได้แก่ การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสารระคายเคือง ไวรัส การออกกำลังกาย ความเครียดทางอารมณ์ และปัจจัยอื่น ๆ

โรคหอบหืดทำให้ผนังด้านในของทางเดินหายใจ หรือท่อหลอดลมบวมและอักเสบ

ระหว่างที่มีอาการของโรคหอบหืดนั้น ทางเดินหายใจจะบวม และกล้ามเนื้อรอบๆ ทางเดินหายใจจะหดเกร็งเข้า ส่งผลให้อากาศเคลื่อนที่เข้าและออกจากปอดได้ยาก

บทความนี้จะกล่าวถึงประเภท สาเหตุ สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการของโรคหอบหืด รวมไปถึงวิธีการที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรค

โรคหอบหืดคืออะไร

ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจมีอาการกำเริบในขณะออกกำลังกาย

โรคหอบหืดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นระยะยาว มีผลต่อทางเดินหายใจ และมีความเกี่ยวโยงกับการอักเสบและการตีบภายในปอด ทำให้มีปริมาณอากาศเข้าไปในปอดได้น้อยลง

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด จะมีอาการดังนี้:

  • แน่นหน้าอก

  • มีเสียงหวีดในขณะหายใจ

  • หายใจลำบาก

  • ไอ

  • มีน้ำมูกมากขึ้น

ผู้ที่มีอาการของโรคหอบหืดที่รุนแรง มักเกิดอาการขึ้นได้อย่างกระทันหัน และเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อยจนกระทั่งทำให้เสียชีวิตได้

ในผู้ป่วยบางรายจะพบการบวมในทางเดินหายใจ ซึ่งอาการบวมนี้จะเป็นการปิดกั้นไม่ให้ออกซิเจนเข้าสู่ปอด นั่นหมายความว่าออกซิเจนจะไม่สามารถแพร่เข้าสู่กระแสเลือดหรือไปถึงอวัยวะสำคัญได้  ดังนั้นผู้ที่มีอาการหอบหืดอย่างรุนแรง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

แพทย์สามารถให้คำแนะนำที่ดีแก่ผู้ที่มีอาการนี้ได้  และกำหนดวิธีการรักษาอาการหอบหืดที่เหมาะสมที่สุด

ประเภทของโรคหอบหืด

โรคหอบหืดสามารถเกิดขึ้นได้หลายแบบและด้วยหลายสาเหตุ แต่สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการมักจะเกิดจากสิ่งที่เหมือนๆ กัน เช่น มลพิษในอากาศ เชื้อไวรัส สัตว์เลี้ยง อารมณ์โกรธ เชื้อราและควันบุหรี่

โรคหอบหืดที่พบบ่อย มีดังต่อไปนี้:

โรคหอบหืดในวัยเด็ก

โรคหอบหืดเป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก หอบหืดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ แต่พบได้บ่อยในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ (เล็กน้อย)

ในปี 2560 เด็กอายุ 5-14 ปี มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหอบหืดมากที่สุด ในกลุ่มอายุนี้มีผู้ที่เป็นโรคหอบหืดมากถึง 9.7%  นอกจากนี้ยังพบว่าเกิดกับเด็กที่มีอายุระหว่าง 0-4 ปี ประมาณ 4.4% อีกด้วย

ในปีเดียวกันยังมีคนเป็นโรคหอบหืดจำนวน 7.7% ของผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคหอบหืดในวัยเด็ก ดังนี้ :

  • การติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคหวัด

  • ควันบุหรี่รวมทั้งควันบุหรี่มือสอง

  • สารก่อภูมิแพ้

  • มลพิษทางอากาศ รวมถึงมลพิษจากโอโซน และอนุภาคทั้งภายในและภายนอก

  • สัมผัสกับอากาศเย็น

  • การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างกระทันหัน

  • ความตื่นเต้น

  • ความเครียด

  • การออกกำลังกาย

หากเด็กเริ่มมีอาการหอบหืด  การไปพบแพทย์มีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากอาการของโรคอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากมีอาการเกิดขึ้นให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์  เพื่อจะได้รับมือกับอาการนี้ได้อย่างปลอดภัย

ในบางกรณี เด็กเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อาการของโรคหอบหืดอาจจะหายไปได้เอง อย่างไรก็ตาม โรคนี้จะเป็นโรคประจำตัวสำหรับหลาย ๆ คนไปตลอดชีวิต

Asthma

โรคหอบหืดในผู้ใหญ่

โรคหอบหืดสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย รวมทั้งในวัยผู้ใหญ่ ผลจากการศึกษาในปี 2013 พบว่า การเกิดโรคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเป็นเกิดต่อเนื่องจากวัยเด็กมาสู่วัยผู้ใหญ่

แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืดในวัยผู้ใหญ่ ได้แก่ :

  • โรคทางเดินหายใจ

  • การแพ้และการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้

  • อิทธิพลของฮอร์โมน

  • โรคอ้วน

  • ความเครียด

  • การสูบบุหรี่

โรคหอบหืดจากการทำงาน

โรคหอบหืดจากการทำงาน เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองในที่ทำงาน

ในสถานที่ทำงานที่มีอยู่ในรายการต่อไปนี้ อาจจะมีสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดโรคหอบหืดในผู้ที่มีความไวหรือภูมิแพ้ได้ :

  • ร้านเบเกอรี่ โรงแป้ง และห้องครัว

  • โรงพยาบาลและสถานพยาบาลอื่น ๆ

  • ร้านขายสัตว์เลี้ยง สวนสัตว์ และห้องปฏิบัติการที่มีสัตว์อยู่

  • ฟาร์มและสถานที่ทางการเกษตรอื่น ๆ

อาชีพดังต่อไปนี้ เป็นอาชีพที่ต้องสัมผัสกับสารระคายเคืองที่อาจทำให้เกิดอาการหอบหืดได้ :

  • ซ่อมและผลิตรถยนต์

  • วิศวกรรมและงานโลหะ

  • งานไม้และช่างไม้

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการประกอบอุปกรณ์ทางอิเลคทรอนิค

  • ร้านทำผม

  • สระว่ายน้ำในร่ม

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคหอบหืด ได้แก่:

  • ผู้ที่สูบบุหรี่

  • ผู้ที่เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • ผู้ที่มีประวัติโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้สารในสิ่งแวดล้อม

สภาพแวดล้อมการทำงาน สามารถกระตุ้นให้คนที่เคยเป็นโรคหอบหืดมาก่อนในวัยเด็กกลับมาเป็นโรคหอบหืดใหม่ได้ในวัยผู้ใหญ่ หรืออาจจะเป็นสาเหตุในการเริ่มต้นของการเป็นโรคหอบหืดในผู้ใหญ่ได้

โรคหอบหืดที่รุนแรงและควบคุมได้ยาก

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าประมาณ 5-10 เปอร์เซนต์ ของผู้ที่เป็นโรคหอบหืด เป็นโรคหอบหืดขั้นรุนแรง

ผู้ป่วยบางรายมีอาการรุนแรงด้วยสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโรคหอบหืด เช่น  การใช้เครื่องช่วยหายใจไม่ถูกต้องทำให้มีอาการของโรครุนแรงขึ้น

สำหรับคนที่เป็นโรคหอบหืดดื้อยาอย่างรุนแรง (refractory asthma) จะไม่ตอบสนองต่อการรักษาแม้จะใช้ยาในปริมาณมาก พ่นยา หรือสูดยาอย่างถูกต้องก็ตาม โรคหอบหืดประเภทนี้เกิดขึ้น 3.6% ของผู้ป่วย (จากการศึกษาในปี คศ. 2015)

โรคหอบหืด Eosinophilic เป็นโรคหอบหืดอีกประเภทหนึ่ง ที่หากมีอาการรุนแรงอาจไม่ตอบสนองต่อยาที่ใช้รักษาตามปกติ แม้ว่าบางคนที่เป็นโรคหอบหืด eosinophilic สามารถใช้ยารักษาได้ (ยาที่ใช้รักษาโรคหอบหืดตามมาตรฐานทั่วไป)  แต่อาจรักษาได้ด้วยการบำบัดแบบเจาะจงด้วย “ชีวบำบัด”  โดยใช้ยาชีวภาพชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยลดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophils ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหอบหืด

โรคหอบหืดตามฤดูกาล

โรคหอบหืดชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม รอบๆ ตัวเราในบางช่วงเวลาของปีเท่านั้น อาการหอบหืดตามฤดูกาล อาจเกิดจาก  อากาศเย็นในฤดูหนาว ละอองเกสรดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อน

ผู้ป่วยโรคหอบหืดตามฤดูกาลจะยังคงมีอาการของโรคตลอดปี เพียงแต่ไม่ค่อยแสดงอาการ

โรคหอบหืดไม่ได้มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้เสมอไป อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างโรคหอบหืดที่เกิดจากภูมิแพ้ และโรคหอบหืดที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้ให้มากขึ้น

สาเหตุโรคหอบหืด

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของโรคหอบหืด แต่ปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดโรค

ปัจจัยบางอย่าง เช่น ความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ อาจเป็นได้ทั้งสาเหตุและตัวกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืด ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ข้างล่างนี้

การตั้งครรภ์ Pregnancy

ผลจากการศึกษาโรคหอบหืดชิ้นหนึ่งพบว่า การสูบบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้ทารกในครรภมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหอบหืดในภายหลังเพิ่มขึ้น เพิ่มความเสี่ยงให้ทารกในครรภ์เกิดโรคหอบหืดในภายหลัง และผู้หญิงบางคนก็มีอาการหอบหืดกำเริบในขณะที่ต้ังครรภ์อยู่

โรคอ้วน

บทความฉบับหนึ่งที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2014 ได้นำเสนอไว้ว่าพบผู้ป่วยหอบหืดในกลุ่มคนที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าคนที่ไม่เป็นโรคนี้  ผู้เขียนได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่ามีกรณีศึกษาหนึ่งที่กล่าวว่าการลดน้ำหนักของเด็กที่เป็นโรคอ้วนทำให้อาการของโรคหอบหืดดีขึ้นด้วย

ปัจจุบันนี้มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่า ภาวะทั้ง 2 อย่างนี้เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อการอักเสบเรื้อรัง และสามารถอธิบายเพื่อเชื่อมโยงกันได้

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายรู้สึกไวต่อสารชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งเมื่ออาการแพ้เกิดขึ้นแล้วจะมีปฏิกิริยาการแพ้ทุกครั้งที่สัมผัสกับสารก่อการแพ้นั้น

ไม่ใช่เพียงผู้ป่วยโรคหอบหืดเท่านั้นที่มีอาการภูมิแพ้ แต่พบว่ามักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน หากผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้บางชนิดอาจทำให้เกิดอาการหอบหืดได้

การศึกษาในปี 2013 ฉบับหนึ่ง พบว่า 60–80 เปอร์เซนต์ ของเด็กและเยาวชนที่เป็นโรคหอบหืดจะมีความไวต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างน้อย 1 ชนิด

การสูบบุหรี่

โรคหอบหืดสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เป็นสาเหตุที่ทำให้ปอดได้รับความเสียหาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะของปอดที่มีความสัมพันธ์กับยาสูบ  เช่น  โรคปอดอุดตันเรื้อรัง และอาจทำให้อาการโรคหอบหืดมีความรุนแรงมากขึ้น

ปัจจัยทางสภาพแวดล้อม

มลพิษทางอากาศทั้งภายในบ้านและภายนอกบ้าน อาจส่งผลต่อพัฒนาการและกระตุ้นอาการของโรคหอบหืด

สารก่อภูมิแพ้บางอย่างภายในบ้าน ได้แก่

  • เชื้อรา mold

  • ฝุ่นละออง

  • ขนสัตว์และสะเก็ดผิวหนังของสัตว์

  • ควันจากน้ำยาทำความสะอาด และสีในครัวเรือน

  • แมลงสาบ

  • ขนนก

สิ่งกระตุ้นอื่นๆ ภายในและภายนอกบ้าน ได้แก่:

  • เกสรดอกไม้

  • มิลพิษทางอากาศจากการจราจรและแหล่งอื่นๆ

  • โอโซนภาคพื้นดิน

ความเครียด

ภาวะเครียดและปฏิกิริยาทางอารมณ์อื่นๆ เช่น มีความสุข โกรธ ตื่นเต้น หัวเราะ ร้องไห้ สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคหอบหืดได้

นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานที่เป็นข้อบ่งชี้ว่า ผู้ที่มีภาวะสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าอาจมีแนวโน้มที่จะแสดงอาการของโรคหอบหืด

มีผู้เสนอแนวคิดว่า ความเครียดในระยะยาวอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของ         พันธุศาสตร์ด้านกระบวนการเหนือพันธุกรรม( epigenetic)  ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคหอบหืดเรื้อรัง

ปัจจัยทางพันธุกรรม

มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าโรคหอบหืดถ่ายทอดทางพันธุกรรม  เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำแผนที่การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมบางอย่างที่อาจมีบทบาทต่อวิวัฒนาการ

เป็นสิ่งที่ความเชื่อถือได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของพันธุศาสตร์ด้านกระบวนการเหนือพันธุกรรม( epigenetic) นี้เกิดขึ้นเมื่อปัจจัยแวดล้อมทำให้ยีนเปลี่ยนแปลงไป

ปัจจัยด้านฮอร์โมน

ประมาณ 5.5เปอร์เซนต์ของผู้ชาย และ 9.7 เปอร์เซนต์ของผู้หญิงเป็นโรคหอบหืด  นอกจากนี้ อาจมีอาการแตกต่างกันไปตามระยะการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงและช่วงเวลาต่างๆ ของรอบประจำเดือน

ตัวอย่างเช่น ในช่วงวัยเจริญพันธุ์อาการหอบหืดอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงมีประจำเดือนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่นๆ ของเดือน แพทย์ให้คำนิยามว่า โรคหอบหืดระหว่างมีประจำเดือน อย่างไรก็ตามในช่วงวัยหมดประจำเดือนอาการของโรคหอบหืดอาจดีขึ้น

นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าการทำงานของฮอร์โมนอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทำให้ทางเดินหายใจมีความรู้สึกต่อสิ่งที่มากระตุ้นไวเกินไป

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดไม่ต่อเนื่องอาจมีอาการเพียงบางครั้งเท่านั้น

นี่แหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (1)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

b

As I web site possessor I believe the content matter here is rattling excellent , appreciate it for your efforts. You should keep it up forever! Good Luck. Clemmy Bink Henning