บทความสุขภาพ
เหน็บชา (Beriberi) : อาการ สาเหตุ และการรักษา

เหน็บชา (Beriberi) : อาการ สาเหตุ และการรักษา

23.12
39
0

อาการเหน็บชา (Beriberi) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดแคลนวิตามิน B1 หรือ ไทอะมีน เมื่อภาวะขาดสารอาหารดังกล่าวนี้อย่างรุนเเรงส่งผมทำให้ระบบประสาทและหัวใจทำงานผิดปกติ

อาการเหน็บชาภาษาอังกฤษใช้คำว่า beriberi มาจากภาษาสิงหลแปลว่า “อ่อนล้าอย่างรุนเเรง” ซึ่งเป็นทำให้ร่างกายเจ็บปวดอย่างรุนเเรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ในบทความนี้เราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับอาการเหน็บชาและสาเหตุรวมถึงวิธีการรักษา

อาการเหน็บชาคืออะไร

ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอลมากกว่าปกติอาจมีอาการขาดเเคลนสารไทอะมีนได้

อาการเหน็บชาเป็นความผิดปกติที่รุนเเรงและอาจเป็นภัยอันตรายต่อชีวิตได้ ถ้าหากเกิดภาวะขาดแคลนไทอะมีนหรือวิตามิน B1 อย่างรุนเเรง

วิตามิน B1หรือไทอะมีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายและได้รับมาจากการทานอาหาร ซึ่งไทอะมีนมีบทบาทหลักในการทำงานของร่างกายดังต่อไปนี้ 

  • ย่อยคาร์โบไฮเดรต
  • การหดของกล้ามเนื้อ
  • ชักนำเซลล์ประสาท
  • สร้างกลูโคส
  • สร้างกรดเพื่อช่วยในระบบย่อยอาหาร

ดังนั้นการขาดแคลนวิตามิน B1 อย่างรุนเเรงจึงส่งผลทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ

ปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการเหน็บชาอย่างรุนเเรงคือการขาดแคลนวิตามิน B1 หรือไทอะมีน สำหรับผู้ที่ขาดแคลนสารอาหารดังกล่าวหมายถึงผู้ที่ไม่มีไทอะมีนหรือวิตามิน B1 ในร่างกายมากกว่า 2-3 สัปดาห์

อาการเหน็บชาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

  • อาการเหน็บชาชนิดเปียกหมายถึงอาการเหน็บชาที่ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบกับระบบหมุนเวียนเลือดหลอดเลือดและหัวใจทำให้การไหลเวียนเลือดผิดปกติและมีของเหลวคั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ 
  • เหน็บชาชนิดผอมแห็งหมายถึงอาการเหน็บชาที่ส่งผลต่อระบบประสาทเป็นหลักทำให้เส้นประสาทเสื่อม โดยปกติระบบประสาทเสื่อมเกิดจากการเกิดเนื้องอกที่แขนและขา นอกจากนี้ยังทำให้กล้ามเนื้อลีบและสูญเสียความยืดหยุ่นได้

สาเหตุของการเกิดเหน็บชา

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชาได้แก่การทานอาหารที่มีวิตามิน B1 ต่ำหรือร่างกายมีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมวิตามิน B1

โดยปกติโรคเหน็บชาพบได้น้อยมากในประเทศที่พัฒนาเเล้ว อย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกาที่คนส่วนใหญ่ทานอาหารประเภทขนมปังและซีเรียลที่อุดมไปด้วยสารอาหารเสริมอย่างไทอะมีน ดังนั้นโดยส่วนมากการทานอาหารประเภทเหล่านี้อย่างเพียงพอจึงเป็นการป้องกันภาวะขาดแคลนวิตามิน B1 ได้

ในประเทศที่พัฒนาเเล้วและสามารถเข้าถึงอาหารที่มีวิตามิน B1 อย่างเพียงพอ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชาคือการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินปกติ

สถาบันส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้ทำการประเมินพบว่า 80% ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าปกติมีโอกาสขาดแคลนวิตามิน B1 ได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน ​B1 ได้ตามปกติ

นอกจากนี้เด็กทารกอาจมีอาการเหน็บชาได้เช่นกัน ถ้าหากได้รับนมจากแม่ที่ขาดแคลนไทอะมีนหรือดื่มนมที่ไม่มีวิตามิน

แม้ว่าโดยส่วนใหญ่อาการเหน็บชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาชิกในครอบครัว มีโรคชนิดหนึ่งที่พบได้ยากมากเรียกว่าโรคเหน็บชาจากพันธุกรรม เป็นโรคที่ขัดขวางทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน B1 ได้จากอาหารที่ทานเข้าไป

คนกลุ่มอื่นที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเหน็บชาสูงได้แก่

อาการเหน็บชา อาการ t

อาการหายใจสั้นทำให้เกิดอาการเหน็บชาชนิดเปียกได้

อาการเหน็บชามีหลายอาการ ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการเหน็บชาแต่ละประเภท

อาการเหน็บชาชนิดเปียกได้แก่:

  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น
  • หมดแรงและอ่อนล้าอย่างต่อเนื่อง
  • หายใจสั้น
  • ตื่นนอนกลางดึกเนื่องจากอาการหายใจสั้น
  • ขาและเท้าบวม

อาการเหน็บชาชนิดแห้งได้แก่:

  • เกิดอาการเจ็บปวดร่างกาย
  • อาเจียน
  • เดินลำบาก
  • สับสน งุนงง
  • เกิดอาการชาที่มือหรือเท้า
  • เป็นอัมพาตที่ขาส่วนล่าง

โรคเหน็บชาชนิด Wernicke Encephalopathy เป็นอาการเหน็บชาชนิดที่พบได้น้อยมาก ซึ่งเป็นภาวะที่สมองถูกทำลายเนื่องจากขาดวิตามิน บี 1 หรือไทอะมีนอย่างรุนเเรง

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเหน็บชาชนิด Wernicke Encephalopathy อาจมีอาการดังต่อไปนี้ได้แก่

  • สูญเสียความทรงจำหรือไม่สามารถจดจำสิ่งใหม่ได้
  • สับสน
  • ตาขยับเร็วกว่าปกติ
  • ตาขยับเอง
  • เห็นภาพเบลอหรือเห็นภาพซ้อน
  • การประสานของกล้ามเนื้อบกพร่อง
  • เห็นภาพหลอน

การรักษาเหน็บชา

เป้าหมายของการรักษาอาการเหน็บชาคือการเพิ่มระดับไทอะมีนหรือวิตามิน B1 ในร่างกายให้สูงขึ้น โดยแพทย์อาจเเนะนำให้ทานอาหารเสริมหรือฉีดวิตามินบี 1 เข้าร่างกายเพื่อทำให้สุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องทานอาหารเสริมชนิดอื่นร่วมด้วย 

ในระหว่างทำการรักษา แพทย์อาจสั่งให้ตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบระดับไทอะมีนของผู้ป่วยจนกระทั่งผู้ป่วยมีระดับไทอะมีนในร่างกายเป็นปกติ หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องทานอาหารเสริมที่มีวิตามิน B1 ในปริมาณเล็กน้อยต่อไปหรืออาจเปลี่ยนการทานอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดไทอะมีนซ้ำ

นอกจากนี้แพทย์จำเป็นต้องรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากอาการเหน็บชาเช่นอาการที่เกิดจากความเสียหายของระบบประสาทและหัวใจ

การรักษาความผิดปกติของหัวใจเเละระบบประสาทที่เกิดจากอาการเหน็บชาโดยเร็วที่สุดสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคเหน็บชาได้ สำหรับผู้ที่ขาดแคลนวิตามิน B1 เรื้อรังยังคงมีอาการเหน็บชาเกิดขึ้นได้หลังจากได้รับการรักษา

บทสรุป

ทุกคนที่เคยมีอาการเหน็บชาควรไปพบเเพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยสาเหตุโดยเร็วที่สุด

ถ้าหากปล่อยให้เกิดอาการเหน็บชาโดยไม่ทำการรักษาอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เนื่องจากอาการนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงของภาวะหัวใจล้มเหลวหรือระบบประสาทเสื่อมได้ 

ดังนั้นการรักษาอาการเหน็บชาจึงเป็นสิ่งที่ดีกว่า ในกรณีส่วนใหญ่การทำงานผิดปกติระบบประสาทและหัวใจสามารถฟื้นฟูได้ด้วยการรักษาอาการตั้งแต่เริ่มแรก อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหน็บชาเรื้อรังสามารถหายจากอาการดังกล่าวได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม

ถ้าหากภาวะขาดแคลนวิตามิน B1 ทำให้เกิดโรค Wernicke-Korsakoff ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้มักมีสุขภาพไม่แข็งเเรงเนื่องจากสมองถูกทำลายจากโรคดังกล่าวอย่างถาวร

ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันภาวะขาดแคลนวิตามิน B1 ด้วยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหารครบถ้วนที่มีสารอาหารเสริมเช่นขนมปังและซีเรียล ซึ่งการทานอาหารเหล่านี้ช่วยป้องกันการเกิดอาการเหน็บชาได้

นี่คือที่มาในแหล่งบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *