บทความสุขภาพ
หน้าบวม (Facial swelling) : อาการ สาเหตุ การรักษา

หน้าบวม (Facial swelling) : อาการ สาเหตุ การรักษา

16.02
4
0

หน้าบวม (Facial swelling) เป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ เช่น การบาดเจ็บ อาการแพ้ และการติดเชื้อ มีน้อยรายที่หน้าบวมเป็นอาการแสดงจากการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน

สาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการหน้าบวม

มีสาเหตุที่เป็นไปได้หลายอย่างที่ทำให้เกิดอาการหน้าบวม ได้แก่:

โรคแอคติโนมัยโคสิส (Actinomycosis)

โรคแอคติโนมัยโคสิส เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียระยะยาวที่พบได้น้อยและอาจรุนแรงจนทำให้เกิดอาการบวมและเกิดฝีภายในเนื้อเยื่ออ่อนของร่างกาย โดยทั่วไปภาวะนี้จะส่งผลต่อปาก, จมูก, ลำคอ, กระเพาะอาหาร และลำไส้ของบุคคล

อาการอื่นๆของโรคแอคติโนมัยโคสิส ได้แก่:

แพทย์มักจ่ายยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินปริมาณสูงในการรักษาผู้ที่เป็นโรคแอคติโนมัยโคสิส มียาปฏิชีวนะอื่นๆให้ในกรณีแพ้ยากลุ่มเพนิซิลลิน การรักษาการติดเชื้ออาจใช้เวลานานหลายเดือน แต่ไม่ใช่โรคติดต่อ

ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic conjunctivitis)

ภูมิแพ้ขึ้นตา เป็นตาอักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดเมื่อบุคคลไปสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ขึ้นที่ตา เรียกว่า สารก่อภูมิแพ้ เช่น:

  • ฝุ่น

  • สปอร์ของเชื้อรา

  • ขนสัตว์เลี้ยง

  • ละอองเกสร

ภาวะดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดตาแดง คัน น้ำตาไหล และแสบร้อนที่ดวงตา อีกทั้งผิวหนังรอบดวงตาอาจบวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตื่นนอน

คนทั่วไปสามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ขึ้นตาได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ส่วนการรักษาสามารถใช้การประคบเย็นบริเวณที่เกิดการอักเสบ หรือใช้ยา เช่น ยาแก้แพ้ และยาหยอดตาแก้อักเสบ หรือสเตียรอยด์  และไม่ควรขยี้ตาเพราะอาจทำให้อาการแย่ลง

การแพ้รุนแรง (Anaphylaxis)

การแพ้รุนแรงเป็นการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ที่รุนแรง เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และอาจถึงแก่ชีวิตได้ อาการจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ และอาการจะแย่ลงเรื่อยๆ เช่น:

Facial swelling

ควรรีบโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน หากพบผู้ที่มีอาการของการแพ้ที่รุนแรง หากบุคคลนั้นถือเครื่องฉีดอะดรีนาลีน (EpiPen) และไม่สามารถจัดการได้ด้วยตนเอง ให้ใช้ยาดังกล่าวตามที่บรรจุภัณฑ์สั่ง

ผู้ที่มีอาการแพ้แบบรุนแรงเป็นครั้งแรกมีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้อีกในอนาคต จึงควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และพกอะดรีนาลีนแบบฉีดเองตลอดเวลา

แองจีโออีดีมา (Angioedema)

แองจีโออีดีมา เป็นการบวมที่เกิดในผิวหนังชั้นลึกและเป็นผลจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ เช่น อาหาร, ยา หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ อาทิ แมลงกัด หรือต่อย อาการส่วนใหญ่จะบวมทั่วใบหน้า อาการอื่นๆของแองจีโออีดีมา ได้แก่ :

อาการแองจีโออีดีมาในระดับไม่รุนแรงไม่จำเป็นต้องรักษา เพียงแค่หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ ส่วนผู้ที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรงอาจต้องใช้ยาอะดรีนาลีน ยาแก้แพ้ และยาอื่นๆ

การดูแลที่บ้านเพื่อบรรเทาอาการไม่สุขสบายได้แก่ การประคบเย็นและการสวมเสื้อผ้าหลวมๆ

จมูกหัก

การบาดเจ็บบนใบหน้าที่มีสาเหตุจากกระดูกภายในจมูกหัก การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ใบหน้าบวมและมีอาการอื่นๆ เช่น:

จมูกหักไม่จำเป็นต้องรักษาเสมอไป แต่หากเกิดการบาดเจ็บบนใบหน้าก็ควรไปพบแพทย์ การรักษาจมูกหักประกอบไปด้วยการลดปวดด้วยยา การเข้าเฝือก และการประคบเย็น บางรายอาจต้องรับการผ่าตัด

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis)

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังที่เป็นเหตุให้เกิดอาการ บวม, แดง และร้อน ทำให้เกิดการเจ็บปวด หากไม่ได้รับการรักษา เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบอาจถึงแก่ชีวิตได้

อาการของการติดเชื้อรุนแรง:

  • มีไข้

  • หนาวสั่น

  • เกิดริ้วรอบแดงจากผื่น

แพทย์มักสั่งยาปฏิชีวนะให้รับประทานเพื่อรักษาเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ ซึ่งบุคคลอาจต้องรับประทานอย่างน้อย 5วัน การพักผ่อนและรับประทานยาลดปวดสามารถช่วยลดความไม่สุขสบายได้

กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s syndrome)

กลุ่มอาการคุชชิง เป็นความผิดปกติที่เกิดเมื่อร่างกายสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไป คนที่เป็นกลุ่มอาการคุชชิงจะอ้วนฉุ  หน้ากลม พวกเขาอาจมีผิวหนังฟกช้ำได้ง่ายและมีขนส่วนเกินหรือขนหนาขึ้นตามร่างกาย

การได้รับกลูโคคอร์ติคอยในระดับสูงเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของกลุ่มอาการคุชชิง

การมีเนื้องอกบางอย่างอาจเป็นเหตุให้ร่างกายผลิตคอร์ติซอลเกินจำเป็น แม้ว่าเป็นภาวะที่แสดงออกภายนอกร่างกายได้น้อย แต่เป็นปัญหาที่เป็นผลจากภายในร่างกาย

ตามที่สถาบันโรคเบาหวานและระบบทางเดินอาหารและโรคไตแห่งชาติ พบภาวะที่แสดงออกภายนอกมีผลกับผู้คนกว่า 40-70 คนจากทุกๆล้านคน

การรักษาขึ้นกับสาเหตุ แนวทางในการรักษา เช่น ยาลดคอร์ติซอล  การผ่าตัด  การฉายแสงบำบัดและเคมีบำบัด

การแพ้ยา

ปฏิกิริยาจากการแพ้ยาที่จำเพาะต่อยาอาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เกิดหน้าบวมทั้งหน้า การแพ้ยาอาจเป็นเหตุให้เกิด:

  • หายใจลำบาก

  • มีไข้

  • ลมพิษ

  • คัน  ผื่นแดง

  • หัวใจเต้นเร็ว

  • ปวดท้อง

  • หน้าบวมข้างเดียวหรือสองข้าง

เป็นสิ่งสำคัญที่ควรแจ้งให้แพทย์  ทันตแพทย์ และเภสัชกรทราบ หากพวกเขารู้ว่าคุณแพ้ยาอะไร จะได้หลีกเลี่ยงการใช้ยานั้นๆ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสามารถแนะนำแนวทางเลือกอื่น

สาเหตุทั่วไปของการแพ้ยา:

  • ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลิน

  • ยากันชัก

  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอย (Nonsteroidal anti-inflammatory drugs :NSAIDs) เช่น แอสไพริน และไอบูโพรเฟน (ibuprofen)

  • ยาเคมีบำบัด

เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่แพ้ยาในการสวมสร้อยข้อมือทางการแพทย์(หรือมีเอกสารข้อมูลทางการแพทย์ติดตัว)เพื่อแจ้งเตือนผู้อื่นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism)

ไฮโปไทรอยด์ หรือภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อย เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนไม่เพียงพอ ซึ่งฮอร์โมนไทรอยด์ช่วยให้ร่างกายควบคุมการใช้พลังงาน

อาการอ้วนฉุ หน้าบวม เป็นหนึ่งในอาการของไฮโปไทรอยด์ อาการอื่นได้แก่:

ผู้ที่มีอาการของต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย จากข้อมูลของ The American Thyroid Association พบว่าคนที่เป็นโรคไทรอยด์ร้อยละ 60 ไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้

ไม่มีวิธีรักษาไฮโปไทรอยด์ แต่การใช้ยาและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสามารถช่วยให้จัดการกับอาการได้

ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia)

ครรภ์เป็นพิษคือภาวะที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์และต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน สัญญาณเตือนได้แก่ ความดันโลหิตไม่คงที่และมีระดับโปรตีนในปัสสาวะสูง ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้แก่ความดันโลหิตสูงที่อันตราย, ไตและตับถูกทำลาย และชัก

อาการได้แก่:

  • ปวดท้อง

  • ปวดศีรษะอย่างต่อเนื่อง

  • น้ำหนักเพิ่มกระทันหัน

  • หน้าและมือบวม

  • การมองเห็นเปลี่ยนไป

แพทย์อาจแนะนำให้คลอดก่อนกำหนดเพื่อแก้ไขภาวะครรภ์เป็นพิษ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับระยะของการตั้งครรภ์และความรุนแรงของภาวะ

หากอาการดำเนินเร็วกว่า 37สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ แพทย์อาจแนะนำการติดตามทางการแพทย์และให้ยาเพื่อลดความดันโลหิตและป้องกันการอาการชัก

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

ไซนัสอักเสบเป็นภาวะทั่วไปที่เกิดขึ้นเมื่อมีการอักเสบของทางจมูกและรูจมูก ภาวะดังกล่าวเป็นเหตุจากการแพ้ หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส

ไซนัสอักเสบเป็นเหตุให้เกิดอาการบวมและปวดบริเวณรอบจมูกและดวงตา อาการอื่นๆเช่น:

การดูแลตัวเองที่บ้านได้แก่ หากคัดจมูกก็ดื่มน้ำให้เพียงพอ  ประคบอุ่น และไอน้ำบำบัดเพื่อเพิ่มความชื่นให้กับทางเดินหายใจ การซื้อยารับประทานเอง เช่นการแก้ปวด เพื่อลดอาการปวดศีรษะ

หากอาการไม่ดีข้ึนภายหลัง 1-2สัปดาห์ อาจติดเชื้อแบคทีเรียที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

การติดเชื้อที่ฟัน

หนองหรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นที่ฟันหรือเหงือกเป็นเหตุให้เกิดการบวมโดยรอบแนวกราม การติดเชื้ออาจทำให้ปวดและปวดร้าวไปยังบริเวณใกล้เคียง

ทันตแพทย์มักจะสั่งยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ และจะเปิดรากฟันเอาเส้นประสาทในฟันที่ถูกทำลายแล้วส่งผลให้ฟันติดเชื้อออก เพื่อลดอาการไม่สุขสบายที่บ้าน การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือและรับประทานยาแก้ปวดก็สามารถช่วยได้

กลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่ (Superior vena cava syndrome)

กลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่ เป็นภาวะที่สำคัญที่ทำให้เกิดอาการบวมและเกิดการเปลี่ยนสีบนใบหน้าและลำคอ

กลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่ เกิดกับหลอดเลือดดำใหญ่ที่ขนส่งเลือดจากศีรษะ, ลำคอ และส่วนบนของอกกลับสู่หัวใจ กลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่เกิดเมื่อหลอดเลือดดำอุดตัน

สาเหตุของการอุดตันดังกล่าวมักเกิดจากก้อนเนื้องอกไปกดหลอดเลือดดำ ซึ่งเกิดในบางคนที่เป็นมะเร็งปอดหรือเต้านม อย่างไรก็ตามก็ยังมีสาเหตุอื่นๆอีก เช่น วัณโรคและต่อมไทรอยด์บวม

อาการของกลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่สามารถพัฒนาตลอดเวลา ได้แก่:

  • หายใจเร็ว

  • ไอ

  • กลืนลำบาก

  • ปวดศีรษะ

  • วิงเวียนศีรษะ

ผู้ที่เป็นกลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่ควรรีบไปพบแพทย์

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์หากหน้าบวมอย่างต่อเนื่องมากกว่า 1-2วัน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวด  แดง หรือคัน

โทรเรียกรถฉุกเฉินหากพบว่าเป็นการแพ้ที่รุนแรง หรือไปสัมผัสสิ่งที่ก่อภูมิแพ้ หรือพิษจากแมลง

การแพ้ที่รุนแรง (Anaphylaxis) เป็นปฏิกิริยาการแพ้ที่รุนแรงเสี่ยงต่อชีวิต หากผู้แพ้มีอะดรีนาลีนแบบฉีดพกติดตัวและไม่สามารถฉีดเองได้ คุณสามารถใช้ยาดังกล่าวตามรายละเอียดที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์

ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันทีหากมีคนแสดงอาการของกลุ่มอาการอุดตันของหลอดเลือดดำใหญ่ ระวังอาการเหล่านี้เป็นพิเศษหากบุคคลได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง

เทคนิคสำหรับการป้องกัน

มันยากแก่การป้องกันทุกสาเหตุที่ทำให้หน้าบวม แต่หากทำตามด้านล่างสามารถช่วยได้:

  • หลีกเลี่ยงสารที่ก่อภูมิแพ้ เช่น อาหารที่ก่อปัญหาและยา

  • รักษาสุขอนามัยในช่องปากอยู่เสมอ โดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน ก็สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่ฟัน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และลดความเครียดเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จะช่วยป้องกันการติดเชื้อบางอย่างที่ทำให้ใบหน้าบวม

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

https://www.healthline.com/health/facial-swelling

https://medlineplus.gov/ency/article/003105.htm

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5773992/

https://www.nhs.uk/conditions/angioedema/

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *