บทความสุขภาพ
โรคหัวใจขาดเลือด​​ (Heart Attack) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคหัวใจขาดเลือด​​ (Heart Attack) : อาการ สาเหตุ การรักษา

29.01
118
0

หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันคือภาวะที่หัวใจขาดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจถูกปิดกั้น

คนที่เคยมีประสบการณ์กับภาวะหัวใจขาดเลือด (Heart Attack) มาก่อน หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด-จะเกิดอาการเจ็บหน้าอกและส่วนอื่นๆของร่างกายเช่นเดียวกับอาการอื่นๆ

การค้นพบอาการในช่วงต้นๆของโรคหัวใจขาดเลือดและเตรียมรักษาไว้ก่อนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้

ภาวะหัวใจขาดเลือดแตกต่างจากภาวะหัวใจหยุดเต้นที่ทำให้หัวใจการทำงานอย่างสิ้นเชิง แต่ถือว่าเป็นโรคที่เฉียบพลันทั้งคู่ และหากว่าไม่ได้รับการรักษา ภาวะหัวใจขาดเลือดก็อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

บทความนี้จะบอกถึงวิธีดูอาการของภาวะหัวใจขาดเลือดและวิธีการรักษาและป้องกัน

อาการของหัวใจขาดเลือด

ภาวะหัวใจขาดเลือดสามารถทำให้เสียชีวิตได้ จึงต้องจำอาการเตือนที่สำคัญต่างๆไว้ และรีบพบแพทย์ในทันที

อาการต่างๆ เช่น:

  • รู้สึกมีแรงดันจำนวนมาก แน่น เจ็บเหมือนถูกบีบหรือปวดที่บริเวณกลางอก

  • ความรู้สึกเจ็บแผ่กระจายไปที่บริเวณแขน คอ กรามหรือแผ่นหลัง

  • รู้สึกเหมือนถูกบีบอัดหรือโดนทับหนักๆที่บริเวณหน้าอก

  • รู้สึกเหมือนมีอาการแสบร้อนกลางอกหรืออาหารไม่ย่อย

  • คลื่นไส้อาเจียน

  • รู้สึกเหนอะหนะและมีเหงื่อออก

  • หายใจถี่ๆ

  • รู้สึกวิงเวียนศีรษะ หรือมึนงง

  • ในบางรายอาจมีอาการวิตกกังวลมากกว่าปกติ

  • ไอหรือหายใจมีเสียง หากพบว่ามีน้ำในปอด

อาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่สามารถระบุช่วงเวลาและไม่มีรูปแบบก่อนหลัง-อาจมีอาการนำมาล่วงหน้าหลายวันหรือเป็นแล้วก็ไปทันที

ภาวะอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นตามมา:

  • ภาวะขาดออกซิเจนในเลือด: คืออาการที่เกิดขึ้นเพราะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ

  • ภาวะน้ำท่วมปอด: คือภาวะที่ของเหลวไปสะสมอยู่ภายในและรอบๆปอดทั้งสองข้าง

  • ภาวะช็อกจากโรคหัวใจ: เป็นภาวะระดับความดันเลือดตกลงอย่างเฉียบพลัน เพราะหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้มากพอสำหรับไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อให้ทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม

เพศหญิงและเพศชายมีโอกาสต้องเจอกับภาวะหัวใจขาดเลือดแตกต่างกัน เรียนรู้เรื่องของอาการหัวใจขาดเลือดในผู้หญิงได้ที่นี่

สาเหตุของหัวใจขาดเลือด

สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะหัวใจขาดเลือดคือเลือดที่จะไหลเวียนไปยังหัวใจถูกกีดขวาง

สาเหตุของภาวะโรคหลอดเลือดโคโรนารีคือมีไขมันและหินปูนเกาะที่ผนังชั้นในของหลอดเลือดแดง ทำให้หลอดเลือดแข็งไม่ยืดหยุ่นส่งผลให้หลอดเลือดตีบแคบ ตัน เลือดจึงไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ

Heart Attack
สาเหตุอื่นๆเช่น:
  • ใช้ยาเสพติด เช่นโคเคน เป็นสาเหตุทำให้เส้นเลือดตีบ

  • ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในระหว่างเกิดภาวะโรคเช่น ภาวะเป็นพิษคาร์บอนมอนอกไซด์

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยต่อไปนี้เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากขึ้น:

  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น

  • เพศชาย

  • มีระดับคอเรสเตอรอลสูง

  • ระดับความดันโลหิตสูง

  • มีปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆเช่นภาวะโรคอ้วน หรือโรคเบาหวาน

  • รับประทานอาหารแปรรูปบ่อย ชอบเติมไขมัน น้ำตาลและเกลือ

  • ไม่ค่อยทำกิจกรรม

  • ปัจจัยทางกรรมพันธ์และมีประวัติทางครอบครัว

  • สูบบุหรี่

  • ดื่มแอลกอฮอร์ในปริมาณมาก

  • มีความเครียดสูง

การรักษาหัวใจขาดเลือด

โรคหัวใจขาดเลือดเป็นภาวะที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

ในปัจจบันมีผู้ป่วยที่สามารถรอดชีวิตจากภาวะหัวใจขาดเลือดหากได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การรักษาที่ช้า ยิ่งช้ามากไปเท่าไรก็ยิ่งลดโอกาสการมีชีวิตรอดมากเท่านั้น

เมื่อคุณเป็นคนโทรเรียกฉุกเฉิน

  • ควรเตรียมความพร้อมในคำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและอยู่ตำแหน่งไหน

  • สงบสติอารมณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำจากทีมกู้ชีพฉุกเฉิน

ในระหว่างคอยให้ทีมช่วยเหลือมาถึง ให้พูดคุยกับผู้ป่วยและสร้างความมั่นใจให้ผู้ป่วยว่าการช่วยเหลือกำลังเดินทางมาแล้ว

การกู้ชีพซีพีอาร์CPR

หากพบว่าผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

การกดหน้าอกด้วยมือ:

  • ล็อคนิ้วมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและวางมือลงตรงบริเวณกลางอก

  • วางมือโน้มตัวให้แนวไหล่ของคุณอยู่ตรงกับมือ ล็อคข้อศอกและกดให้หนักและเร็วในอัตรา100-120ครั้งต่อนาที กดลึกประมาณ 2 นิ้ว

  • ยังคงทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าผู้ป่วยจะเริ่มหายใจหรือสามารถขยับตัวได้ ทำไปจนมีคนมารับช่วงต่อหรือจนคุณรู้สึกเหนื่อย

  • หากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนมือโดยไม่หยุดกด.

ใช้เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ

  • เครื่องAEDสามารถพบเห็นได้ตามห้างสรรพสินค้าและที่สาธารณะหลายๆที่

  • เครื่อง AED เป็นเครื่องกระตุกที่จะทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง

  • ตั้งสติและทำตามคำแนะนำ เครื่องAEDรุ่นใหม่ๆสามารถบอกขั้นตอนทีละขั้นๆให้แก่คุณได้

เรียนรู้วิธีทำซีพีอาร์ได้ที่นี่

การรักษาด้วยยา

ทันทีที่ทีมกู้ชีพมาถึงพวกเขาจะรับมือต่อจากคุณเอง

ให้ข้อมูลรายละเอียดเท่าที่จะเป็นได้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วย หรือว่าเหตุการณ์อะไรขึ้นก่อนหน้านี้

ทีมกู้ชีพจะพยายามทำให้อาการผู้ป่วยเสถียรด้วยการให้ออกซิเจน

การรักษาที่โรงพยาบาล ทีมแพทย์จะตรวจอย่างละเอียดแล้วลงมือรักษาอย่างเหมาะสม

มีแนวทางการรักษามากมายแต่ที่เป็นหลักๆคือ3ทางเลือกดังต่อไปนี้:

  • การรักษาด้วยา เพื่อละลายลิ่มเลือด

  • การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดเลือด เป็นอีกวิธีที่จะแก้ไขให้การไหลเวียนของเลือดกลับคืนมา

  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงเส้นเลือดหัวใจ หรือที่เรียกกันว่าการทำบายพาสหัวใจ คือการเปลี่ยนเส้นทางของเลือดในพื้นที่ของหลอดเลือดแดงรอบๆให้มีการไหลเวียนที่ดีขึ้น

ทีมแพทย์จะช่วยกันทำงานวางแผนร่วมกันเพื่อป้องกันการเกิดจู่โจมในอนาคต

ภาวะแทรกซ้อน

ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดอาการแทรกซ้อนหลังจากเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด อาการจะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้:

  • เกิดความเครียด: พบได้ทั่วไปหลังเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดควรปรึกษากลุ่มบำบัดเพื่อผ่อนคลายความเครียดลง

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ: คือจังหวะการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ เร็วไปบ้างหรือช้าไปบ้าง

  • เกิดอาการบวมน้ำ: เมื่อเกิดของเหลวสะสมขึ้นก็เป็นสาเหตุให้เกิดการบวมที่บริเวณข้อเท้าและเท้า

  • ผนังหลอดเลือดแดงโป่งพอง: เนื้อเยื่อแผลเป็นจะเกิดขึ้นตรงส่วนผนังหัวใจที่เกิดความเสียหาย มีผลต่อการยืดขยายของกล้ามเนื้อหัวใจ และอาจเกิดเป็นถุงน้ำซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันของเลือดได้

  • แน่นหน้าอก: เมื่อออกซิเจนที่จะไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยไม่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสาเหตุทำให้เจ็บแน่นหน้าอก

  • หัวใจวาย: เมื่อหัวใจมีการสูบฉีดที่ไม่ดีก็สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ยากต่อการหายใจและเกิดอาการบวมน้ำ

  • ผนังกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด: เมื่อผนังกล้ามเนื้อหรือลิ้นหัวใจเกิดการปริแตก เป็นความเสียหายที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด

การรักษาอย่างต่อเนื่องและเฝ้าติดตามอาการจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

การป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือด

มีหลายวิธีในการลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกาได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจไว้ดังนี้

  • ควรหลีกเลี่ยงหรือเลิกสูบบุหรี่

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมให้

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • ดูแลโรคเบาหวาน ภาวะระดับคอเรสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูงและโรคอื่นๆให้หาย

  • ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์

  • ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม

  • หากเป็นไปได้ควรลดความเครียดหรือฝึกฝนหาทางเพื่อลดความเครียดลง

การรับรู้อาการของหัวใจขาดเลือดจะสามารถช่วยให้มีการดูแลตัวเองล่วงหน้าก่อนและทำให้มีโอกาสที่ดีมากขึ้นในการรักษา

การวินิจฉัย

ในโรงพยาบาลแพทย์จะสอบถามอาการและซักประวัติดังต่อไปนี้:

  • อายุ

  • สุขภาพ

  • ประวัติการใช้ยา

  • ประวิติครอบครัว

รวมถึงการตรวจเพิ่มเติมเช่น:

  • การตรวจด้วยการเอกซเรย์ ซีทีสแกนและการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

  • การตรวจเลือด ก็สามารถระบุโรคหัวใจขาดเลือดได้

  • การตรวจสวนหัวใจ เป็นการตรวจสอดสายเข้าไปตรวจดูภายในหัวใจ

การฟื้นฟู

ระยะเวลาในการฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหัวใจขาดเลือดและปัจจัยอื่นๆ เช่นสาเหตุและอายุของผู้ป่วย

รวมถึงปัจจัยอื่นๆเช่น:

  • กระบวนการฟื้นฟูหัวใจ: ทีมแพทย์จะช่วยผู้ป่วยในการวางแผนเพื่อฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยและทำการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดซ้ำอีกครั้ง

  • การกลับไปออกกำลังกายอีกครั้ง: ทีมแพทย์จะแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่ผู้ป่วย

  • การกลับไปทำงานอีกครั้ง: ระยะเวลาขึ้นกับชนิดของงานที่ผู้ป่วยต้องทำและระดับความรุนแรงของภาวะหัวใจขาดเลือด

  • การขับรถ: แพทย์จะแนะนำช่วงระยะเวลาขึ้นแต่ละบุคคลเป็นรายๆไปตามความเหมาะสม

  • การมีเพศสัมพันธ์: ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถกลับไปทำกิจกรรมดังกล่าวได้ประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังจากนั้น อาจเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้เนื่องจากการใช้ยา แต่สามารถแก้ไขได้

ผู้ป่วยมักเกิดความเครียดในช่วงระหว่างฟื้นฟูจากภาวะหัวใจขาดเลือด แต่หากได้รับคำปรึกษาหรือพูดคุยบำบัดก็อาจช่วยได้

การเฝ้าติดตาม

ภาวะหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จำเป็นต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน

สังเกตอาการเตือนเช่นอาการปวดหรือแน่นหน้าอก อาการปวดในส่วนอื่นๆของร่างกายและการหายใจลำบาก

หากพบเจอผู้ที่มีภาวะหัวใจขาดเลือด ควรโทรเรียกฉุกเฉินทันที หากมีการเตรียมพร้อมที่ดีในการรักษา โอกาสที่จะได้ผลออกมาที่ดีก็จะมีเพิ่มมากขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *