บทความสุขภาพ
โรคภูมิเเพ้ตัวเอง (Lupas) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคภูมิเเพ้ตัวเอง (Lupas) : อาการ สาเหตุ การรักษา

10.11
109
0

โรคพุ่มพวงหรือโรคเเพ้ภูมิตัวเอง (Lupas) คือโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในระยะยาว ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานมากกว่าปกติในระดับเนื้อเยื่อ โดยอาการโรคแพ้ภูมิตัวเอง ได้แก่อาการติดเชื้อและอาการบวม รวมถึงทำให้เกิดความเสียหายที่ข้อต่อ ผิวหนัง ไต ระบบหมุนเวียนเลือด หัวใจและปอด

 ประเภทของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง  

โรคภูมิเเพ้ตัวเองมีหลายประเภทแตกต่างกัน ในบทความนี้เราจะมุ่งเน้นไปที่โรคภูมิเเพ้ตัวเองชนิดพุ่มพวง (SLE) และมีโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นๆได้แก่โรคภูมิเเพ้ที่ทำให้เกิดขุยขึ้น ภูมิเเพ้จากยาและโรคแพ้ภูมิในทารกแรกเกิด

โรคพุ่มพวง (Systemic lupus erythematosus)

โรคพุ่มพวง (SLE) เป็นโรคภูมิเเพ้ตัวเองส่วนใหญ่ที่พบ โดยอาการนี้เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดังนั้นจึงหมายความว่าถ้าหากโรคนี้เกิดขึ้นหมายความว่าจะเกิดผลกระทบทั่วร่างกาย โดยอาการของโรคมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงรุนเเรง  

โรคภูมิเเพ้ตัวเองชนิดรุนเเรงมีหลายประเภทเช่นภูมิเเพ้ที่ทำให้ผื่นขึ้นเป็นขุย เนื่องจากอาการติดเชื้อจากโรคภูมิเเพ้ตัวเองที่แพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกายหรืออวัยวะต่างๆของร่างกาย ซึ่งอาการภูมิเเพ้ตัวเองสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง ข้อต่อ ปอด ไต ระบบเลือดเเละหัวใจ โดยสามารถเกิดขึ้นกับระบบต่างๆภายในร่างกายพร้อมกันได้

โดยปกติอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นวงจร โดยในระยะที่อาการบรรเทาลงผู้ป่วยจะไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆเกิดขึ้น แต่ในระยะที่มีการลุกลามของโรคจะมีอาการโรคพุ่มพวงปรากฎขึ้น

รคลูปัสที่ผิวหนัง

โรคลูปัสที่ผิวหนัง (DLE) หรือโรคผื่นผิวหนังเเบบเฉียบพลันเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบนผิวหนังเท่านั้น โดยผู้ป่วยจากมีผื่นเกิดขึ้นบนใบหน้าและลำคอรวมถึงหนังศีรษะ  

โดยบริเวณผิวหนังที่มีผื่นเกิดขึ้นมักจะมีผื่นหนาขึ้นและมีการตกสะเก็ดจึงทำให้เกิดแผลเป็นในลำดับต่อมา ซึ่งผื่นสามารถเกิดขึ้นหลายวันหรือหลายปีและสามารถเกิดซ้ำขึ้นได้

โรคลูปัสที่ผิวหนัง (DLE) ไม่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในแต่มีผู้ป่วยด้วยโรคลูปัสที่ผิวหนัง (DLE) ประมาณ 10% ที่อาการของโรคนี้สามารถพัฒนากลายเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดพุ่มพวง (SLE

อย่างไรก็ตามสาเหตุของการเกิดโรคภูมิเเพ้ผิวหนังชนิดนี้ยังไม่ทราบได้ชัดเจน หากผู้ใดเคยมีอาการโรคภูมิแพ้ตัวเองชนิดพุ่มพวง (SLE) เกิดขึ้น ควรตรวจสอบให้ดีว่าอาการแพ้ภูมิตัวเองที่เกิดขึ้นเกิดจากโรคลูปัสที่ผิวหนัง (DLE) ที่สามารถพัฒนาไปเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) หรือไม่

โรคลูปัสที่ผิวหนังชนิดผื่นกึ่งเฉียบพลัน

โรคลูปัสที่ผิวหนังชนิดผื่นกึ่งเฉียบพลันหมายถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นบนผิวหนังที่มีผื่นเกิดขึ้นหลังจากสัมผัสกับเเสงแดด โดยผื่นที่เกิดขึ้นนี้ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

โรคแพ้ภูมิจากการใช้ยา

ในผู้ป่วยด้วยโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดพุ่มพวง (SLE) ประมาณ 10% มีอาการของโรคนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ยาบางชนิด ข้อมูลจาก Genetics Home พบว่ามียาประมาณ 80 ชนิดที่ทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ดังกล่าวนี้

ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาภาวะลมชักและโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังมียาที่ใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับไทรอยด์ ยาปฏิชีวนะ ยาต้านเชื้อราและยาคุมกำเนิดที่สามารถทำให้เกิดอาการผื่นภูมิเเพ้ได้เช่นกัน 

ยาที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภูมิเเพ้ผิวหนังชนิดลูปัสได้แก่ 

  • ยา Hydralazine ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ยา Procainamide ที่ใช้รักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติ
  • ยา Isoniazid เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาวัณโรค 

โดยปกติอาการผื่นภูมิเเพ้ผิวหนังสามารถหายไปเองได้หลังจากหยุดใช้ยา 

โรคแพ้ภูมิในทารกแรกเกิด

โรคภูมิแพ้ผิวหนังชนิดนี้เกิดขึ้นกับเด็กทารกเเรกเกิดที่แม่เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) อย่างไรก็ตามมีเพียง 1 เปอร์เซนต์เท่านั้นในผู้หญิงที่เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) ที่จะให้กำเนิดลูกที่เป็นโรคแพ้ภูมิในเด็กเเรกเกิด

ผู้หญิงสามารถเป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) หรือโรค Sjögren หรือไม่เป็นโรคอะไรเลยก็ได้ 

โรค Sjögren เป็นโรคเกี่ยวกับภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอีกประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นกับโรคผื่นผิวหนังลูปัส อาการส่วนใหญ่ที่พบได้แก่ตาเเห้งและปากแห้ง 

สาเหตุของโรคภูมิแพ้ตัวเอง

ปัจจุบันการเกิดโรคผิวหนังลูปัสยังไม่สามารถทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่ชัดเจนได้

มีความผิดปกติเกิดขึ้น

ระบบภูมิคุ้มกันทำหน้าที่ป้องกันร่างกายและต่อสู้กับสารที่ก่อให้เกิดภูมิเเพ้เช่นไวรัส แบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ

การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นจากการสร้างโปรตีนที่เรียกว่าแอนตี้บอดี้ได้แก่เม็ดเลือดขาวหรือเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ 

เมื่อมีผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันอย่างเช่นโรคผื่นผิวหนังลูปัส ระบบภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถเเยกแยะความเเตกต่างระหว่างสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสารก่อภูมิเเพ้หรือเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพดีได้

ส่งผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสั่งการแอนตี้บอดี้ให้เข้าไปต่อสู้กับทั้งเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพดีและสารที่ก่อให้เกิดภูมิเเพ้ดังนั้นจึงทำให้เกิดอาการบวม เจ็บปวดและเนื้อเยื่อเกิดความเสียหาย 

คนส่วนใหญ่ที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายประเภทโรคผื่นผิวหนังแบบลูปัสเกิดขึ้นจาก antinuclear antibody (ANA) โดย ANA ทำงานอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์

โดยภูมิคุ้มกันร่างกายชนิดนี้อยู่ในระบบหมุนเวียนเลือดแต่เซลล์ของร่างกายมีผนังบางพอทำให้สารแอนตีบอดี้สามารถซึมผ่านเข้ามาได้ 

จากนั้นสารแอนตี้บอดี้จะเข้าไปโจมตีที่ DNA ในนิวเคลียสของเซลล์เหล่านี้จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดผื่นเเพ้ผิวหนังลูปัสเกิดขึ้นที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งของร่างกาย

ทำไมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนี้ถึงทำงานผิดปกติ

เนื่องด้วยปัจจัยทางพันธุกรรมสามารถทำให้โรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) เกิดขึ้นได้

ยีนบางประเภทในร่างกายช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ ในผู้ป่วยด้วยโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดพุ่มพวง (SLE) การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ชนิดนี้อาจะทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันหยุดทำงานอย่างผิดปกติ

หนึ่งในทฤษฎีที่เป็นไปได้เกี่ยวข้องกับภาวะเซลล์ตายซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและร่างกายสามารถสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ได้อ้างอิงข้อมูลจาก Genetics Home

นักวิทยาศาสตร์บางท่านเชื่อว่าเนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมทำให้ร่างกายไม่สามารถกำจัดเซลล์ที่ตายเเล้วออกจากร่างกายได้ 

จึงทำให้ซากเซลล์ที่ตายเเล้วเหล่านี้ยังคงปล่อยสสารอยู่เป็นสาเหตุทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ

อาการ

อาการของโรคผื่นภูมิเเพ้ชนิดลูปัสสามารถเกิดขึ้นและลุกลามได้ ซึ่งมีสองระยะที่เกิดขึ้นได้แก่ขั้นที่เกิดการลุกลามและขั้นที่อาการบรรเทาลดลง โดยปกติเเล้วในระยะที่โรคไม่เกิดการลุกลามมักไม่มีอาการใดๆของโรคนี้ปรากฎขึ้น

โรคผื่นผิวหนังลูปัสมีอาการหลายประเภทเกิดขึ้นได้แก่

  • อาการอ่อนล้าหมดเเรง
  • มีความอยากอาหารลดลงและน้ำหนักลดลง
  • มีอาการบวมที่ข้อต่อและกล้ามเนื้อ
  • มีอาการขาบวมเเละรอบตาบวม
  • มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต
  • มีผื่นเกิดขึ้นที่ผิวหนังทำให้เกิดเลือดคลั่งใต้ผิวหนัง
  • มีแผลในปาก
  • อ่อนไหวต่อเเสงแดด
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • มีอาการเจ็บที่หน้าอกเเละหายใจลำบาก
  • ผมร่วงผิดปกติ
  • มีอาการเล็บมือเเละเล็บเท้าเป็นสีซีดหรือสีม่วงเนื่องจากไข้หวัดหรือความเครียด (โรคเรเนาด์)
  • ข้อต่ออักเสบ

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา 

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *