Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบ

โรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบ (Eczema) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคภูมิเเพ้ผิวหนังเป็นอาการที่มีผื่นเกิดขึ้นซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อ มีอาการคัน มีรอยผิวเเตกและมีพื้นผิวที่ขรุขระ ซึ่งผื่นบางประเภทสามารถทำให้เกิดแผลพุพองได้ 

Eczema

อาการโรคผิวหนังอักเสบ

อาการของโรคผื่นภูมิเเพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) มีลักษณะที่แตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย

ในกรณีทั่วไปโรคภูมิเเพ้ผิวหนังมีอาการไม่ร้ายเเรง โดยส่วนใหญ่อาการของโรคภูมิเเพ้ผิวหนังมีดังต่อไปนี้ 

  • ผิวแห้งและมีการสะเก็ด
  • มีผิวหนังเปลี่ยนแปลงเป็นสีแดงซึ่งเกิดขึ้นเเล้วหายไปเเละเกิดซ้ำขึ้นอีก
  • ผิวหนังอักเสบคัน แดง
  • มีแผลเปิดจากการเกิดผื่นเเละมีอาการเจ็บปวด

อาการโรคภูมิเเพ้ผิวหนังในเด็ก

อาการดังต่อไปนี้เป็นอาการโรคผื่นภูมิเเพ้ผิวหนังที่เกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุ 2 ปีหรือมากกว่า 

  • มีผื่นเกิดขึ้นที่รอยพับของข้อศอกเเละหัวเข่า
  • เกิดผื่นขึ้นที่บริเวณคอ ข้อมือ ข้อเท้าและเกิดขึ้นที่ข้อพับบริเวณขาหนีบและขา
  • มีผื่นที่มีลักษณะเป็นผิวขรุขระเกิดขึ้น
  • ผื่นที่เกิดขึ้นสามารถมีสีเข้มหรือสีอ่อนได้
  • มีผิวหนังหนาขึ้นและเเข็งตัวเรียกว่าโรคผิวหนังภูมิเเพ้หนา (Lichenification) ซึ่งทำให้เกิดอาการคันได้ถาวร

อาการโรคภูมิเเพ้ผิวหนังในผู้ใหญ่

อาการของโรคผื่นภูมิเเพ้ผิวหนังมีดังต่อไปนี้

  • มีผื่นเกิดขึ้นเเละเกิดการตกสะเก็ดได้มากกว่าผื่นที่เกิดขึ้นในเด็ก
  • โดยส่วนใหญ่มีผื่นเกิดขึ้นที่ข้อผับศอกและหัวเข่าหรือที่ต้นคอ
  • มีผื่นปกคลุมร่างกายเป็นส่วนมาก
  • บริเวณที่มีผื่นเป็นบริเวณที่มีผิวเเห้งมาก
  • เป็นผื่นที่ทำให้เกิดอาการคันยาวนาน
  • เกิดการติดเชื้อบนผิวหนัง

ผู้ใหญ่ที่มีอาการของโรคผื่นภูมิเเพ้ผิวหนังตั้งเเต่เด็กอาจจะยังคงมีอาการผิวหนังเเห้งเเละเกิดอาการระคายเคืองบนผิวหนังได้ง่ายและมีปัญหาภูมิเเพ้ผิวหนังที่มือรวมไปถึงปัญหาสายตาได้

อาการของโรคผื่นภูมิเเพ้ผิวหนังที่ปรากฎขึ้นบนผิวหนังขึ้นอยู่กับความถี่ที่ผู้ป่วยเกาผื่นนั้นหรือว่าผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการติดเชื้อหรือไม่ การเกาและการขัดถูสามารถทำให้ผิวหนังเกิดอาการระคายเคืองและเพิ่มการติดเชื้อได้และยังทำให้อาการคันที่รุนเเรงมากขึ้น

การรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาสำหรับโรคภูมิเเพ้ผิวหนังมีเพียงเเต่การรักษาตามอาการและการป้องกันการลุกลาม

แพทย์จะเเนะนำแผนการรักษาโดยใช้ปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับอายุของคน อาการและโรคประจำตัว

ผู้ป่วยบางคนอาการผื่นแพ้ผิวหนังสามารถหายไปได้เองแต่ผู้ป่วยคนอื่นอาจมีอาการของภูมิเเพ้ผิวหนังตลอดชีวิต

คุณสามารถเลือกทางเลือกในการรักษาตามรายการด้านล่างนี้

การดูแลรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

มีหลายวิธีที่ผู้ป่วยโรคภูมิเเพ้ผิวหนังสามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้านเพื่อช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีและบรรเทาอาการต่างๆที่เกิดขึ้นได้

วิธีดูแลตัวเองมีดังต่อไปนี้

  • การอาบน้ำอุ่น
  • ทาโลชั่นบำรุงผิวภายใน 3 นาทีหลังจากการอาบน้ำเพื่อล็อกความชุ่มชื่น
  • ทาโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากใยคอตตอนและเส้นใยที่มีความอ่อนโยน
  • หลีกเลี่ยงเสื้อที่มีเนื้อผ้าหยาบและเสื้อที่คับเกินไป
  • ใช้เครื่องทำความชื้นเพื่อเพิ่มความชื้นในกับอากาศ
  • ใช้สบู่อาบน้ำที่อ่อนโยนต่อผิวหรือใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมที่เป็นด่างตอนอาบน้ำ
  • ดูแลเเละรักษาผิวเป็นพิเศษเพื่อป้องกันโรคภูมิเเพ้ผิวหนังลุกลามในช่วงฤดูหนาว
  • เมื่ออากาศแห้งหรือมีผิวเกิดอาการคันเนื่องจากการใช้ผ้าเช็ดตัว หลังจากอาบน้ำควรใช้ผ้าซับตัวเบาๆเเทนการใช้ผ้าเช็ดตัวเเรงๆ
  • ถ้าหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งเเวดล้อมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิฉับพลันซึ่งทำให้เกิดเหงื่ออกได้
  • เรียนรู้เเละหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้บนผิวหนัง
  • ตัดเล็บมือให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันการเกาที่ทำให้เกิดแผลเปิดได้

นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังยังสามารถใช้วิธีรักษาด้วยวิธีอื่นๆอย่างเช่นการใช้เจลเย็น น้ำมันมะพร้าวและน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลหมัก

การรักษาด้วยการใช้ยา

แพทย์สามารถเเนะนำให้ใช้ยาเพื่อรักษาอาการที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ผิวหนังดังต่อไปนี้  

  • ยาที่ใช้ทาเฉพาะที่มีส่วนผสมของคอร์ติโคสตีรอยด์หรือยาทาชนิดครีม ยาเหล่านี้เป็นยาที่ใช้ทาเพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยบรรเทาอาการส่วนใหญ่ที่มักเกิดจากโรคภูมิเเพ้ผิวหนังเช่นกรติดเชื้อเเละอาการคัน โดยผู้ป่วยสามารถใช้ครีมชนิดนี้ทาลงบนผิวหนังได้โดยตรงซึ่งยาทั้งสองชนิดนี้สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางคนอาจได้รับยาชนิดนี้จากเเพทย์
  • ยากดภูมิต้านทานโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ถ้าหากใช้ครีมหรือยาทางเฉพาะที่เเล้วไม่ได้ผล แพทย์จะสั่งยากดภูมิต้านทานโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้ใช้ซึ่งมีทั้งชนิดทานและชนิดฉีดเข้าร่างกาย โดยผู้ป่วยควรใช้ยาชนิดนี้ในช่วงเวลาสั้นเท่านั้นเพราะการใช้ยาชนิดนี้ในระยะยาวเมื่อผู้ป่วยหยุดใช้ยาเเล้วจะทำให้เกิดอาการเเพ้รุนเเรงขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยควรใช้ยาชนิดอื่นควบคู่กันไป
  • ยาปฏิชีวนะ แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วยที่มีอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
  • ยาต้านไวรัสเเละยาต้านเชื้อรา ยาชนิดนี้ใช้รักษาการติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อราเเละไวรัส
  • การใช้ยาต้านฮีสทามีน ยาชนิดนี้สามารถช่วยลดอาการคันที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนได้ซึ่งเป็นปัญหารบกวนการนอนหลับ
  • ยาทากลุ่ม calcineurin inhibitors ยาชนิดนี้ใช้เพื่อกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยลดการติดเชื้อและช่วยป้องกันการลุกลาม
  • การทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นการทาครีมหรือโลชั่นเพื่อป้องการการสูญเสียน้ำจากผิวเเละช่วยฟื้นฟูผิวหนังให้ดีขึ้น
  • การรักษาด้วยแสงไฟได้แก่การฉายเเสงด้วยคลื่นเเสง UVA และ UVB ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถลดการติดเชื้อในผิวหนังได้ โดยเเพทย์จะทำการตรวจดูความเปลี่ยนแปลงของผิวตลอดการรักษา

ถ้าหากผู้ป่วยได้รับการรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเเล้วยังไม่ได้ผล ผู้ป่วยควรเปลี่ยนแผนการรักษาด้วยวิธีอื่น

และเเม้ว่าบริเวณที่เกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้รับการรักษาให้หายดีขึ้นเเล้ว สิ่งสำคัญคือการดูเเลหลังการรักษาเพราะถ้าหากดูเเลผวไม่ดีเเล้วอาจมีโอกาสทำให้กลับมาเกิดอาการระคายเคืองได้อีกครั้ง 

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ

ปัจจุบันยังคงไม่มีใครทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโดยเฉพาะแต่แพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าโรคนี้เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับปัจจัยด้านสิ่งเเวดล้อม

สำหรับเด็กที่มีโอกาสเป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนังพ่อเเม่ควรพาเด็กไปตรวจโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังชนิดเรื้อรังด้วยและถ้าหากพ่อเเม่เคยเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังชนิดเรื้อรังมาก่อน ลูกจะมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้สูงขึ้นด้วย 

ปัจจัยทางด้านสิ่งเเวดล้อมสามารถทำให้เกิดอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้เช่นกัน ซึ่งมีปัจจัยดังต่อไปนี้

  • สารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้แก่สบู่อาบน้ำ ผงซักผ้า แชมพูสระผม น้ำยาเคมี น้ำผลไม้หรือผลไม้สด เนื้อสัตว์และผักผลไม้
  • สารก่อให้เกิดภูมิเเพ้เช่นไรฝุ่น สัตว์เลี้ยง เกสรดอกไม้และเชื้อราซึ่งสารเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดภูมิเเพ้ได้เรียกว่าโรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบ 
  • จุลินทรีย์ได้แก่เชื้อแบคทีเรียเช่นเชื้อ Staphylococcus aureus เชื้อไวรัสเเละเชื้อรา
  • อุณหภูมิที่เพิ่มร้อนเเละหนาว ถ้าหากอาการร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไปอย่างเช่นอาการร้อนสูงที่มีความชื้นต่ำจะทำให้มีเหงื่ออกเยอะมากซึ่งสามารถก่อให้เกิดโรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบได้
  • การทานอาหารเช่นการทานผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม ไข่ไก่ ถั่วและเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมถั่วเหลือและข้าสาลีสามารถทำให้อาการแพ้ในผิวหนังเกิดการลุกลามขึ้นได้
  • ความเครียดสาเหตุนี้ไม่ได้ทำให้เกิดโรคผิวภูมิเเพ้หนังโดยตรงเเต่สามารถทำให้อาการที่เกิดจากภูมิเเพ้ผิวหนังมีอาการที่รุนเเรงมากขึ้น
  • ฮอร์โมนสำหรับผู้หญิงที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบอาจมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนสามารถระหว่างการตั้งครรภ์และระหว่างมีประจำเดือน

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด