บทความสุขภาพ
ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) : อาการ สาเหตุ การรักษา

22.02
1
0

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) คือ ถุงน้ำรังไข่ที่เต็มไปด้วยเลือดเก่า ซีสต์ลักษณะนี้ทางการแพทย์จะเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ ไม่ใช่โรคมะเร็ง แต่พบว่าคนที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีความเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีสต์

อาการช็อกโกแลตซีสต์

เป็นเรื่องยากที่จะวินิจฉัยภาวะช็อกโกแลตซีสต์ด้วยการสังเกตจากอาการเพียงอย่างเดียว แพทย์จำเป็นต้องมีการตรวจรังไข่ด้วยการอัลตราซาวน์ด้วย

การวินิจฉัยจะสามารถระบุชนิดของซีสต์ได้ก็ต่อเมื่อแพทย์ได้ทำการตรวจเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ หากแพทย์ยังไม่แน่ใจ อาจมีการแนะนำให้ตัดซีสต์ออกมาวิเคราะห์ร่วมกัน

 ช็อกโกแลตซีสต์อาการจะคล้ายคลึงกับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดท้องประจำเดือนอย่างมาก
  • ปวดบริเวณกระดูกเชิงกรานที่ช่วงที่มีประจำเดือน
  • เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • มีปัญหาระบบย่อยอาหาร
  • ปวดบริเวณลำไส้เวลาเคลื่อนไหว
  • ประจำเดือนมาเยอะมาก
  • มีปัญหาภาวะมีบุตรยากIEW GA
Chocolate cyst

สาเหตุช็อกโกแลตซีสต์

ช็อกโกแลตซีสต์เกิดจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ หนึ่งในสาเหตุของช็อกโกแลตซีสต์

เมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกไปฝังตัวอยู่ที่รังไข่ ท่อนำไข่ และอวัยวะใกล้เคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ สิ่งนี้สามารถเป็นสาเหตุของอาการปวดท้องประจำเดือน ประจำเดือนมามาก  และยังสามารถทำความเสียหายอวัยวะข้างเคียงได้

แพทย์แบ่งโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ออกเป็นระยะ โดยพิจารณาว่าเยื่อบุโพรงมดลูกมีการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายมากน้อยแค่ไหน ระยะที่ 3 และ 4 ถือว่าเป็นระยะที่มีความรุนแรง และเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดช็อกโกแลตซีสต์

หากผู้ที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะรุนแรงมากขึ้น และอาจเกิดช็อกโกแลตซีสต์ขึ้นได้

ช็อกโกแลตซีสต์ คือ ถุงที่เต็มไปด้วยเลือดเก่า พวกมันจะไปฝังตัวอยู่ที่รังไข่ และสามารถส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ ในบางรายช็อกโกแลตซีสต์สามารถไปหยุดการทำงานของรังไข่ และทำให้ไม่สามารถตั้งครรถ์ได้

แพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่แน่ชัดได้ แต่จากการสำรวจพบว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ นักวิจัยเองก็ยังไม่แน่ใจว่าทำไมฮอร์โมนถึงเป็นสาเหตุของโรคในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และช็อกโกแลตซีสต์ คือ

  • ปัจจัยทางพันธุกรรม หากพบว่า มีคนในครอบครัวเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดโรคดังกล่าวได้เช่นกัน

  • ประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าสู่รังไข่ เกิดขึ้นเมื่อเลือดประจำเดือนเดินทางไหลย้อนกลับไปยังปลายท่อนำไข่แทนที่จะไหลลงทางช่องคลอด

  • โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตัวเอง ก็อาจเป็นสาเหตุของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  • การบาดเจ็บ เมื่อเกิดความเสียหายที่มดลูก หรือบริเวณรอบๆ ใกล้เคียงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มากขึ้น การบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เช่น สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง เป็นต้นLLERY

การรักษาช็อกโกแลตซีสต์

การรักษาช็อกโกแลตซีสต์ขึ้นอยู่กับอาการ หากต้องการตั้งครรภ์ เป้าหมายหลักๆ ในการรักษาก็จะมุ่งไปที่การดูแล และส่งเสริมให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

ในผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจแนะนำให้คอยติดตามอาการ และเฝ้าดูสังเกตการเติบโตของถุงน้ำไปก่อนได้

แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อเอาถุงน้ำออกหากพบว่ามีอาการดังต่อไปนี้

  • ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น

  • มีอาการปวดมากขณะประจำเดือน

  • มีสัญญาณของภาวะมีบุตรยาก

ช็อกโกแลตซีสต์ และอาการอื่นๆ ของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สามารถปรากฎอาการให้เห็นได้หลังการผ่าตัด ดังนั้นอาจจะจำเป็นต้องผ่าตัดหลายครั้ง

ในบางครั้งแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดที่เรียกว่า การผ่าตัดมดลูก ด้วยการนำรังไข่ออกเพื่อบรรเทาอาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ แต่อย่างไรก็ตามแพทย์จะไม่แนะนำการรักษาวิธีนี้กับสตรีที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์ และมีความตั้งใจจะตั้งครรภ์ในอนาคต

ภาพจากการตรวจแบบอัลตราซาวน์สามารถบอกได้ว่า  มีโอกาสเป็นช็อกโกแลตซีสต์หรือไม่  แต่การวินิจฉัยจะแน่ชัดก็ต่อเมื่อตรวจสอบซีสต์ผ่านกล้องจุลทรรศน์

เมื่อพบถุงน้ำรังไข่ขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนช็อกโกแลตซีสต์จากภาพอัลตราซาวน์ที่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนไปเป็นมะเร็งได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อยนักก็ตาม หรือเมื่อพบถุงน้ำมีขนาดใหญ่เกินกว่า 4 เซนติเมตร แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดออก

ภาวะเจริญพันธุ์

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อาจทำให้การตั้งครรภ์เป็นเรื่องยาก และช็อกโกแลตซีสต์อาจทำได้มากกว่านั้นอีก

แม้ว่าภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่กับภาวะมีบุตรยากอาจยังไม่ข้องเกี่ยวกันชัดเจนนัก เมื่อเยื่อบุผนังชั้นในของมดลูก และช็อกโกแลตซีสต์เกิดอาการอักเสบ ไข่ที่ปฏิสนธิจะฝังตัวในมดลูกได้ยาก และการอักเสบยังอาจทำอันตรายต่อการพัฒนาของตัวอ่อนได้ด้วย

ช็อกโกแลตซีสต์ทำให้รังไข่ไม่สามารถผลิตไข่ที่มีความสมบูรณ์ได้ หากมีภาวะการตกไข่น้อย หรือไข่ไม่สมบูรณ์ โอกาสในการตั้งครรภ์ก็จะยิ่งสำเร็จยากมากขึ้น

สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ คือ ช็อกโกแลตซีสต์ไม่ใช่สาเหตุของภาวะมีบุตรยากไปทั้งหมด เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้น ผู้ป่วยบางรายที่อาการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และช็อกโกแลตซีสต์ก็สามารถตั้งครรภ์ได้

จากการค้นคว้าพบว่า การเอาช็อกโกแลตซีสต์ออกอาจทำให้รังไข่เสียหาย หรือทำให้ไข่ลดน้อยลง ซึ่งสามารถไปขัดขวางการเจริญพันธุ์ได้

หากสตรีท่านใดวางแผนจะทำเด็กหลอดแก้ว(IVF) การผ่าตัดเอาถุงน้ำออกอาจทำให้การผ่าตัดเป็นเรื่องยุ่งยากมากขึ้น และดูแล้วไม่น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้

แต่สำหรับผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์โดยไม่ได้ทำเด็กหลอดแก้ว การผ่าตัดเอาช็อกโกแลตซีสต์ออกอาจทำให้ภาวะการเจริญพันธ์ุดีขึ้นได้

การเฝ้าติดตามช็อกโกแลตซีสต์

ช็อกโกแลตซีสต์ไม่ใช่โรคมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็คือ ภาวะแทรกซ้อนของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่าภาวะดังกล่าวยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ แม้ในความเป็นจริงแล้วยังคงพบว่ามีความเสี่ยงต่ำมากก็ตาม

มีเพียง 1 ใน 42 คนที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จะสามารถพัฒนาไปเป็นมะเร็งรังไข่ แต่กับคนทั่วไปพบว่ามี 1 ใน 76 คนที่เป็นมะเร็งรังไข่ แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์ หรือโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเช็คเป็นระยะๆ

ผู้ป่วยที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์มักเป็นภาวะที่เกิดขึ้นร่วมกับ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิด(Endometriosis)ที่ที่เคยเป็นมาก่อน เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่รูปแบบนี้มักก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรง เช่นการเริ่มตั้งครรภ์ หรือการดูแลครรภ์ให้ผ่านไปได้ด้วยดี อาการปวดท้องประจำเดือน และมีอาการเจ็บระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

ภาวะแทรกซ้อนของทั้ง 2 โรค คือ เรื่องของภาวะมีบุตรยาก พบว่าประมาณ 25-50 % ของผู้หญิงที่ประสบภาวะมีบุตรยากจะมีโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ร่วมอยู่ด้วย และอีกประมาณ 30-50 % ของผู้หญิงที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จะประสบกับภาวะมีบุตรยาก เพราะอาการของช็อกโกแลตซีสต์ไม่สามารถแยกออกจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราไม่สามารถวินิจฉัยโรคด้วยตัวเองได้  มีเพียงแพทย์เท่านั้นที่สามารถวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตซีสต์ได้

หากคุณมีอาการปวดท้องมากในระหว่างมีประจำเดือน หรือมีเลือดออกมารวมถึงมีก้อนเลือด ควรปรึกษาแพทย์ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ควรรีบปรึกษาแพทย์หากพบว่ามีอาการแย่ลง หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *