บทความสุขภาพ
โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) : อาการ สาเหตุ การรักษา

27.02
65
0

เบาจืด (Diabetes Insipidus) คือภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำปริมาณมากทางปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดน้ำรุนแรง และเกิดความเจ็บป่วยอื่นๆตามมา

เป็นความผิดปกติที่พบได้ยาก มีผลต่อการควบคุมระดับของเหลวในร่างกาย

ผู้ที่เป็นเบาจืดจะผลิตปัสสาวะจำนวนมาก ทำให้ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำบ่อย อย่างไรก็ดี สาเหตุไม่ใด้เกิดจากเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และ 2

โรคนี้มีสองชนิด คือจากความผิดปกติของไต และ ความผิดปกติของสมอง

เบาจืดจากความผิดปกติของสมอง เกิดจากต่อมพิทูอิทารีไม่สามารถผลิตฮอร์โมน vasopressin ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมของเหลวในร่างกาย

 เบาจืดจากความผิดปกติของไต ระดับฮอร์โมน vasopressin ปกติ แต่ไตไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน

สาเหตุของโรคเบาจืด

เบาจืดทั้งสองแบบมีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน vasopressin แต่ในคนละแง่ Vasopressin ทำให้ไตดูดน้ำคืนกลับได้ และยังควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ

อาการหลัก คือการปัสสาวะมากผิดปกตินั้น อาจเกิดจากเหตุอื่นได้ จึงควรต้องตรวจวินิจฉัยแยกจากโรคอื่น เช่น เบาหวานที่ไม่ได้รักษาหรือรักษาไม่เหมาะสม ก็ทำให้ปัสสาวะบ่อย

เบาจืดจากความผิดปกติของสมอง

เกิดจากฮอร์โมน vasopressin มีน้อยหรือไม่มี อาจเป็นแต่เกิด(ปฐมภูมิ) หรือเกิดภายหลัง(ทุติยภูมิ)

  • แบบปฐมภูมิมักเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากยีนที่ผิดปกติ

  • แบบทุติยภูมิเกิดจากโรคหรือการบาดเจ็บที่ส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมน vasopressin รวมถึงการมีบาดแผลที่สมองเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ มะเร็ง หรือจากการผ่าตัดสมอง  ภาวะโรคที่ส่งผลทั่วร่างกายและการติดเชื้ออื่นๆในร่างกาย อาจกระตุ้นให้เกิดเบาจืดจากความผิดปกติของสมองได้

เบาจืดจากความผิดปกติของไต

อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือเกิดทีหลัง ทำให้การตอบสนองของไตต่อฮอร์โมนvasopressin เสียไป แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับภาวะทางพันธุกรรมของผู้ป่วยแต่ละคน อาจมีการตอบสนองบางส่วน หรือไม่ตอบสนองเลย ทำให้ผลกระทบต่อสมดุลย์ของน้ำในร่างกายมากน้อยต่างกันไป

การรักษาคือลดการทำงานของไตเพื่อให้ปัสสาวะเข้มข้นขึ้น ลดการสูญเสียน้ำ

เบาจืดจากความผิดปกติของไตแบบทุติยภูมิ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เข่น

  • ถุงน้ำในไต ซึ่งเกิดได้จากหลายโรค

  • การติดเชื้อที่ไต

  • แคลเซียมในเลือดสูง

  • มะเร็งบางประเภท

  • ยาบางชนิด เช่น lithium,และdemeclocycline, amphotericin B, dexamethasone, dopamine, ifosfamide, ofloxacin, and orlistat

  • โรคหายากบางชนิด เช่น amyloidosis, Sjögren’s syndrome, และ Bardet-Biedl syndrome

  • ภาวะโปแตสเซียมต่ำเรื้อรังจากไตผิดปกติ

  • การใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ซึ่งอาจมีผลต่อระดับฮอร์โมน vasopressin และอาจต้องรักษาด้วย desmopressin

เบาจืดจากการตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์อาจมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนvasopressin โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เกิดจากการหลั่งเอนไซม์ที่กดการทำงานของ vasopressin ซึ่งกรณีนี้พบได้ยาก

การตั้งครรภ์ทำให้ความทนต่อการกระหายน้ำลดลง ทำให้ดื่มน้ำมากขึ้น ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางสรีระในขณะตั้งครรภ์ มีผลต่อการตอบสมองของไตต่อ vasopressin ด้วย

ภาวะนี้รักษาได้ และจะหายไปภายใน 2-3 สัปดาห์หลังคลอด แต่พบน้อยมาก( พบในหญิงตั้งครรภ์ 2-3 คนต่อ 100,000 คน)

Diabetes Insipidus

ยาที่มีผลต่อสมดุลของน้ำ

ยาขับปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมาก

การเสียสมดุลย์ของน้ำเกิดได้หลังการให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำ ในกรณีนี้ ให้ลดจำนวนหยดน้ำหรือหยุดให้ ความต้องการปัสสาวะก็จะลดลง การให้อาหารโปรตีนสูงผ่านทางท่อก็อาจเพิ่มปริมาณปัสสาวะได้

อาการของโรคเบาจืด

อาการหลักคือปัสสาวะเจือจาง บ่อยและมีปริมาณมาก อาการรองลงมาที่พบบ่อยคือกระหายน้ำมากจากการสูญเสียน้ำปริมาณมากทางปัสสาวะ จึงทำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากเช่นกัน

การปัสสาวะบ่อยทำให้นอนไม่เต็มอิ่ม ปริมาณของปัสสาวะต่อวันมาก ตั้งแต่ 3-20 ลิตร และมากถึง 30 ลิตร ในกรณีเบาจืดจากความผิดปกติของสมอง

อาการอื่นเช่น ภาวะขาดน้ำจากการสูญเสียน้ำ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังพูดไม่รู้เรื่อง เด็กอาจมีอาการกระสับกระส่าย มีไข้ อาเจียนและท้องเสีย และอาจโตช้า

หากเกิดกับผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เช่นผู้ที่มีภาวะความจำเสื่อม ก็เสี่ยงต่อภาวะร่างกายขาดน้ำ

การขาดน้ำรุนแรงก่อให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดสูง เพราะร่างกายมีน้ำน้อย เซลล์ต่างๆก็จะสูญเสียน้ำ ทำให้เกิดอาการทางประสาท เช่น สมองและเส้นประสาทที่อยู่ในกล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป,สับสน,ชัก และโคม่า

หากไม่รักษา เบาจืดจากความผิดปกติของสมอง ทำให้ไตเสียหายถาวร แต่เบาจืดจากความผิดปกติของไตมักไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ตราบที่ได้รับน้ำเพียงพอ

การรักษาโรคเบาจืด

เบาจืดจะรุนแรงในผู้ที่ไม่สามารถทดแทนน้ำที่เสียไปกับการปัสสาวะได้ ดังนั้นจึงต้องดื่มน้ำหรือของเหลวให้พอเพียง

หากสาเหตุของการปัสสาวะมากนั้นรักษาได้ เช่นจากเบาหวานหรือจากยา ก็จะช่วยแก้ปัญหาภาวะเบาจืดได้

เบาจืดจากความผิดปกติของสมองและจากการตั้งครรภ์ การแก้ไขความไม่สมดุลย์ของของเหลว คือให้ฮอร์โมน vasopressin ทดแทน  หากเบาจืดจากความผิดปกติของไตก็รักษาที่ไต

ฮอร์โมน Vasopressin ที่ใช้คือสารสังเคราะห์ชื่อ desmopressin ซึ่งอยู่ในรูปของสเปรย์พ่นจมูก,ยาฉีด,หรือยาเม็ด ใช้เมื่อมีอาการ

ควรระวังไม่ให้ยาเกินขนาด เพราะจะทำให้มีน้ำในร่างกายมากเกิน และรุนแรงที่สุดคือโซเดียมในเลือดต่ำและพิษจากน้ำเกิน

ยานี้ปลอดภัยเมื่อใช้อย่างเหมาะสม มีผลข้างเคียงน้อย แต่ไช้ไม่ได้ผลกับเบาจืดจากไตผิดปกติ

ผู้ที่เป็นเบาจืดจากความผิดปกติของสมองที่มีอาการไม่มาก อาจไม่ต้องใช้ฮอร์โมนทดแทน พียงแต่ให้น้ำทดแทนให้เพียงพอ

การรักษาเบาจืดจากความผิดปกติของไต

  • ยาแก้อักเสบเช่น ยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์

  • ยาขับปัสสาวะ เช่น amiloride และ hydrochlorothiazide

  • ลดปริมาณโซเดียมและเพิ่มปริมาณน้ำเข้าสู่ร่างกาย

แพทย์จะแนะนำให้กินอาหารลดเค็ม และอาจต้องให้โภชนากรแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรกินและควรงด

การลดคาเฟอีนและโปรตีนในอาหาร และงดอาหารที่ผ่านกระบวนการ(เช่น ไส้กรอก แฮม เนื้อสัตว์ตากแห้ง หมัก) ทำให้การควบคุมน้ำในร่างกายได้ผลดี ควรกินอาหารที่มีปริมาณน้ำมาก เช่น แตงโม

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *