บทความสุขภาพ
ภาวะเลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ภาวะเลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage) : อาการ สาเหตุ การรักษา

25.03
43
0

ภาวะเลือดคั่งในสมอง (Intracerebral Hemorrhage) เกิดขึ้นเมื่อเลือดคั่งในสมองอย่างเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อสมองเกิดความเสียหาย

ภาวะเลือดคั่งในสมองเป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องได้รับการรักษาในทันที

ภาวะเลือดคั่งในสมองคืออะไร

ภาวะเลือดคั่งในสมองเกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองแตก ทำให้เนื้อเยื่อสมองเต็มไปด้วยเลือด

เลือดที่มากเกินไปทำให้เกิดความดันในสมอง ซึ่งทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย ในกรณีที่เลือดออกอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตายได้

ภาวะเลือดคั่งในสมองเกิดขึ้นได้ในบริเวณต่าง ๆ ของสมอง บิเวณที่พบบ่อย ๆ ได้แก่:

  •  ปมฐานประสาท (basal ganglia)

  • เซรีเบลลัม (cerebellum)

  • ก้านสมอง (brain stem)

  • เยื่อหุ้มสมอง (cortex)

อาการเริ่มต้นต่าง ๆ มีดังนี้

เมื่อมีอาการของภาวะเลือดคั่งในสมอง ควรพบแพทย์ในทันที

การรักษาภาวะเลือดคั่งในสมองนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหยุดเลือดที่ไหลและระบายเลือดออกจากสมอง ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นและบริเวณที่เลือดออก ผู้ป่วยอาจต้องเข้ารับการรักษาเป็นเวลานาน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ

ภาวะเลือดคั่งในสมองสามารถเกิดขึ้นกับผู้ใด ช่วงอายุใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงนั้นมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นไปอีกที่จะเกิดภาวะเลือดคั่งในสมอง

การมีภาวะความดันโลหิตสูงแต่ไม่รู้ตัวและไม่ได้รับการรักษาคือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งในสมอง

มีผู้คนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพราะไม่มีอาการจนกว่าจะไปตรวจพบเมื่อทำการตรวจโรคอื่น

สำหรับคนหนุ่มสาว มีแนวโน้มที่จะเป็นความดันโลหิตสูงน้อย แต่เส้นเลือดที่ผิดปกติในสมองอาจทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งในสมองได้

สาเหตุของภาวะเลือดคั่งในสมองที่พบไม่บ่อยมีดังนี้:

  • ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

  • เนื้องอก

  • การใช้ยาเจือจางเลือด

  • หลอดเลือดสมองโป่งแตกในสมอง

  • มีลิ่มเลือด

  • การใช้สารเสพติด

  • ความผิดปกติของเลือด เช่น โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว

Intracerebral Hemorrhage

ความเสี่ยงของการมีภาวะเลือดคั่งในสมองนั้นอาจเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคความดันโลหิตสูงนั้นมักจะพบในผู้สูงอายุมากกว่า

เราอาจสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะเลือดคั่งในสมองได้ ดังนี้:

  • ควบคุมเบาหวาน

  • หยุด หรือ ไม่สูบบุหรี่

  • จัดการ และ รักษาโรคหัวใจต่าง ๆ

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

  • รักษาความดันโลหิตสูง

อาการ ภาวะเลือดคั่งในสมอง

มีอาการหลายอย่างที่สามารถเกิดขึ้นได้ และอาการบางอย่างนั้นดูเหมือนจะไม่เป็นอันตราย เช่น อาการปวดหัว

อย่างไรก็ตาม การสังเกตสัญญาณเตือนและอาการต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ อาการที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้:

  • ปวดหัวอย่างฉับพลัน และรุนแรง

  • พูดลำบาก

  • ไม่เข้าใจผู้อื่น

  • เขียนหรืออ่านไม่ได้อย่างฉับพลัน

  • ชา อ่อนแรง ที่แขน ขา หรือหน้าข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน

  • สับสนเฉียบพลัน

  • หมดสติ

  • เหนื่อยมาก

  • คลื่นไส้ หรือ อาเจียน

  • ทรงตัวไม่ได้

  • มีปัญหาการมองเห็นกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง

  • สับสน

  • ร่างกายทำงานไม่ประสานกัน

หากเกิดอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์ทันที เพราะเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์

การรักษาเลือดคั่งในสมอง

การรักษาภาวะเลือดคั่งในสมองมี  2 แบบ การรักษาในทันทีกับการรักษาระยะยาว

ปกติแล้ว ผู้ป่วยจะได้รับผลลัพท์จากการรรักษาที่ดีเมื่อได้รักการรักษาภายใน  3 ชั่วโมงที่เลือดเริ่มออก ยิ่งปล่อยให้เลือดออกนานแล้วไม่ได้รับการรักษา ก็จะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิตได้

การรักษาในทันทีของภาวะเลือดคั่งในสมองนั้นปกติแล้วคือการควบคุมความดันของเลือดและเลือดที่ออก บางครั้งอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด

ระหว่างที่ผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง แพทย์จะนำลิ่มเลือดออก ซ่อมแซมหลอดเลือดที่เสียหาย และลดความดันในสมอง

ผู้ป่วยจะได้รับยาเพื่อรักษาอาการที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น อาการปวดหัว และความดันโลหิตสูง แพทย์จะจ่ายยาต้านชักให้ด้วย ซึ่งอาจต้องรับประทานไปหลายเดือนหรือหลายปี

สำหรับการดูแลในระยะยาว ผู้ป่วยอาจต้องรับประทานยาลดความดันและลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกอีกในอนาคต

การรักษาเพิ่มเติมอย่างอื่นขึ้นอยูากับความเสียหายของสมอง ผู้ป่วยอาจต้องเข้าทำกิจกรรมบำบัดเพื่อช่วยให้สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้อีกครั้งและไม่ต้องพึ่งผู้อื่น

ผู้ป่วยอาจต้องทำอรรถบำบัดด้วยเพื่อที่จะกลับมาสื่อสารกับผู้อื่นได้อีกครั้ง

นี่คือที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *