ไอ (Cough) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการไอ (Cough) คืออาการที่เกิดขึ้นทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจเพื่อเอาบางอย่างที่ทำให้ระคายในคอออกมาเช่นสิ่งแปลกปลอม จุลินทรีย์ ของเหลวและน้ำมูกหรือเสมหะเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งแปลกปลอมออกทำให้อากาศสามารถเข้าสู่ปอดได้

การไอสามารถเกิดขึ้นเองหรือเป็นการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมในลำคอ แม้ว่าการไอเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงแต่ส่วนใหญ่เเล้วมักเป็นการทำความสะอาดลำคอด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปหาหมอ 

ในบทความนี้เราได้ให้ข้อมูลครอบคลุมสาเหตุที่ทำให้เกอดอาการไอที่เป็นไปได้ การวินิจฉัยและการรักษาอาการไอ

Cough

สาเหตุการไอ

สาเหตุการไอเกิดจากไวรัสโดยส่วนใหญ่ และจะหายไปเองได้โดยไม่ต้องรักษา

สาเหตุของการไอแบบเฉียบพลัน (ระยะสั้น)

ในกรณีส่วนใหญ่มักเกิดโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจส่วนต้นที่เกิดขึ้นในลำคอหรือเรียกว่า URTI หรือ URI ตัวอย่างเช่น 

ถ้าหากเป็น LRTI หมายถึงโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจส่วนล่างเป็นการติดเชื้อที่ปอดและหรือลมจากหลอดลมด้านล่าง ตัวอย่างเช่น  

  • โรคหลอดลมอักเสบ
  • โรคปอดบวม

อาการไอแบบเฉียบพลันยังมีสาเหตุมาจากโรคไข้ละอองฟางได้ด้วย

สาเหตุของการไอแบบเรื้อรัง (ระยะยาว)

อาการไอแบบเรื้องรังอาจเกิดจาก

  • การสูบบุหรี่
  • เกิดจากการที่เสมหะไหลลงคอซึ่งอาจไหลออกมาทางจมูกส่วนหลัง
  • โรคกรดไหลย้อน (GERD)
  • โรคหอบหืด
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันกลุ่ม ACE inhibitors

โรคไอเรื้อรังในเด็กมักเกิดจากโรคหอบหืด นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากอาการอย่างเช่นเสมหะไหลลงคอหรืออาการกรดไหลย้อน (GERD)

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังส่วนน้อยในผู้ใหญ่เช่น โรควัณโรค โรคที่เกิดจากการติดเชื้อราในปอดและโรคมะเร็งปอด

อาการไอคืออะไร

อาการไอมี 3 ระยะด้วยกัน

  1. ไอเมื่อหายใจเข้า 
  2. การเพิ่มของแรงดันในลำคอและปอดด้วยที่ใกล้กับกล่องเสียง
  3. การติดเชื้อเมื่อกล่องเสียงเปิดทำให้เกิดลักษณะของเสียงไอต่างๆ

หากผู้ใดมีอาการไอมากๆการไอ ไม่ว่าจะเป็นอาการไอแห้ง หรือไอแบบมีเสมหะอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของการเกิดโรคได้ การไอส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากโรคที่ติดเชื้อแต่การไอบางประเภทก็ไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อได้เช่นกัน เราจะมาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในหัวข้อถัดไป

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่

ถ้าหากเกิดอาการไอรุนเเรงควรเข้าพบเเพทย์เพื่อทำการรักษา

ถ้าเกิดอาการไออย่างรุนเเรงเป็นเวลา 3 อาทิตย์เเล้วยังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

ในกรณีส่วนใหญ่อาการไอไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคที่ร้ายเเรงใดๆ แต่ในบางกรณีซึ่งมีส่วนน้อยมาก การไอเเบบเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายเเรงที่จำเป็นต้องรักษาเช่นโรคมะเร็งปอดหรือโรคหัวใจวาย

อาการอื่นๆที่พบเเล้วควรไปหาหมอได้แก่

  • อาการไอเลวร้ายลง
  • เกิดอาการบวมหรือก้อนที่บริเวณลำคอ
  • น้ำหนักตัวลดลง
  • อาการไออย่างรุนเเรง
  • การกลืนลำบาก
  • เกิดอาการเสียงเปลี่ยนอย่างถาวร
  • อาการไอเป็นเลือด
  • การหายใจลำบาก
  • อาการเจ็บที่หน้าอก
  • เป็นไข้เเล้วไม่หาย

การวินิจฉัยโรค

หากแพทย์วินิจฉัยว่าอาการไอเกิดจากไข้หวัดหรือไข้หวัธรรมดา โดยปกติแพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อน ดื่มน้ำให้เยอะๆและปล่อยให้ไข้หวัดหายไปเอง โดยส่วนใหญ่อากาารไอจะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 อาทิตย์

อาการไอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีอาการรุนเเรงเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ผู้ป่วยจำเป็นต้องไปหาหมอให้เร็วที่สุด

แพทย์อาจจะทำการทดสอบเพื่อวินิจฉัยโรคเช่น เอ็กซเรย์ปอด การนำตัวอย่างเสมหะส่งตรวจเพื่อวิเคราะห์และระบุสาเหตุของการติดเชื้อ

ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจด้วยการหายใจเข้าและหายใจออกที่หลอดที่ตอดกับเครื่องตรวจ การตรวจแบบนี้ช่วยให้แพทย์ระบุปริมาณหรือความสามารถในการหายใจว่ามีสิ่งกีดขวางในหลอดลมหรือไม่ วิธีการนี้เรียกว่า การวัดปริมาตรอากาศหายใจ ซึ่งมักใช้ในการตรวจโรคหอบหืดหรืออาการผิดปกติเรื้อรังของปอด

หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหอบหืดผู้ป่วยจะได้รับยารักษาหอบหืด

บางครั้งแพทย์อาจเเนะนำให้คนไข้ไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปอด หู จมูกหรือคอ

การรักษาอาการไอ

วิธีการรักษาอาการไอที่เกิดจากไวรัสที่ดีที่สุดคือการปล่อยให้ระบบภูมิคุ้มกันจัดการกับไวรัสเช่นการไอเพื่อทำให้คอโล่งด้วยตัวเอง

หากเเพทย์ให้รักษาอาการไอพวกเขาจะเน้นที่สาเหตุของการเกิดอาการไอเช่นการไอที่เกิดจากการใช้ยาลดความดันกลุ่ม ACE inhibitor ผู้ป่วยอาจจะหยุดใช้ยานี้

 ผู้ป่วยที่มีอาการไอมักจะได้รับยาระงับหรือยาบรรเทาอาการไอเช่น ยาโคเดอีน ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน

อย่างไรก็ตามยังไม่มีงานวิจัยที่เพียงพอที่ศึกษาเกี่ยวกับยาที่ใช้ระงับอาการไอและผลลัพธ์ที่เกิดจากการใช้ยาเหล่านี้ว่าสามารถลดอาการไอได้มากเท่าไหร่

การรักษาที่บ้าน

ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพในประเทศอังกฤษ (NHS) ระบุว่าการรักษาที่บ้านด้วยการดื่มน้ำผึ้งมะนาวเป็นวิธีที่ได้ผลดีเช่นกัน หากอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถหาซื้อยาจากเภสัชกินเองได้

โดนส่วนใหญ่การรักษามีเป้าหมายเพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นแต่ไม่ได้ลดระยะยาวของการไอ

การทานน้ำผึ้งใช้เพื่อรักษาอาการไอที่เกิดจากอาการระคายเคืองเล็กน้อยที่ทำให้เกิดอาการไอไม่มาก  น้ำผึ้งสามารถบรรเทาอาการไอให้ลดลงได้

ยาที่รักษาอาการไอบางชนิดอาจสามารถช่วยบรรเทาอาการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันเช่นอาการไข้หรืออาการคัดจมูก อย่างไรก็ตามยังไม่มีการพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือว่ายาที่ใช้บรรเทาอาการไอสามารถทำให้อาการไอหายได้เร็วขึ้น

สำหรับเด็กเล็กเมื่อเกิดอาการไอควรพาไปพบแพทย์ก่อนให้กินยาบรรเทาอาการไอเช่น การใช้ยาโคเดอีนอาจเป็นอันตรายต่อเด็กเล็ก ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ว่ายาบรรเทาอาการไอนี้สามารถช่วยลดอาการไอในเด็กเล็กได้และยานี้อากก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อเด็ก 

ยารระงับอาการไอคือยาที่ใช้เพื่อระงับอาการไอและจะใช้ยานี้เมื่อเกิดอาการไอเเห้งเท่านั้น ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาโฟลคอดีน  ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟนและยาต้านฮิสทามีน

การใช้ยาขับเสมหะ วิธีการนี้เป็นการขับเสมหะให้ออกมาจากหลอดลมเเละปอด ยาที่ใช้ขับเสมหะเช่นยาไกวเฟซินินเป็นยาที่ทำให้เสมหะหลุดออกมาเเละเพิ่มความชุ่มชื่นในหลอดลม กำจัดสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมเพื่อช่วยให้อากาศเข้าสู่ปอดได้สะดวก สามารถสั่งซื้อยาขับเสมหะได้ที่ร้านขายยาทั่วไป

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด