บทความสุขภาพ
ตาแพ้แสง (Photophobia) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ตาแพ้แสง (Photophobia) : อาการ สาเหตุ การรักษา

21.02
146
0

ภาวะตาสู้แสงไม่ได้ หรือ “ตาแพ้แสง” (Photophobia) คือการที่ดวงตาของคุณมีความอ่อนไหวต่อแสง ทั้งจากแสงแดด และแสงสว่างภายในที่อยู่อาศัยก็สามารถทำให้เกิดความไม่สบายตา และอาจมีอาการเจ็บปวดตามมา

ภาวะตาแพ้แสงไม่ใช่โรค อาจมีอาการร่วมกับปัญหาอื่นๆ เช่น ปวดหัวไมเกรน ตาแห้ง(Dry eyes) หรือด้านในดวงตามีอาการบวม ซึ่งส่งผลทำให้เกิดภาวะตาแพ้แสงได้ทั้งสิ้น

ภาวะดังกล่าวที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดจะเกิดขึ้น เมื่อเจอแสงจ้าจากแสงอาทิตย์หรือแสงในที่พักอาศัย ผู้ป่วยอาจอยากกระพริบตาหรือหลับตา ในบางรายอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะร่วมด้วย

การวินิจฉัยตาแพ้แสง

ภาวะตาแพ้แสงควรปรึกษาแพทย์ แพทย์จะสอบถามอาการ และโรคประจำตัวของคุณ จากนั้นแพทย์จะตรวจตาของคุณ และอาจดูเรื่องของสมองร่วมด้วย

การตรวจสอบของแพทย์จะใช้วิธีการต่อไปนี้

  • การตรวจตาด้วยเครื่อง Slit-lamp คือ เครื่องมือที่ใช้ไมโครสโคปชนิดพิเศษที่มีลำแสงในการตรวจดวงตาของคุณ

  • การตรวจด้วยเครื่อง MRI คือ การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงและคลื่นความถี่วิทยุในการสร้างภาพเหมือนจริงที่ดวงตาของคุณ

  • การตรวจด้วยฟิล์มน้ำตา คือ การตรวจเช็คจำนวนน้ำตาที่ทำให้คุณมองเห็นหากคุณมีภาวะตาแห้ง

สาเหตุและอาการตาแพ้แสง

ภาวะตาแพ้แสงเกิดจากผลกระทบของเซลล์ที่เชื่อมต่อกับดวงตาที่รับแสง และเส้นประสาทก็จะส่งสัญญาณไปยังสมองเมื่อตาได้รับแสงจ้า

อาการปวดไมเกรนส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการไม่สามารถสู้แสงได้ มากกว่า 80 % ของผู้ที่มีภาวะตาแพ้แสงมักมีอาการปวดหัวร่วมด้วยเสมอ แต่ในบางรายอาจมีภาวะตาแพ้แสงโดยไม่มีอาการปวดหัวก็ได้

อาจมีรูปแบบอื่นๆของอาการปวดศีรษะที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะตาไม่สู้แสงได้ เช่น เมื่อคนรู้สึกเครียด และเกิดอาการปวดศีรษะแบบครัสเตอร์ จะยิ่งทำให้รู้สึกอาการแย่ลงหากต้องเจอกับแสงจ้า

โรคทางสมองบางอย่างที่สามารถเป็นสาเหตุของการแพ้แสงได้

  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (เกิดขึ้นเมื่อบริเวณเยื่อหุ้มที่หุ้มรอบสมองและไขสันหลังอักเสบบวม)

  • การได้รับบาดเจ็บที่สมองขั้นรุนแรง

  • โรคก้านสมองเสื่อม (โรคทางสมองที่เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาด้านการทรงตัว การเดินและการกลอกตา)

  • เป็นเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง

ปัญหาทางตาบางโรคก็อาจเป็นสาเหตุของอาการดังกล่าว เช่น

  • ตาแห้ง

  • ภาวะม่านตาอักเสบ (เกิดอาการบวมของเนื้อเยื่อกลางภายในลูกตา)

  • ภาวะกระจกตาอักเสบ (เกิดอาการบวมที่แก้วตา เนื้อเยื่อกระจกตาส่วนที่คลุมม่านตา และรูม่านตา)

  • โรคต้อกระจก (ภาวะเลนส์ตาขุ่นมากขึ้น)

  • กระจกตาถลอก (เกิดรอยขีดข่วนในกระจกตา)

  • โรคตาแดง (เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา ที่เป็นเนื้อเยื่อบางใสที่คลุมอยู่ด้านในเปลือกตาและบนตาขาว)

  • เกิดความเสียหายที่จอประสาทตา (เป็นอวัยวะที่เป็นแผ่นบางๆอยู่ด้านในสุดและหลังสุดของดวงตา)

  • ตากระพริบค้าง (เป็นโรคที่ไม่สามารถควบคุมการปิดลงของเปลือกตาได้)

ภาวะตาไม่แพ้แสงอาจส่งผลต่อคนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจ เช่น

นอกจากนี้เราอาจมีอาการแพ้แสงได้ภายหลังการทำเลสิค หรือหลังการผ่าตัดแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็น จะทำให้ตาไม่สู้แสงชั่วระยะหนึ่ง

ความยาวคลื่น เช่น การปล่อยแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สามารถเป็นสาเหตุของอาการตาแพ้แสงได้

การรับประทานยาบางชนิดก็เป็นสาเหตุของภาวะตาแพ้แสงได้เช่นกัน เช่น

  • ยาปฏิชีวนะ เช่น ด็อกซิไซคลีนและเตตร้าซัยคลิน

  • ยาฟูโรซีไมด์ (ลาซิกซ์) เป็นยาขับปัสสาวะชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการรักษาโรคภาวะหัวใจล้มเหลว โรคตับ โรคไต และโรคอื่นๆ

  • ยาควินิน:เป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคมาลาเรีย

การรักษาภาวะตาแพ้แสง

การรักษาที่ดีที่สุดในการบรรเทาภาวะตาแพ้แสง คือ การรักษาดูแลโรคที่เป็นอยู่ หรือหยุดรับประทานยาที่เป็นสาเหตุของภาวะดังกล่าว

หากคุณยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะตาแพ้แสงอยู่ การสวมแว่นสีชาอาจช่วยได้ แต่การใช้เลนส์ย้อมสีอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน บางคนอาจทำให้เกิดการไวต่อแสงมากขึ้นกว่าเดิมได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ดีที่สุด

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *