บทความสุขภาพ
โรคไข้มาลาเรีย (Malaria) : อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา

โรคไข้มาลาเรีย (Malaria) : อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา

09.11
55
0

โรคไข้มาลาเรีย (Malaria) คือโรคที่ติดต่อผ่านเลือด โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะแพร่เชื้อสู่คน 

ปรสิตในยุงที่แพร่เชื้อมาลาเรียอยู่ในสกุล Plasmodium คือปรสิตพลาสโมเดียมซึ่งมีมากกว่า 100 ชนิดและสามารถแพร่เชื้อได้หลากหลายชนิด โดยมีความรวดเร็วและความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละชนิด

ปรสิตพลาสโมเดียมมี่อยู่ 5 ชนิด ที่สามารถแพร่สู่มนุษย์ได้ โดยบางชนิดก่อให้เกิดอาการของไข้มาลาเรียที่รุนแรง

เมื่อมียุงที่ติดเชื้อมาลาเรียกัดมนุษย์ ปรสิตจะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนขึ้นที่ตับและติดเชื้อรวมถึงทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดง 

การตรวจวินิจฉัยและพบเชื้อมาเลเรียตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้รักษาและควบคุมโรคมาลาเรียได้ อย่างไรก็ตามบางปัจจุบันประเทศไทยยังขาดระบบการรักษาทางการแพทย์ที่สามารถคัดกรองโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Malaria

อาการไข้มาลาเรีย

ทางการแพทย์แบ่งอาการไข้มาลาเรียตามความรุนแรงของโรคไข้มาลาเรียเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ไข้มาลาเรียที่ไม่รุนแรง

แพทย์จะทำการวินิจฉัยเมื่อมีอาการของไข้มาลาเรียเกิดขึ้น แต่อาการที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงและยังไม่ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญในร่างกาย

ไข้มาเลเรียชนิดนี้สามารถกลายเป็นไข้มาลาเรียชนิดที่รุนแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาหรือผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

อาการของโรคมาลาเรียชนิดนี้จะเกิดขึ้นภายในเวลา 6 -10 ชั่วโมงและเกิดซ้ำทุกวันที่สอง

เนื่องจากอาการของไข้มาลาเรียคล้ายกับไข้หวัดจึงสามารถทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาดได้

ไข้มาลาเรียชนิดที่ไม่รุนแรง อาจทำให้มีอาการดังต่อไปนี้:

  • รู้สึกหนาวและตัวสั่น
  • มีไข้ ปวดศีรษะและอาเจียน
  • พบอาการชักในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย
  • เหงื่อออกมากและเหนื่อยล้า

ในพื้นที่ที่พบโรคไข้มาลาเรียชุกชุม คนในท้องถิ่นจะรับรู้ว่าอาการนี้เป็นไข้มาลาเรียและสามารถรักษาตัวเองได้โดยไม่ไปพบแพทย์

ไข้มาลาเรียชนิดรุนแรง

ในกรณีผู้ป่วยไข้มาลาเรียชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้:

  • ไข้จับสั่นและหนาวสั่น
  • หมดสติ
  • อาการชักหลายครั้ง
  • หายใจเข้าช้า ๆ และหายใจลำบาก
  • เลือดออกผิดปกติ
  • มีอาการดีซ่าน

หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุของไข้มาลาเรีย

ไข้มาลาเรียเกิดจากการถูกกัดด้วยยุงก้นปล่อง Anopheles เพศเมียที่เป็นสาเหตุทำให้พลาสโมเดียมเข้าสู่ร่างกาย

การที่ยุงเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมทำให้สามารถแพร่พันธุ์ได้ง่าย

เมื่อถูกยุงที่ติดเชื้อมาลาเรียกัด คนที่ได้รับเชื้อจะได้รับปรสิต และปรสิตจะไปอาศัยอยู่ในตับ

ผู้ป่วยจะไม่มีอาการของไข้มาลาเรียเป็นเวลาโดยเฉลี่ย 10.5 วัน แต่ในช่วงเวลานี้ปรสิตมาลาเรียกำลังเริ่มทวีจำนวนในตับจากนั้นตับจะปล่อยเชื้อมาลาเรียเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงติดเชื้อและมีปรสิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงทำให้บางส่วนยังอยู่ที่ตับและมีเชื้อที่หมุนเวียนเข้าสู่กระแสโลหิต

จากนั้นเมื่อมียุงที่ไม่มีปรสิตไข้มาลาเรียมากัดคนที่เป็นไข้มาลาเรียก็จะได้รับเชื้อมาลาเรียและนำเชื้อโรคไปแพร่สู่คนอื่นๆต่อไปได้ 

การวินิจฉัยโรคไข้มาลาเรีย

การวินิจฉัยโรคโรค แต่เนิ่นๆมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาไข้มาลาเรียให้หายขาด

ผู้ที่มีอาการไข้มาลาเรียควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้วินิจฉัยด้วยการยืนยันปรสิตผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือโดยการทดสอบวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว (RDT) ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางการแพทย์

ยังไม่มีอาการใดร่วมกันที่สามารถแยกแยะความแตกต่างของโรคมาลาเรียจากสาเหตุอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นการทดสอบเพื่อวินิจฉัยโรคนี้จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างมาก

การรักษาไข้มาลาเรีย

การรักษาทำโดยกำจัดพลาสโมเดียมออกจากกระแสเลือด

สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการของไข้มาลาเรียจะได้รับการรักษาการติดเชื้อเช่นกับเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อมาลาเรียไปยังผู้อื่นๆ

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ใช้การบำบัดแบบผสมผสานโดยใช้อาร์เทมิซินิน (ACT) เพื่อรักษาโรคมาลาเรียที่ไม่รุนแรง

Artemisinin สกัดจาก Artemisia annua หรือที่รู้จักกันดีว่าคือ บอระเพ็ดหวาน ช่วยลดความเข้มข้นของพลาสโมเดียมในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว

แพทย์มักจะใช้ ACT ร่วมกับยาอื่นๆ เพื่อลดปรสิตในกระแสเลือดภายในระยะเวลา 3 วันแรกของการติดเชื้อและใช้ยาตัวอื่นๆ เพื่อกำจัดปริสิตที่เหลือกระแสเลือดด้วย

แต่อย่างไรก็ตามในขณะที่ทั่วโลกใช้การรักษาแบบ ACT เพื่อรักษาไข้มาลาเรียแล้วได้ผลดี ส่งผลทำให้ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเชื้อพลาสโมเดียมเริ่มดื้อยา ACT ได้

กรณีที่เชื้อมาลาเรียดื้อต่อ ACT จำเป็นต้องใช้ยาอื่นๆร่วมด้วยเพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *