บทความสุขภาพ
เชื้อราในปาก (Oral Thrush) : อาการ สาเหตุ การรักษา

เชื้อราในปาก (Oral Thrush) : อาการ สาเหตุ การรักษา

24.03
53
0

เชื้อราในช่องปาก (Oral Thrush) คือการติดเชื้อยีสต์หรือรา ชนิด Candida ที่เยื่อบุในปาก จะมีลักษณะเป็นฝ้าขาวในปาก

เชื้อราในปากพบได้บ่อยจากสาเหตุของการการติดเชื้อ Candida albicans แต่อาจเกิดจาก Candida glabrata หรือ Candida tropicalis ได้ด้วย

ส่วนใหญ่แล้ว เชื้อราในปากมักไม่ทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง เว้นแต่ในผู้ที่ภาวะภูมิคุ้มกันตำ่ ซึ่งหากมีอาการนี้ จะรุนแรงกว่าคนปกติ

ส่วนใหญ่การรักษาจะได้ผลดี  แต่กลับเป็นได้อีก โดยเฉพาะถ้าไม่ได้กำจัดต้นเหตุ (เช่น สูบบุหรี่)

อาการเชื้อราในปาก

เชื้อราในช่องปากในผู้ใหญ่จะเห็นเป็นจุดหนาสีขาวหรือครีมในเยื่อบุปาก(ส่วนที่เปียกในช่องปาก) เยื่อบุจะบวมและออกสีแดง อาจนูนขึ้นมา และรู้สึกเจ็บหรือปวดแสบปวดร้อน

หากขูดบริเวณนี้ จะมีเลือดออก จุดขาวเหล่านี้จะเชื่อมกันเป็นแผ่นใหญ่ขึ้น และอาจเปลี่ยนเป็นสีเทาหรือออกเหลือง

บางครั้ง บริเวณนั้นอาจเปลี่ยนสีเป็นสีแดงและเจ็บ โดยไม่มีจุดขาวก็ได้

ผู้ที่ใส่ฟันปลอม(ชนิดถอดได้)มักมีบริเวณที่ถูกฟันปลอมกด มีอาการบวมและแดง หากไม่ดูแลช่องปากให้ดี หรือไม่ถอดฟันปลอมก่อนนอน ก็อาจเกิดเชื้อราในปากได้

เชื้อราในปากแบ่งเป็นสามกลุ่ม

Pseudomembranous – ชนิดที่พบบ่อย

Erythematous (atrophic) – จะมีฝ้าสีแดงเข้ม

Hyperplastic –  จะแข็งและขูดออกยาก พบน้อยแต่มักพบในผู้ป่วย HIV

มีแผลหลายชนิดที่เกิดพร้อมกับเชื้อราในปาก บางครั้งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บริเวณนั้น เช่น

  • Angular cheilitis การอักเสบหรือแตก ที่มุมปาก
  • Median rhomboid glossitis มีรอยแดง ใหญ่และไม่เจ็บที่กลางลิ้น
  • Linear gingival erythema การอักเสบในแนวเหงือก
Oral Thrush

สาเหตุเชื้อราในปาก

เชื้อรา Candida ปริมาณน้อยนิดมีอยู่แล้วในร่างกาย  เช่น ในทางเดินอาหาร ผิวหนัง และปาก ไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ที่จริงแล้วพบ C. albicans ในปาก มากถึง 75% ของประชากรโลก

 แต่ผู้ที่ได้รับยาบางชนิดอยู่ และภูมิคุ้มกันต่ำ หรือป่วยด้วยโรคบางอย่างก็มีฝ้าในปากได้เมื่อเชื้อรา C. albicans เจริญมากเกินไป

การรักษาเชื้อราในปาก

แพทย์มักให้ยา เช่น nystatin หรือ miconazole ในรูปของยาหยอด เจลหรือยาอม หรือผู้ป่วยอาจได้รับยาใช้กลั้วปากแล้วกลืน

การให้ยาเม็ดหรือให้ทางเส้นเลือดดำ มักใช้กับผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

หากการรักษาไม่ได้ผล แพทย์จะให้ amphotericin B แต่ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เพราะผลข้างเคียงของยาค่อนข้างรุนแรง เช่น มีไข้ คลื่นไส้ และอาเจียน

การรักษาเชื้อราในปากด้วยตนเอง

การดูแลตนเอง ควบคู่ไปกับการรักษา และช่วยลดอาการ คือ

  • กลั้วปากด้วยน้ำเกลือ

  • ใช่แปรงสีฟันขนอ่อน ลดการระคายเคืองบริเวณที่เป็น

  • ใช้แปรงสีฟันสะอาด

  • กินโยเกิร์ตชนิดไม่หวาน เพื่อเพิ่มแบคทีเรียชนิดดี

  • ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากหรือสเปรย์ฉีดในปาก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเชื้อราในปาก

  • เชื้อราในปาก พบได้บ่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่ทำให้เกิดปัญหาร้ายแรง

  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันตำ่ จะมีอาการมาก

  • พบบ่อยหลังจากการให้เคมีบำบัดหรือฉายแสงรักษามะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ

  • พบบ่อยในผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์ ใส่ฟันปลอม(ชนิดถอดได้) หรือเป็นเบาหวาน

  • อาการที่เห็นได้ชัด คือมีฝ้าสีครีมหรือสีขาวในปาก

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *