บทความสุขภาพ
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) : อาการ สาเหตุ การรักษา

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) : อาการ สาเหตุ การรักษา

02.12
59
0

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  (Colon Cancer) เกิดจากก้อนเนื้อมะเร็งในลำไส้ใหญ่  ซึ่งสามารถเกิดขึ้นส่วนใดส่วนหนึ่งของลำไส้ โดยโรคสามารถพัฒนาจากก้อนเนื้อเล็ก ๆ ในลำไส้จนกลายเป็นมะเร็งลำไส้ได้

Colon Cancer

อาการมะเร็งลำไส้

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก อย่างไรก็ตามอาการของโรคนี้สามารถสังเกตุได้ชัดเจนในขณะที่เกิดเชื้อมะเร็งเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้แก่

  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • อุจจาระเปลี่ยนสีและเหนี่ยวข้นขึ้น
  • อุจจาระเหลวหรือร่วน
  • มีเลือดปนในอุจจาระที่สามารถมองเห็นได้
  • ปวดท้อง ท้องเป็นตะคริว ท้องอืดหรือมีแก๊สเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายอุจจาระ
  • อ่อนล้าและหมดแรง
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • โรคลำไส้แปรปรวน
  • ภาวะโลหิตจางแบบขาดแคลนธาตุเหล็ก

ถ้าหากมะเร็งเกิดการแพร่กระจายไปยังตำแหน่งอื่นของร่างกายเช่นตับ เชื้อมะเร็งสามารถทำให้เกิดอาการขึ้นกับตำแหน่งใหม่ได้

ระยะของมะเร็งลำไส้

วิธีตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่มีหลากหลายวิธีแตกต่างกันไป โดยระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่ามะเร็งได้แพร่กนะจายไปมากเท่าไหร่และมีก้อนเนื้อมะเร็งหรือไม่

ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นมีดังต่อไปนี้ 

  • ระยะที่ 0: เรียกว่ามะเร็งระยะเริ่มต้นคาร์ซิโนมาอินไซตูเป็นโรคมะเร็งระยะแรกเริ่มที่ยังไม่เซลล์มะเร็งภายในเนื้อเยื่อชั้นในของลำไส้ใหญ่และโดยปกติสามารถรักษาได้ง่าย
  • ระยะที่ 1 : เป็นระยะที่พบเชื้อมะเร็งเติบโตอยู่ที่เนื้อเยื่อชั้นนอกถัดจากออกไปจากเนื้อเยื่อในลำไส้ใหญ่ แต่ยังไม่เกิดการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่นๆของร่างกาย
  • ระยะที่ 2 : เชื้อมะเร็งเกิดการแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อชั้นนอกแต่ยังไม่เกิดการแพร่กระจายออกจากลำไส้ใหญ่
  • ระยะที่ 3 : โรคมะเร็งเกิดการเจริญเติบโตเเละแพร่กระจายออกสู่เนื้อเยื่อชั้นนอกของลำไส้ใหญ่ รวมถึงเกิดการเเพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองจำนวน 1-3 ต่อม แต่อย่างไรก็ตามยังไม่แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆของร่างกาย
  • ระยะที่ 4 : มะเร็งลุกลามถึงเนื้อเยื่อด้านนอกของผนังลำไส้ใหญ่ ซึ่งในระยะนี้เชื้อมะเร็งในลำไส้ใหญ่สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายได้

ทางเลือกในการรักษา

วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้แพทย์จะพิจารณาถึงอายุ สุขภาพโดยรวมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย เพื่อตัดสินใจเลือกใช้วิธีรักษาที่ดีที่สุด

การผ่าตัด

การผ่าตัดสามารถนำลำไส้บางส่วนหรือทั้งหมดออกเรียกว่าการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในระหว่างการผ่าตัดแพทย์จะนำลำไส้ส่วนที่มีเชื้อมะเร็งรวมถึงเนื้อเยื่อรอบๆออก

ตัวอย่างเช่นโดยปกติเเพทย์จะทำการผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ลำไส้ใหญ่ออกเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อมะเร็ง จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการเย็บเนื้อเยื่อที่สุขภาพดีติดกันอีกครั้งหรือการนำส่วนของลำไส้มาเปิดช่องท้องขนาดเล็ก (stoma) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการผ่าตัดลำไส้ใหญ่

การนำส่วนของลำไส้มาเปิดช่องท้องขนาดเล็ก (stoma) เป็นวิธีเปิดช่องท้องขนาดเล็กด้วยลำไส้ใหญ่เพื่อระบายของเสียเข้าไปเก็บในถุงเป็นวิธีที่จำเป็นต้องทำที่บริเวณลำไส้ส่วนล่างซึ่งวิธีการนี้เรียกว่าทวารเทียมหน้าท้อง

วิธีการผ่าตัดประเภทอื่นได้แก่

  • การผ่าตัดผ่านกล้อง : ศัลยเเพทย์สามารถผ่าตัดนำเชื้อมะเร็งขนาดเล็กเฉพาะที่ออก ด้วยวิธีการใช้หลอดที่บางและยืดหยุ่นได้พร้อมกล้องสอดเข้าไปในบริเวณที่เกิดก้อนเนื้อมะเร็งเพื่อกำจัดก้อนเนื้อมะเร็งออกไป
  • การผ่าตัดผ่ากล้อง : ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดช่องท้องที่มีแผลขนาดเล็ก โดยวิธีนี้เป็นทางเลือกสำหรับกำจัดก้อนริดสีดวงที่มีขนาดใหญ่มากกว่า
  • การผ่าตัดเพื่อบรรเทาอาการ: จุดประสงค์ของการผ่าตัดประเภทนี้คือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดที่อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งระยะรุนเเรงได้ โดยศัลยแพทย์จะพยายามบรรเทาภาวะอุดตันที่เกิดขึ้นภายในลำไส้ใหญ่และรักษาอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกรวมถึงอาการอื่นๆ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดด้วยการใช้กล้องที่นี่

การทำเคมีบำบัด

ในระหว่างการทำเคมีบำบัด ทีมแพทย์ผู้รักษาโรคมะเร็งจะใช้ยาเพื่อเข้าไปขัดขวางกระบวนการแบ่งเซลล์มะเร็ง ด้วยการรบกวนการสร้างโปรตีนหรือการทำงานของ DNA เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง

การรักษาประเภทนี้มีเป้าหมายกำจัดเซลล์ที่เกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วรวมถึงเซลล์ที่สุขภาพดีด้วย โดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์เท่านั้นแต่ไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ 

โดยปกติผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกแนะนำรักษาโรคมะเร็งลำไส้ด้วยวิธีเคมีบำบัด ถ้าหากเชื้อมะเร็งเกิดการแพร่กระจาย โดยยาที่ใช้ทำเคมีบำบัดจะเข้าสู่ร่างกายทั้งหมดและเป็นการรักษาที่มีวงจรเพื่อให้ร่างกายได้มีช่วงเวลาให้ร่างกายได้พักระหว่างใช้ยาเคมีบำบัด

การฉายแสงบำบัด

การฉายแสงบำบัดสามารถฆ่าเชื้อมะเร็งได้ด้วยลำแสงแกรมม่าแรงสูงฉายลงบนเซลล์มะเร็งโดยตรง ซึ่งนักฉายแสงจะใช้วิธีการฉายแสงภายนอกร่างกายด้วยเครื่องฉายเเสง

สำหรับการฉายเเสงภายในร่างกาย แพทย์จะทำการฝั่งแร่ธาตุกัมมันตรังสีไวใกล้บริเวณที่เกิดก้อนเนื้อมะเร็ง

สาเหตุมะเร็งลำไส้

โดยปกติเซลล์มะเร็งมีกระบวนการเจริญเติบโต แบ่งเซลล์และตายไปตามลำดับ อย่างไรก็ตามเชื้อมะเร็งสามารถเชิญเติบโตและเกิดการแบ่งเซลล์อย่างควบคุมไม่ได้ รวมถึงเมื่อเซลล์มะเร็งไม่ตายในช่วงเวลาที่ถูกต้องในวงจรชีวิต

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนมากมีจุดเริ่มต้นเกิดจากก้อนเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งที่เรียกว่าติ่งเนื้อแอดดิโนมาตัส ซึ่งติ่งเนื้อชนิดนี้เกิดขึ้นในผนังชั้นในของลำไส้ใหญ่

เซลล์มะเร็งสามารถแพร่กระจายออกไปสู่ส่วนอื่นๆของร่างกายผ่านเลือดและระบบต่อมน้ำเหลือง

เซลล์มะเร็งชนิดนี้สามารถเติบโตและทำลายเนื้อเยื่อที่สุขภาพดีที่อยู่รอบๆและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายด้วยวิธีแบ่งเซลล์ ส่งผลทำให้เป็นโรคมะเร็งอย่างรุนเเรงและไม่สามารถรักษาได้

ปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่โรคนี้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นจากสาเหตุดัต่อไปนี้

ติ่งเนื้องอกในลำไส้

โดยปกติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากก้อนติ่งเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งที่เจริญเติบโตในลำไส้ใหญ่

ประเภทของติ่งเนื้อส่วนใหญ่ได้แก่

  • เนื้องอกจากต่อม : เนื้องอกชนิดนี้เกิดขึ้นจากเยื่อบุที่รวมตัวกันภายในลำไส้ แต่อย่างไรก็ตามก้อนเนื้อชนิดนี้ปรากฎขึ้นให้เห็นด้วยการใช้กล้องจุลทรรศน์โดยมีรูปร่างที่แตกต่างกันและสามารถกลายเป็นก้อนเนื้อมะเร็งได้
  • การเพิ่มขึ้นของจำนวนเซลล์จนเกิดเป็นก้อนเนื้อ : มะเร็งลำไส้ใหญ่นี้พบได้น้อยมาก โดยปกติก้อนเนื้อชนิดนี้กลายไปเป็นเนื้องอก

ติ่งเนื้อส่วนใหญ่อาจกลายเป็นเนื้องอกร้ายได้ ถ้าหากแพทย์ไม่ทำการผ่าตัดก้อนเนื้อชนิดนี้ออกในช่วงที่ตรวจพบในระยะเเรก 

สารพันธุกรรม

การเจริญเติบโตของเซลล์ที่ไม่สามารถควบคุมได้มีสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมหรือสาร DNA เปลี่ยนแปลง

ซึ่งความผิดปกติของสารพันธุกรรมนี้ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งเนื่องจากเชื้อมะเร็งจะเกิดการพัฒนาขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่ในสิ่งเเวดล้อมที่มีปัจจัยกระตุ้นเท่านั้น

การใช้ชีวิตและพฤติกรรมรวมถึงการทานอาหาร

อายุเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยประมาณ 91% ของผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งชนิดนี้มักเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีได้เช่นกัน 

บทสรุป

ในการคำนวณอัตรารอดชีวิตผู้ป่วยให้ใช้อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี

ถ้าหากเชื้อมะเร็งไม่เกิดการแพร่กระจายออกนอกลำไส้ใหญ่หรือช่องถาวรหนัก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 5 ปีหลังจากตรวจพบโรคมะเร็ง

ถ้าหากเชื้อมะเร็งเกิดการแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบๆและต่อมน้ำเหลือ อัตราการรอดชีวิต 5 ปีจะลดลง 71% แต่ถ้าหากเชื้อมะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายเเล้วอัตราการรอดชีวิตจะลดลง 14%

การตรวจมะเร็งลำไส้พบในระยะเริ่มต้นและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆเป็นวิธีที่ช่วยทำให้การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *