Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

สิวอักเสบ

สิวอักเสบ (Inflamed acne) : อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา

สิวมีทั้งชนิดที่อักเสบและไม่อักเสบ แต่สิวอักเสบนั้น (Inflamed acne) คือ สิวที่สร้างผลกระทบร้ายแรงกว่าสิวไม่อักเสบ ทำให้เกิดอาการบวม แดง และรู้สึกไม่สบาย ในขณะที่สิวไม่อักเสบน้นคือสาเหตุของสิวหัวดำและสิวหัวขาว

สิวอักเสบเกิดจากภายในผิวหนังชั้นลึกกว่าสิวที่ไม่อักเสบและทำให้เกิดความเจ็บปวด เป็นแผล และเป็นแผลเป็นถาวรในที่สุด

คนที่เป็นสิวอักเสบจะมีตุ่มสิวสีแดงขนาดเล็ก หรือซีสต์ขนาดใหญ่ที่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง โดยบางครั้งอาจจะเป็นสิวหัวหนอง สิวประเภทนี้จะเกิดในบริเวณใต้ผิวหนังที่มีต่อมน้ำมัน ส่วนใหญ่มักพบบนใบหน้าลำคอ หน้าอก และหลัง 

สิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ในเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่

แม้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาที่ดีสำหรับทุกคน แต่ก็มีเทคนิคการดูแลที่ด้วยตนเองที่มีประสิทธิภาพมากมาย สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นและความทุกข์ใจจากการเป็นสิวได้

Inflamed acne

สาเหตุของสิวอักเสบ

สิวอักเสบเป็นสาเหตุของการเกิดการแดงอักเสบ และแผลเป็นที่ถาวร

ผิวสุขภาพดีจะมีการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วทุกวันๆ เซลล์ผิวเก่าและผิวชั้นนอกจะหลุดออกไป

เรามีแนวโน้มที่จะเป็นสิวเนื่องจากกระบวนการนี้จะเร่งขึ้นทำให้เซลล์เก่าสะสมภายในรูขุมขน และปิดกั้นช่องเปิด เซลล์ จากนั้นจะผสมกับน้ำมันตามธรรมชาติของผิวหนังและกลายเป็นก้อนเหนียวภายในรูขุมขน

ในคนที่เป็นสิวที่ไม่อักเสบ สิวอุดตัน หรือที่เรียกว่า Comedone จะพบในลักษณะสิวหัวดำหรือสิวหัวขาว

ในคนที่เป็นสิวอักเสบ น้ำมันและเซลล์ผิวจะสร้างขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้รูขุมขนขาดออกซิเจน สิ่งนี้จะกลายเป็นที่อยู่สำหรับแบคทีเรียที่เรียกว่า Propionibacterium acnes

แบคทีเรีย น้ำมัน และเซลล์ผิวหนังจะทำลายผนังของรูขุมขนใต้ชั้นผิว จากนั้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสู้กับแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบ

การอักเสบอาจทำให้เกิดรอยแดง บวม ระคายเคือง ปวดและคัน รวมถึงกลายเป็นฝ้าได้ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิวแดงบวมเป็นก้อนได้

อาการของสิวอักเสบ

สิวอักเสบนั้นแสดงอาการอย่างหลากหลาย โดยอาจรวมถึงอาการดังต่อไปนี้:

  • จุดแดง: จุดสีแดงเหล่านี้อาจไม่มีหัวสีขาว
  • ตุ่มหนอง: คล้ายกับเลือดคั่ง แต่มีหนองสีขาวหรือสีเหลือง และผิวหนังโดยรอบอาจเป็นสีแดง
  • ก้อน: ก้อนบวม และเจ็บปวดเหล่านี้ลึกเข้าไปในผิวหนัง ไม่มีหนองที่มองเห็นได้
  • ซีสต์:  ก้อนซีสต์จะเกิดลึกลงไปใต้ผิวหนัง และไม่มีหัวสีขาว แต่มีสีแดงมากกว่าแบบก้อน

นอกจากนี้ซีสต์ยังนิ่ม และมักจะเจ็บปวด เมื่อสัมผัสไปโดน อาจมีลักษณะเหมือนฝี หรือแผล

สิวอักเสบบางครั้งก็แยกออกจากสิวที่ไม่อักเสบได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ไม่รุนแรง

ผู้ที่มีสิวอักเสบจะมีอาการดังต่อไปนี้:

  • สิวสีแดงบวมหรือเจ็บปวด
  • สิวที่มีหนองสีขาวหรือสีเหลืองล้อม รอบๆเป็นสีแดง
  • สิวที่แข็งและเจ็บปวดใต้ผิวหนัง
  • รอยแผลเป็น“ หลุม” บนผิวหนังจากสิวอักเสบก่อนหน้านี้

วิธีรักษาสิวอักเสบ

ผู้ที่เป็นสิวอักเสบเล็กน้อย สามารถใช้ยารักษาสิวโดยไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ หมายถึงสามารถหาซื้อยาได้จากร้านจำหน่ายยาทั่วไป ได้แก่ ยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ หรือกรดซาลิไซลิก นับว่าเป็นวิธีแก้สิวอักเสบได้ดีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาทั่วไป มักไม่มีฤทธิ์มากพอที่จะรักษาสิวอักเสบในระดับปานกลางถึงรุนแรงได้

แพทย์จะใช้วิธีการรักษาดังต่อไปนี้ :

  • ยาปฏิชีวนะ ครีม เจล หรือโลชั่น ที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว และทำให้อาการอักเสบบรรเทาลงได้
  • ยาคุมกำเนิด เพื่อช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิว
  • Isotretinoin (Accutane) ใช้ในสิวอักเสบรุนแรง
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
  • การเจาะซีสต์สิวขนาดใหญ่ หรือการฉีดคอร์ติโซนเพื่อช่วยลดซีสต์สิวที่เจ็บปวด

การป้องกันสิวอักเสบ

การทำตามขั้นตอนที่แนะนำตามวิธีการให้รูขุมขนกระจ่างใส สามารถช่วยป้องกันสิวอักเสบได้

นอกจากนี้หากยารักษาสิวที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป หรือยาตามใบสั่งแพทย์ ก็สามารถช่วยลดการเกิดสิวได้ แต่ทั้งนี้ต้องใช้ตามคำแนะนำ

วิธีการป้องกันสิวอักเสบ:

  • สระผมเป็นประจำ เพื่อลดปริมาณน้ำมันบนผิวหนัง
  • ล้างหน้าวันละสองครั้งด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ที่ช่วยขจัดความมันและเครื่องสำอาง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ระบุว่า non-comedogenic หรือ non-acnegenic
  • ทาครีมกันแดดที่ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง  เนื่องจากการรักษาสิวบางอย่าง ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
  • อย่าบีบสิว เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียแพร่กระจาย
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือสาสครับรุนแรง เนื่องจากอาจทำให้ผิวระคายเคือง และเกิดการอักเสบมากขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด