Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคพยาธิตัวจี๊ด

โรคพยาธิตัวจี๊ด (Gnathostomiasis) : สาเหตุ อาการและการรักษา

พยาธิตัวจิ๊ด (Gnathostomiasis) เป็นการติดเชื้อปรสิตที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวอ่อนระยะที่สามมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  Gnathostoma spp., โดยส่วนใหญ่มักเกิดในภูมิภาคเขตร้อนและเขตกึ่งร้อน เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนผ่านการทานเนื้อสัตว์และเป็นโรคเฉพาะถิ่นที่เกิดขึ้นในบริเวณที่ผู้คนดื่มน้ำจากแม่น้ำที่เลี้ยงปลาน้ำจืดหรืออาหารทะเล โดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศอื่นๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่นและมีการระบาดของโรคพยาธิตัวจิ๊ดเพิ่มมากขึ้นในทวีปอเมริการใต้โดยเฉพาะในประเทศเม็กซิโก

เมื่อก่อนโรคนี้พบได้ยากนอกประเทศที่เกิดการะบาด อย่างไรก็ตามผ่านมาหลายสิบปี มีหลายประเทศที่ไม่มีการแพร่ระบาดของโรคพยาธิตัวจี๊ดเพิ่มมากขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนอกประเทศที่เกิดการระบาดยังไม่คุ้นชินกับโรคพยาธิชนิดนี้ ดังนั้นการวินิฉัยจึงมักวินิจฉัยผิดหรือใช้เวลาตรวจหาโรคนานกว่าปกติ รวมถึงอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพร้ายเเรงอื่นๆตามมา

บทความนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อพยาธิตัวจี๊ด วิธีการวินิจฉัยโรค การรักษารวมถึงวิธีการป้องกันโรคพยาธิตัวจี๊ด 

โรคพยาธิตัวจี๊ดเกิดจากพยาธิสกุล Gnathostoma ลำดับ  Spirurida เป็นหนึ่งในพยาธิตัวกลมกลุ่ม nematode ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นพยาธิกลุ่มนี้มีลักษณะทางทางชีวภาพที่ต้องการอาศัยอยู่ในโฮสต์ที่เป็นตัวกลางอย่างน้อย 1-2 ที่ในวงจรชีวิต 

มนุษย์สามารถเป็นโฮสต์ของพยาธิตัวจี๊ดโดยอุบัติเหตุ  เป็นโรคติดเชื้อจากพยาธิตัวจี๊ดที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งโฮสต์จำเพาะได้แก่ สุนัข แมว เสือ เสือดาวและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำที่กินปลาเป็นอาหาร ในขณะที่หนอนพยาธิตัวโตเต็มวัยอาศัยอยู่ที่ผนังกระเพาะอาหารและทำให้เกิดก้อนเนื้อที่มีลักษณะคล้ายมะเร็ง

โดยปกติมนุษย์สามารถติดเชื้อพยาธิตัวอ่อนระยะที่สามของ Gnathostoma spp ด้วยการทานอาหารดิบหรืออาหารที่ปรุงไม่สุกและอาหารที่ใช้น้ำจากแม่น้ำมาทำอาหาร รวมถึงโฮสต์ตัวกลางชนิดอื่นเช่นงู กบและไก่ อย่างไรก็ตามมีลักษณะพฤติกรรมที่สามารถทำให้ติดเชื้อพยาธิได้ซึ่งได้แก่การดื่มน้ำที่มีพยาธิปนเปื้อน จึงทำให้พยาธิเข้าสู่ร่างกายมนุษย์และทำให้มนุษย์กลายเป็นโฮสต์ตัวกลาง นอกจากนี้พยาธิยังสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อพยาธิตัวจี๊ด

อาการที่ขึ้นในมนุษย์เกิดขึ้นเมื่อพยาธิตัวจี๊ดเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกาย จึงทำให้เกิดโรคผิวหนังติดเชื้อที่เกิดจากการเคลื่อนที่ไปตามผิวหนังของตัวอ่อนของพยาธิ โดยจะสามารถสังเกตุเห็นพยาธิตัวจี๊ดเคลื่อนที่ 1 เซนติเมตรต่อชั่วโมง

อาการโรคพยาธิตัวจี๊ด

โรคผิวหนังติดเชื้อที่เกิดจากการเคลื่อนที่ไปตามผิวหนังของตัวอ่อนของพยาธิทำให้เกิดโรคผิวหนังที่มีอาการบวมเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆหมายความว่าตัวอ่อนของพยาธิเข้าไปยังเนื้อเยื่อชั้นลึกและอวัยวะภายในแล้ว ซึ่งได้แก่ ปอด ตา หู ระบบย่อยอาหาร อวัยวะเพศและระบบปัสสาวะ แต่อย่างไรก็ตามพบได้น้อยมากแต่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าหากตัวอ่อนของพยาธิเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง 

โดยส่วนใหญ่อาการติดเชื้อทำให้เกิดโรคผิวหนังติดเชื้อจากพยาธิใต้ผิวหนังเท่านั้น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นภายใน 3-4 วันหลังจากทานอาหารที่มีเชื้อพยาธิตัวจิ๊ดเข้าสู่ร่างกายแต่ระยะเริ่มต้นของอาการอาจเกิดขึ้นช้าเป็นเดือนหรือปี

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคพยาธิตัวจี๊ดได้ เนื่องจากมีอาการหลายอย่างเกิดขึ้นรวมถึงผลกระทบที่เกิดจากกลไกการเจริญเติบโตของตัวอ่อนที่เข้าสู่ร่างกายมนุษย์ การขับถ่ายของเสียพยาธิและการตอบสนองของระบบภูมิต้านทานของโฮสต์

ของเสียที่พยาธิขับถ่ายออกมารวมถึงกลไกอื่นที่สร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่อภายในร่างกาย เป็นผลมากจากเลือดตกในหรือเลือดที่ซึมออกจากอวัยวะภายใน ซึ่งสามารถเห็นได้ที่บริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของผู้ป่วยหรืออวัยวะภายในต่างๆและระบบประสาทส่วนกลาง 

การวินิจฉัยโรค

ผู้ที่ภาวะเม็ดเลือดขาวมากและมีรอยพยาธิเคลื่อนไหวใต้ผิวหนังรวมถึงสัมผัสกับพยาธิโดยตรง แนะนำว่าควรเข้ารับการวินิจฉัยโรคพยาธิตัวจี๊ด

ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากการกับพยาธิโดยตรงได้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีการระบาดของโรคพยาธิตัวจี๊ดและทานอาหารที่อาจมีตัวอ่อนของพยาธิ เช่น อาหารดิบหรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะปลาน้ำจืด ไก่ และกบ

ในทางการแพทย์มีโรคที่เกิดจากการติดเชื้อพยาธิหลายชนิดได้แก่ พยาธิตัวกลมที่ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคพยาธิทริคิเนลลาและโรคผิวหนังติดเชื้อที่เกิดจากการเคลื่อนที่ไปตามผิวหนังของตัวอ่อนของพยาธิ

โดยปกติเซลล์เม็ดเลือดขาว Eosinophilia เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อจากพยาธิมักมีจำนวนมากขึ้นเมื่อเริ่มมีหนอนพยาธิเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง แต่อยางไรก็ตามเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนี้ไม่ได้มีอยู่เสมอไปและหากตรวจไม่พบเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนี้ ไม่สามารถวินิจฉัยโรคพยาธิตัวจี๊ดได้

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มคิดค้นวิธีการตรวจพยาธิการตรวจทางน้ำเหลืองที่เรียกว่า serological test ซึ่งเป็นการตรวจพยาธิโดยใช้สารสกัดจากพยาธิตัวจี๊ดโตเต็มวัย

 (Gnathostoma doloresi)  ในบริเวณที่พบพยาธิในร่างกาย

ปัจจุบันมีการวินิจฉัยโรคพยาธิตัวจี๊ดด้วยวิธี serological test ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดในทวีปยุโรป เช่นในประเทศอังกฤษและสวิสเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ที่มหาวิทยาลัยมหิดลประเทศไทยก็สามารถตรวจเชื้อพยาธิตัวจี๊ดด้วยวิธีดังกล่าวได้เช่น

วิธีรักษาโรคพยาธิตัวจี๊ด

หลายปีที่ผ่านมาไม่มีการรักษาวิธีไหนที่สามารถรักษาโรคพยาธิตัวจี๊ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเพียงการผ่าตัดก้อนเนื้อที่หนังเท่านั้นที่เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด การใช้ยาเคยนำมาทดสอบกับทั้งสัตว์และคนพบว่าไม่สามารถรักษาพยาธิตัวจี๊ดได้ ซึ่งได้แก่ยา thiabendazole, ยา praziquantel, ยา metronidazole, ยา diethylcarbamazine, และ ยา quinine

ยา Albendazole และยา benzmidazole เป็นยาขับพยาธิที่มีขอบเขตในการออกฤทธิ์กว้าง ยาเหล่านี้เป็นยาที่ได้รับการพิสูจน์เเล้วว่าสามารถรักษาอาการติดเชื้อที่เกิดจากหนอนพยาธิทั้งในและนอกลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อย่างเช่นโรคพยาธิใบไม้ในตับและพยาธิตัวตืด รวมถึงโรคติดเชื้อพยาธิใต้ผิวหนัง 

ยาเหล่านี้ทำให้พยาธิไม่สามารถกินกลูโคสได้ส่งผลทำให้พยาธิไม่สามารถเคลื่อนตัวได้เเล้วทำให้พยาธิตายในที่สุด ยา Albendazole  เป็นยาที่ระบบย่อยอาหารดูดซึมได้น้อย (แม้ว่าจะดูดซึมได้ดีกว่ายา mebendazole) 

วิธีป้องกัน

การกำจัดพยาธิในแต่ละพื้นที่บนโลกมีความแตกต่างกันเนื่องจากวิธีการปรุงอาหารและเมนูอาหารประหลาด ดังนั้นการควบคุมการติดเชื้อพยาธิสามารถทำได้ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดเชื้อพยาธิ เพื่อส่งเสริมความตระหนักถึงความสะอาด วิธีป้องกันพยาธิที่ดีที่สุดคือการปรุงอาหารให้สุกเพื่อมั่นใจว่าตัวอ่อนของพยาธิได้ถูกฆ่าด้วยความร้อน นอกจากนี้การแช่อาหารในห้องเย็นที่อุณหภูมิ  −20°C เป็นเวลา 3-5 วันยังสามารถช่วยฆ่าพยาธิได้เช่นกัน

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา 

ความคิดเห็นล่าสุด