บทความสุขภาพ
ไข้ละอองฟาง (Hay Fever) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ไข้ละอองฟาง (Hay Fever) : อาการ สาเหตุ การรักษา

01.05
31
0

ไข้ละอองฟาง (Hay Fever) หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นภาวะที่พบบ่อยซึ่งมีอาการคล้ายโรคหวัด อาจมีอาการจาม เลือดคั่ง น้ำมูกไหลและความดันในไซนัสร่วมด้วยได้

โดยเกิดจากการตอบสนองต่อการแพ้สารในอากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ในแต่ละช่วงปี จะมีสารต่าง ๆ ล่องลอยอยู่ในอากาศ และในจำนวนนั้นอาจเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีปฏิกิริยาต่อการรับสารของแต่ละคนได้

แม้ชื่อของโรคจะหมายถึงการแพ้ละอองฟาง แต่ไข้ละอองฟางไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะต้องแพ้หญ้าแห้งและมีไข้เสมอไป หญ้าแห้งแทบจะไม่เคยเป็นสารก่อภูมิแพ้และการเป็นไข้ไม่ใช่อาการโรค

ไข้ละอองฟางคืออะไร

ไข้ละอองฟางเป็นอาการแพ้สารในอากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้

อาการแพ้เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดคิดว่าสารที่ไม่เป็นอันตรายนั้นเป็นสารอันตราย และร่างกายจะปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อต่อสู้กับสารอันตรายที่มันเข้าใจผิดนั้น ปฏิกิริยานี้ทำให้เกิดอาการดังกล่าว

สารก่อภูมิแพ้มักเป็นสารทั่วไปที่ระบบภูมิคุ้มกันในคนส่วนใหญ่ไม่ตอบสนองหรือตอบสนองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายต้องการการรักษาเนื่องจากอาการของโรคอาจทำให้พวกทำภารกิจประจำวันได้ยากขึ้น

การรักษาอาจไม่ช่วยจำกัดอาการออกไปได้ แต่สามารถลดผลกระทบของโรคได้

อาการของไข้ละอองฟาง

บางครั้ง ไข้ละอองฟางจะมีสาเหตุมาจากละอองต่าง ๆ อาการของโรคอาจเกิดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ป่วยแพ้สารใด

ผู้ที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้ทั่วไปจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นเมื่อจำนวนละอองเกสรดอกไม้มีมากขึ้น

อาการทั่วไป ได้แก่ :

อาการที่รุนแรงอาจรวมถึง:

  • เหงื่อออก
  • ปวดศีรษะ
  • สูญเสียการได้กลิ่นและรับรส
  • ปวดตามใบหน้าที่เกิดจากไซนัสอุดตัน
  • คันตั้งแต่ลำคอถึงจมูกและหู
  • บางคนอาจมีอาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย หงุดหงิดและนอนไม่หลับ

ในบางกรณี ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจมีอาการหอบและหายใจไม่ออกเมื่อเกิดอาการของไข้ละอองฟาง

การรักษาไข้ละอองฟาง

การรักษาประเภทที่ทำได้เองที่บ้านอาจช่วยรักษาไข้ละอองฟางได้ บางครั้ง การผสมผสานการรักษาหลาย ๆ วิธีอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยแพทย์อาจแนะนำตัวเลือกต่าง ๆ ให้

การรักษาด้วยยา: 

สเปรย์ต้านฮีสตามีนหรือยาเม็ด: ตามร้านยาทั่วไป มียาหลายตัวที่ยับยั้งการปล่อยสารเคมีฮิสตามีน โดยยาเหล่านี้บรรเทาอาการน้ำมูกไหล คันและจามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะไม่สามารถคลายอาการอุดตันบริเวณไซนัสได้ ยาต้านฮิสตามีนรุ่นเก่า ๆ อาจทำให้ง่วงนอนได้

ยาหยอดตา: ช่วยลดอาการคันและบวมในดวงตา มักใช้ควบคู่ไปกับยาอื่น ๆ ยาหยอดตามักมีโครโมไกลเคต

คอร์ติโคสเตียรอยด์ใช้ทางจมูก: สเปรย์เหล่านี้รักษาอาการอักเสบที่เกิดจากไข้ละอองฟาง โดยรักษาให้หายระยะยาวอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้อาจใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์จึงจะเห็นผล เช่น ฟลูติคาโซน ยาเวรามิสต์ นาโซเน็กซ์และเบโคเนซ อาจมีกลิ่นหรือรสไม่พึงประสงค์หรือระคายเคืองจมูก

คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน: อาการไข้ละอองฟางรุนแรงอาจตอบสนองต่อยาเม็ดเพรดนิโซนได้ดีตามที่แพทย์กำหนด แต่จะใช้ได้ดีในระยะสั้นเท่านั้น หากใช้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดต้อกระจก กล้ามเนื้ออ่อนแรงและโรคกระดูกพรุนได้

การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด: การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดช่วยบรรเทาอาการได้ในระยะยาวโดยค่อย ๆ ลดความไวของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการของโรค โดยปกติแล้ว การฉีดวัคซีนหรือยาหยอดใต้ลิ้นสำหรับผู้ที่มีอาการร้ายแรงสามารถทำได้ โดยเฉพาะหากการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล

การบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันอาจทำให้มีอาการภูมิแพ้บรรเทาในระยะยาวและอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ใหม่ ๆ

แพทย์ให้มีการฉีดยา แต่การให้ภูมิคุ้มกันบำบัดแบบหยดใต้ลิ้นหรือยาที่ละลายใต้ลิ้นสามารถนำกลับมาทำเองที่บ้านได้

การบำบัดทางเลือก

การบำบัดทางเลือกที่อาจรักษาไข้ละอองฟาง ได้แก่ การฝังเข็ม แต่ผลการศึกษายังไม่ยืนยันว่าจะรักษาได้ดีมาก

ไม่แนะนำให้ใช้สมุนไพร

ในระหว่างตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาเพื่อป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์

การวินิจฉัยไข้ละอองฟาง

การตรวจการรับความรู้สึกแหลมคมช่วยระบุได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุของอาการแพ้

เพื่อระบุวิธีการรักษาที่ถูกต้อง แพทย์จะตรวจดูอาการและสอบถามประวัติโรคของผู้ป่วยและครอบครัว

การตรวจเลือดหรือผิวหนังสามารถระบุได้ว่าผู้ป่วยแพ้สารใด

ในการทดสอบทางผิวหนัง แพทย์จะแทงผิวหนังด้วยสารก่อภูมิแพ้ในจำนวนหนึ่งเป็นเวลาหนึ่งนาที

การตรวจเลือดจะแสดงระดับของการสร้างสารภูมิต้านทานที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน อี (IgE)  โดยสารนี้จะสูงหากเกิดอาการแพ้ ทั้งนี้ การทดสอบนี้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

สารภูมิต้านทานที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบูลิน อี (IgE) ในระดับ 0 บ่งชี้ว่าไม่มีความไวต้อการแพ้ ในขณะที่ 6 บ่งชี้ความไวสูงต่อการแพ้

การทดสอบผิวหนังอีกอย่างหนึ่งคือการฉีดสารก่อภูมิแพ้ใต้ผิวหนังและตรวจสอบปฏิกิริยาประมาณ 20 นาทีหลังฉีด

Hay Fever

การรักษาที่บ้าน

เราไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ได้ แต่ผู้ที่มีไข้ละอองฟางอาจพบว่าบางอย่างอาจมีประโยชน์ในการลดผลกระทบจากโรคได้

เคล็ดลับมีดังต่อไปนี้:

  • เฝ้าระวังจำนวนละอองเกสรในช่วงเดือนที่มีละอองเกสรกระจาย จำนวนละอองเกสรมีแนวโน้มสูงขึ้นในวันที่อากาศชื้น ไม่มีลมแรงและในช่วงหัวค่ำ
  • ปิดหน้าต่างและประตูเมื่อปริมาณละอองเกสรสูง
  • หลีกเลี่ยงการตัดหญ้าในช่วงเดือนที่มีละอองเกสรกระจาย เลือกวันที่มีละอองเกสรต่ำในการทำสวนและอยู่ห่างจากบริเวณที่มีหญ้าเมื่อจำนวนละอองเกสรสูง
  • ล้างตาด้วยน้ำเย็นเป็นประจำเพื่อช่วยบรรเทาและกำจัดละอองเกสร
  • อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังกลับเข้าบ้านช่วงปริมาณละอองเกสรสูง
  • ใช้แว่นครอบรอบดวงตาเพื่อป้องกันละอองเกสร
  • สวมหมวกเพื่อป้องกันไม่ให้ละอองเกสรสะสมในเส้นผมแล้วโรยลงไปที่ดวงตาและใบหน้า
  • ติดตั้งตัวกรองละอองเกสรกับรถและขับรถโดยปิดหน้าต่างในช่วงที่มีปริมาณละอองเกสรสูง
  • ไม่นำดอกไม้เข้ามาในบ้าน
  • ดูแลพื้นผิว พื้นบ้านและพรมให้ปราศจากฝุ่นมากที่สุด
  • เลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวกรองดี ๆ
  • ใช้ผ้าปูที่นอน “กันไร”
  • ใช้เครื่องลดความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และเลิกสูบบุหรี่หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่
  • ทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงเมื่อเข้าบ้านในวันที่ประมาณละอองเกษรสูงหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดขนสัตว์ให้เรียบ
  • ทาวาสลีนรอบ ๆ ขอบด้านในของรูจมูกเพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ละอองเรณูผ่านเข้าไปได้
  • ขอคำปรึกษาแพทย์เพื่อวางการใช้ชีวิต หากรู้ว่าช่วงเวลาที่ละอองเกษรจำนวนมากจะมาถึง

 สาเหตุของไข้ละอองฟาง

ไข้ละอองฟางเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันผิดเข้าใจผิดว่าสารต่าง ๆ ในอากาศที่ไม่เป็นอันตรายนั้นเป็นภัยคุกคามต่อระบบภายใน

ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีที่เรียกว่าอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) เพื่อโจมตีภัยคุกคามและจะปล่อยสารเคมีฮิสตามีนออกมา ฮีสตามีนเป็นสาเหตุที่ให้เกิดอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการแพ้

ไข้ละอองฟางตามฤดูกาล ได้แก่ ละอองเกสรดอกไม้และสปอร์ที่ทำให้เกิดอาการในบางช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปีเท่านั้น

ตัวอย่างของสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ละอองฟาง ได้แก่ :

  • เกสรต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิ
  • เกสรหญ้าในปลายฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน
  • เกสรวัชพืช โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  • เชื้อราและสปอร์ของราพบมากในสภาพอากาศอบอุ่น
  • สิ่งกระตุ้นอื่น ๆ ได้แก่ ขนหรือความโกรธของสัตว์เลี้ยง ไรฝุ่น เชื้อราและฝุ่นแมลงสาบ สารระคายเคืองที่อาจทำให้เกิดอาการไข้ละอองฟาง ได้แก่ ควันบุหรี่ น้ำหอมและควันไอเสียจากน้ำมันดีเซล

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดไข้ละอองฟาง

ปัจจัยบางอย่างเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไข้ละอองฟางได้

ปัจจัยทางพันธุกรรม: หากสมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดมีไข้ละอองฟางหรือโรคภูมิแพ้อื่น ๆ ความเสี่ยงก็จะสูงขึ้น

โรคภูมิแพ้อื่น ๆ หรือโรคหอบหืด: ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อื่น ๆ หรือโรคหอบหืดมีแนวโน้มที่จะมีไข้ละอองฟางเช่นกัน

เพศและอายุ: ก่อนเข้าสู่วัยรุ่น ไข้ละอองฟางพบได้บ่อยในเด็กผู้ชาย แต่หลังวัยรุ่นไปแล้ว ผู้หญิงจะได้รับผลกระทบมากกว่า

วันเกิด: คนที่เกิดในช่วงฤดูที่มีละอองเกสรดอกไม้สูงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นไข้ละอองฟางกว่าคนอื่น

บุหรี่มือสอง: การสัมผัสกับควันบุหรี่ในช่วงขวบปีแรก ๆ ของชีวิตจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเป็นไข้ละอองฟาง

ปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ การเป็นลูกคนหัวปีที่มาจากครอบครัวเล็กหรือครอบครัวที่มีรายได้สูง ปัจจัยเสี่ยงสามประการสุดท้ายนี้อาจเชื่อมโยงกับการติดเชื้อในวัยเด็ก

ทารกที่มีการติดเชื้อในวัยเด็กไม่บ่อยอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาด้านภูมิต้านทานผิดปกติในช่วงชีวิตบั้นปลาย

แนวโน้มของโรค

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาไข้ละอองฟาง อย่างไรก็ตาม อาการของไข้ละอองฟางสามารถจัดการได้ในช่วงที่มีจำนวนละอองเกสรสูง

สำหรับการรักษาเพื่อให้ได้ผลในปีแรกควรเริ่มการรักษา 3 เดือนก่อนฤดูที่ละอองเกสรต่าง ๆ จะแพร่กระจาย

การรักษาอย่างต่อเนื่องอาจมีผลในการลดอาการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ สามปีของการรักษาแสดงให้เห็นว่าช่วยลดความไวต่อละอองเรณูในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากผ่านไปหนึ่งปี ควรหยุดการรักษาเนื่องจากไม่น่าจะได้ผล

ไข้ละอองฟางอาจร้ายแรงขึ้น โดยลุกลามไปยังปอดและกลายเป็นโรคหอบหืดจากภูมิแพ้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เกสรดอกไม้อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการแพ้อื่น ๆ เช่น การแพ้อาหาร

ไข้ละอองฟางที่รุนแรงอาจทำให้เยื่อเมือกของจมูกไวต่อสิ่งระคายเคืองอื่น ๆ เช่น ควันบุหรี่หรืออากาศแห้ง ซึ่งทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับไข้ละอองฟาง

  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ซึ่งมักเรียกว่าไข้ละอองฟางอาจทำให้เกิดอาการจาม คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล น้ำตาไหลและมีอาการคันจมูก คันตาหรือรู้สึกคันที่เพดานปากได้
  • อาการมักเกิดจากความไวต่อการแพ้ละอองเรณูจากต้นไม้ ใบหญ้าหรือวัชพืช หรือสปอร์ของเชื้อราในอากาศ
  • การรักษารวมถึงการหลีกเลี่ยง กำจัดหรือลดการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ การรักษาด้วยยา และการทำภูมิคุ้มกันบำบัด หรือฉีดวัคซีนแก้ภูมิแพ้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *