บทความสุขภาพ
แขนหัก (Broken arm) : อาการ สาเหตุ การรักษา

แขนหัก (Broken arm) : อาการ สาเหตุ การรักษา

13.02
2
0

แขนหักคืออะไร

อาการแขนหัก (Broken arm) คือการที่กระดูกแขนหักอย่างน้อย1 ใน 3 ชิ้น ได้แก่ กระดูกแขนท่อนใน (ulna) กระดูกปลายแขนด้านหัวแม่มือ  (radius)  และกระดูกต้นแขน (humerus)  หนึ่งในสาเหตุของแขนหักที่พบบ่อยที่สุด คือการล้มแล้วเหยียดแขนออกไปค้ำลำตัว หากคุณคิดว่าคุณหรือลูกของคุณแขนหักให้รีบไปพบแพทย์ทันที สิ่งสำคัญคือเพื่อให้ผู้ที่มีอาการแขนหักได้รับการรักษาเหมาะสมโดยเร็วที่สุด

อาการแขนหัก

สัญญาณแรกที่จะทำให้ทราบว่ากระดูกแขนหักคือได้ยินเสียงดังหรือเสียงกระดูกแตก หลังจากนั้นจะมีอาการดังนี้:

  • อาการปวดอย่างรุนแรงและปวดมากขึ้นเมื่อขยับแขน

  • บวม

  • ช้ำ

  • แขนผิดรูป เช่น งอขึ้น หรืองอลง

  • ขยับฝ่ามือขึ้นหรือลงไม่ได้

สาเหตุของอาการแขนหัก

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้แขนหัก มีดังนี้ :

  • การหกล้ม  การหกล้มแล้วเหยียดแขนหรือข้อศอกออกไปค้ำตัวเองไว้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แขนหัก

  • แขนหักจากการเล่นกีฬา การที่ได้รับแรงกระแทกโดยตรงที่แขนเช่นการเล่นกีฬาในสนามหรือในคอร์ท มักจะทำให้กระดูกหักได้เสมอ

  • ได้รับบาดเจ็บ แขนหักสามารถเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถจักรยาน รวมถึงการถูกทำร้ายโดยตรงที่แขน

  • การทำร้ายเด็ก  บางครั้งการที่เด็กแขนหักอาจเกิดขึ้นจากการถูกทำร้ายร่างกาย

ปัจจัยเสี่ยงของการแขนหัก

สภาวะทางร่างกายหรือการทำกิจกรรมบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการที่จะทำให้แขนหักได้  เช่น

กีฬาบางประเภท

การเล่นกีฬาประเภทที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสทางกายภาพหรือมีความเสี่ยงสูงต่อการล้ม เช่น ฟุตบอล ยิมนาสติก สกี และสเก็ตบอร์ด ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อแขนหัก

Broken arm

ความผิดปกติของกระดูก

ภาวะที่ทำให้กระดูกอ่อนแอ เช่น โรคกระดูกพรุน และเนื้องอกในกระดูก จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแขนหัก กระดูกที่หักประเภทนี้ เรียกว่าการหักทางพยาธิวิทยา (pathological fracture)

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่

หากมีอาการเจ็บที่แขนมากจนกระทั่งไม่สามารถใช้แขนได้ตามปกติ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่แขนหัก เนื่องจากกระดูกของเด็กจะมีการรักษาซ่อมแซมตัวเองได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ ถ้าทำการรักษาช้าเกินไปจะทำให้การรักษาหรือกระดูกกลับมาเข้ารูปเหมือนเดิมเป็นได้ยากขึ้น

ภาวะแทรกซ้อน

อาการแขนหักสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ หากทำการรักษาโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น

  • การเจริญเติบโตของกระดูกไม่เต็มที่ เนื่องจากกระดูกแขนของเด็กยังคงเติบโต ถ้ากระดูกหักในบริเวณที่มีการเจริญเติบโตหรือเกิดขึ้นใกล้กับปลายแต่ละด้านของกระดูกยาว อาจรบกวนการเติบโตของกระดูกส่วนนั้นได้

  • โรคข้อเสื่อม หากกระดูกที่ต่อเชื่อมกับข้อต่อหัก อาจทำให้เกิดโรคข้ออักเสบได้ในอีกหลายปีต่อมา

  • ภาวะข้อฝืดในการขยับ การตรึงกระดูกไว้เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในช่วงเวลาที่กำลังรักษากระดูกต้นแขนหักในบางครั้ง อาจส่งผลให้ข้อศอกหรือไหล่เคลื่อนไหวได้อย่างจำกัดและลำบาก รวมถึงทำเกิดความเจ็บปวดขึ้นด้วย

  • การติดเชื้อในกระดูก หากมีส่วนหนึ่งของกระดูกที่หักยื่นออกมาทางผิวหนังอาจสัมผัสกับเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ การเกิดแขนหักในกรณีนี้ต้องทำการรักษาโดยทันที

  • การบาดเจ็บของเส้นประสาทหรือหลอดเลือด หากกระดูกต้นแขนหักออกเป็น 2 ท่อน หรือมากกว่านั้น ส่วนปลายของกระดูกที่แตกอาจมีผลทำให้เส้นประสาทและหลอดเลือดใกล้เคียงเสียหายได้ หากคุณมีอาการชาหรือมีปัญหาการไหลเวียนของเลือดควรไปพบแพทย์ทันที

  • ภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง  การบวมมากเกินไปของแขนที่ได้รับบาดเจ็บทำให้เกิดการขัดขวางการลำเลียงเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงแขนส่วนนั้น ทำให้เกิดอาการปวดและชาได้ ซึ่งอาการนี้มักเกิดขึ้นภายใน 24 – 48 ชั่วโมงหลังได้รับบาดเจ็บ สำหรับกลุ่มอาการภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูงนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

การป้องกัน

แม้การเกิดอุบัติเหตุไม่สามารถป้องกันได้ตลอดเวลา แต่มีเคล็ดลับที่อาจช่วยป้องกันกระดูกหักได้ เช่น

  • การทานอาหารเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพซึ่งรวมถึงอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม เช่น นม โยเกิร์ต ชีส และวิตามินดี ซึ่งช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม วิตามินดีจะได้จากปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน หรือจากอาหารเสริม เช่น นมและน้ำส้ม และจากแสงแดด

  • การออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงของกระดูก  กิจกรรมที่รับน้ำหนัก และการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความสมดุลในการทรงตัว สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงและลดโอกาสของกระดูกหักได้ ในผู้สูงอายุที่มีความแข็งแรง กระฉับกระเฉง จะมีโอกาสที่ล้มและกระดูกหักน้อยลง

  • ป้องกันการหกล้ม การสวมรองเท้าที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการหกล้ม นำสิ่งที่อาจเป็นอันตรายที่อาจทำให้หกล้ม เช่น ข้าวของรกรุงรังออกไปจากบ้าน  ติดตั้งโคมไฟในพื้นที่ใช้สอยเพื่อเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ และราวบันได เป็นต้น

  • ใช้อุปกรณ์ป้องกัน สวมอุปกรณ์ป้องกันข้อมือเมื่อทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่นการเล่นอินไลน์สเก็ต สโนว์บอร์ด รักบี้ และฟุตบอล

  • งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ทำให้มวลกระดูกลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของแขนหักได้ นอกจากนี้ยังขัดขวางการรักษากระดูกหักด้วย

การรักษาอาการแขนหัก

การรักษาแขนหักขึ้นอยู่กับขนาดและความรุนแรงของการบาดเจ็บ หากกระดูกแตกหรือเดาะเพียงเล็กน้อยอาจได้รับการรักษาด้วยการเข้าเฝือกแขนแบบสะพายหรือประคบน้ำแข็งและพักผ่อน อย่างไรก็ตามผู้ป่วยอาจได้รับการจัดกระดูกใหม่ขณะที่รักษาเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน

สำหรับแขนหักที่กระดูกได้รับความเสียหายมากอาจต้องใช้การผ่าตัดเพื่อปรับแนวกระดูกใหม่และเย็บด้วยลวดเทียม รวมถึงเสริมแผ่นเหล็กโดยยึดด้วยตะปูหรือสกรูเพื่อทำให้กระดูกเข้าที่ระหว่างการรักษา

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *