Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

อาการปวดเข่าเรื้อรัง (Chronic knee pain) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการปวดเข่าเรื้อรัง (Chronic knee pain) คือปัญหาที่สามารถพบได้ทั่วไป โดยสามารถเกิดได้จากสาเหตุที่หลากหลาย และก่อให้เกิดปัญหาในการเดิน รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันต่างๆ

Chronic knee pain

ข้อต่อหัวเข่า

หัวเข่าเป็นข้อต่อระหว่างกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้งและกระดูกสะบ้าเชื่อมต่อกัน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับกระดูกอ่อน และเส้นเอ็น

กระดูกอ่อนเป็นวัสดุลื่นที่ปลายกระดูกในข้อเข่า ช่วยให้กระดูกถู หรือเสียดสีกันได้อย่างราบรื่น ในขณะที่ขางอและเหยียดตรง

เอ็นยึดกระดูกเข้าด้วยกันและให้เข่ามั่นคง ความเสียหายของเอ็นอาจเกิดจากการใช้งานหนักมากเกินไป เช่น จากการเล่นกีฬาหรือจากได้รับบาดเจ็บ

เส้นเอ็นเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดกล้ามเนื้อขาเข้ากับกระดูกที่พวกเขาควบคุม

เมื่อชิ้นส่วนเหล่านี้ทำงานร่วมกัน จะทำให้เข่าจะทำงานตามที่ควรเป็น และเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ

สาเหตุอาการปวดเข่า: จากการได้รับบาดเจ็บ

การตกจากที่สูงและได้รับการกระแทกที่หัวเข่า โดยตรงการเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน หรือการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ระหว่างการฝึกกีฬา นั้นเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บที่หัวเข่า

สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิด:

  • ความคลาดเคลื่อนของกระดูกสะบ้าหัวเข่า
  • การแตกหักของกระดูกสะบ้าหัวเข่าโคนขาหรือแข้ง
  • เอ็นฉีก

การบาดเจ็บอาจเกิดได้จาก:

  • ไม่อบอุ่นร่างกายก่อนหรือหลังออกกำลังกาย หรือทำงานหนักเกินไปในกิจกรรม
  • การเล่นกีฬาบางประเภทโดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน
  • ได้รับอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุจากการหกล้ม และการออกกำลังกายเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บที่หัวเข่า หากข้อเข่าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่าเรื้อรังได้

ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ กระดูกหัก กระดูกสะบ้าหัวเข่าหลุด และเอ็นฉีก เป็นต้น

สาเหตุปวดหัวเข่า: จากปัญหาสุขภาพ

ปัญหาสุขภาพที่สามารถทำให้ปวดเข่าเรื้อรังได้มีดังนี้:

  • ความผิดปกติของเนื้อเยื่อเสื่อม เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม
  • การติดเชื้อ
  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • การอักเสบของเส้นเอ็น
  • การอักเสบที่เกิดจากการใช้ข้อต่อมากเกินไป
  • ความเสียหายต่อกระดูกอ่อนใต้กระดูกสะบ้าหัวเข่า
  • โรคเกาต์
  • เนื้องอก

ข้อมูลบางประการเกี่ยวกับสาเหตุการปวดเข่าเรื้อรัง

ภาวะน้ำหนักเกิน

ภาวะน้ำหนักเกินเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดเข่าเรื้อรังมีการวิจัยเเเละพบว่า สำหรับผู้หญิงที่มีความสูงตามปกติทั่วไป ทุกๆ น้ำหนักตัวที่ลดลงไป11 ปอนด์ (ประมาณ5 กิโลกรัม) ความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจะหายไปมากว่า 50% นอกจากนั้นยังพบว่า การลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวจะสามารถช่วยลดอาการปวดข้อเข่าได้ โดยไม่ต้องทานยาเเก้อักเสบได้

เก๊าต์

ผู้ป่วยโรคเกาต์อาจมีอาการปวดเข่า เนื่องจากโรคเกาต์ทำให้กรดยูริกสะสมในข้อต่อ จนเกิดอาการอักเสบ และการเจ็บเมื่อเคลื่อนไหวที่หัวเข่า

เนื้อเยื่อเสื่อม

ข้อเสื่อม (OA) เป็นภาวะเรื้อรังที่พบบ่อยของข้อต่อ เป็นการเสื่อมเกิดจากการ “สึกหรอ” ของข้อต่อเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้มีอาการโรคข้อเข่าเสื่อม

อาการทั่วไปคือ ปวดและตึง หัวเข่าจะบวมเมื่อใช้งานหนักระยะเวลาหนึ่ง

โรคกระดูกพรุนเป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่พบบ่อย กระดูกจะเปราะและบางลง ส่งผลให้กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อในนหัวเข่าเสียหาย โดยเป็นโรคที่เสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกมาก 

การติดเชื้อแบคทีเรีย

การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด อาจทำให้เกิดอาการปวดเข่าอย่างกะทันหัน เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียที่ปกติอยู่บนชั้นผิวหนังเข้ามาอยู่ใต้ผิวหนังแทน

หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในข้อส่งผลให้เกิดรอยแดง บวม ปวดและตึง และพัฒนาเป็นอาการปวดเข่าเรื้อรังในที่สุด

การอักเสบเองของหัวเข่า

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis – RA) เป็นความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่พบบ่อยที่สุด อันเป็นสาเหตุให้มีอาการปวดเข่า

เป็นโรคที่เกิดการอักเสบเอง เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตัวเอง RA จะทำร้ายเนื้อเยื่อของหัวเข่าส่งผลให้มีอาการปวด

อาการต่างๆ ที่พบได้แก่ ปวดข้ออักเสบ อ่อนเพลีย มีไข้และเบื่ออาหาร

การรักษาอาการปวดเข่าเรื้อรัง

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของการปวดหัวเข่า ได้แก่

  • ยาบรรเทาอาการปวด
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • พักเข่า
  • มีอุปกรณ์รองรับแรงกระแทกที่หัวเข่า
  • ศัลยกรรม

ยาบรรเทาอาการปวด ได้แก่ ยาต้านการอักเสบ มีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวด และบวม

วิธีการดูแลรักษาอาการปวดหัวเข่า

  • คุมน้ำหนักตัวให้เหมาะกับอายุและอาชีพ
  •  ขึ้นลงบันไดเท่าที่จำเป็น ผู้สูงอายุไม่ควรขึ้น-ลงบันได
  • นอนเตียงแทนการนอนพื้นเพื่อไม่ต้องงอเข่ามาก
  • นั่งเก้าอี้ที่สูงพอเข่าตั้งฉากเท้าถึงพื้น (ไม่ควรนั่งโซฟานิ่มๆ) ไม่นั่งกับพื้นนานๆ
  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ
  • การเดิน ขึ้น-ลงบันได ให้ก้าวขาดีขึ้นแล้วตามด้วยขาที่เจ็บและตอนลงให้ก้าว ขาเจ็บลงแล้วตามด้วยขาดี (บนบันไดขั้นเดียวกัน)

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด