บทความสุขภาพ
ภาวะน้ำคร่ำมาก (Polyhydramnios) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ภาวะน้ำคร่ำมาก (Polyhydramnios) : อาการ สาเหตุ การรักษา

25.04
40
0

ภาวะน้ำคร่ำมาก (Polyhydramnios) คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อมีปริมาณน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆตัวทารกในครรภ์มากเกินไป เมื่อมีน้ำคร่ำมากเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการตั้งครรภ์หรือการคลอด ดังนั้นแพทย์จะต้องคอยเฝ้าติดตามดูปริมาณน้ำคร่ำเป็นประจำจนกว่าหญิงตั้งครรภ์จะพร้อมให้กำเนิดบุตร

ปริมาณน้ำคร่ำในครรภ์จะค่อยๆเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ลิตร ในสัปดาห์ที่36ของการตั้งครรภ์ และหลังจากนั้นปริมาณของน้ำคร่ำก็จะค่อยๆลดลง

ในบทความนี้เราจะมาดูสัญญานและอาการของภาวะมีน้ำคร่ำมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสี่ยงต่อหญิงตั้งครรภ์และลูก

ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปคืออะไร 

ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป คือปริมาณน้ำคร่ำที่อยู่รอบๆตัวทารกในครรภ์มีมากเกินไป   

ไตของทารกจะผลิตน้ำคร่ำออกมาและไหลเข้าไปในครรภ์โดยทางปัสสาวะของทารก

จากนั้นทารกในครรภ์ก็จะกลืนของเหลวและดูดซึมกลับเข้าไปด้วยการหายใจ การกลืนกลับไปเช่นนี้เป็นการช่วยสร้างความสมดุลให้ปริมาณของน้ำคร่ำในครรภ์

กระบวนการนี้ยังคงเกิดขึ้นสลับไปมาเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการผลิตและการดูดซึมกลับของน้ำคร่ำ แต่เมื่อการสร้างสมดุลนี้เกิดหยุดการหยุดชะงักขึ้นมา ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนสำหรับตัวแม่และเด็กในครรภ์ได้

สาเหตุของน้ำคร่ำมาก

ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปอาจมาจากหลายๆสาเหตุ เช่น:

  • ตั้งครรภ์แฝด ซึ่งมีทารกตั้งแต่สองคนหรือมากกว่าขึ้นไปในครรภ์
  • มารดาเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งแพทย์จะอ้างอิงว่าเป็นโรคเบาหวานที่ได้รับการวินิจฉัยในระหว่างตั้งครรภ์
  • ทารกในครรภ์มีปัญหาเรื่องการกลืนน้ำคร่ำ
  • ทารกมีการผลิตปริมาณปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น
  • เป็นความผิดปกติแต่กำเนิด เช่นระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินปัสสาวะมีการอุดตัน หรือสมองและไขสันหลังมีการพัฒนาผิดปกติ
  • มีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการสร้างยีนส์ของทารก ปอดหรือระบบประสาท
  • ทารกมีการติดเชื้อan infection in the fetus
  • โรคโลหิตจาง หรือเซลล์เม็ดเลือดแดงบกพร่องในทารก

ในบางครั้งเองแพทย์ก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุการเกิดภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปได้ ในรายดังกล่าวแพทย์อาจจะระบุสาเหตุไว้ว่าไม่ทราบสาเหตุ

สัญญานเตือนและอาการ

หญิงตั้งครรภ์ที่มีน้ำคร่ำมากเกินไปมักไม่มีสัญญานเตือนหรือมีอาการใดๆให้เห็น แต่เมื่อเกิดอาการขึ้นอาจส่งผลทำให้หายใจลำบาก, อาจเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดหากว่าภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปมีอาการรุนแรง, มีอาการปวดท้อง 

เมื่อมดลูกมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ควรจะเป็นตามอายุครรภ์ของทารก อาจคาดการณ์ไว้ก่อนได้ว่าอาจมีสาเหตุมาจากภาวะมีน้ำคร่ำมากเกินไป หญิงตั้งครรภ์มักจะบอกได้ว่าท้องของพวกเธอโตใหญ่เร็วมากเกินไป

Polyhydramnios

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การจากวิจัยพบว่าภาวะน้ำคร่ำมีมากเกินไปนั้นส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนสำหรับทั้งมารดาและทารกในครรภ์

ภาวะแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์ที่อาจเกิดขึ้นได้คือ:

  • การคลอดบุตรใช้เวลานาน
  • เจ็บท้องก่อนกำหนดซึ่งนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด
  • ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
  • ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
  • หายใจลำบาก
  • ภาวะเลือดไหลผิดปกติหลังคลอด

ภาวะแทรกซ้อนในเด็กทารกที่อาจเกิดขึ้นได้คือ:

  • มีความผิดปกติแต่กำเนิด
  • ขนาดหรือท่าทางของทารกผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่การคลอดที่ยุ่งยาก
  • สายสะดืออยู่ในตำแหน่งที่เป็นอันตราย อาจเป็นสาเหตุให้สายสะดือพันทารกและทำให้ขาดออกซิเจนได้
  • ในรายที่มีความรุนนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปได้ก่อนเด็กจะคลอด การวินิจฉัยด้วยการอัลตราซาว์น เป็นการใช้คลื่นเสียงเพื่อตรวจวัดปริมาณของน้ำคร่ำในครรภ์และเพื่อหาสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์

แพทย์จะทำการตรวจหญิงตั้งครรภ์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปด้วยการตรวจดังต่อไปนี้:

  • ตรวจเลือดเพื่อเช็คโรคเบาหวานที่เกิดขณะตั้งครรภ์หรือภาวะการติดเชื้อ
  • ด้วยการเจาะน้ำคร่ำ แพทย์จะนำเอาตัวอย่างน้ำคร่ำที่ได้จากครรภ์ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์เพื่อตรวจวิเคราะห์

การรักษาภาวะน้ำคร่ำมาก

การรักษาภาวะน้ำคร่ำมากเกินไป แพทย์จะต้องพยายามลดปริมาณน้ำคร่ำในครรภ์เพื่อยืดการตั้งครรภ์ให้ยาวนานขึ้นและทำให้หญิงตั้งครรภ์มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

วิธีที่แพทย์จะนำมาใช้ในการลดปนิมาณน้ำคร่ำคือ:

  • การเจาะถ่ายน้ำคร่ำส่วนเกินออก เพื่อลดปริมาณน้ำคร่ำให้อยู่ในระดับปกติ แต่อย่างไรตามก็ในวงการแพทย์ยังไม่มีบรรลุข้อตกลงในเรื่องของปริมาณของน้ำคร่ำที่ควรเอาออกหรือควรเอาออกเร็วช้าแค่ไหน
  • รักษาด้วยยา prostaglandin synthetase inhibitors หรือ ยาซูลินแดค ซึ่งเป็นยาต้านอักเสบในกลุ่ม NSAIDs     

ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปอาจไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้นแพทย์จะต้องเฝ้าระวังทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 32 ของการตั้งครรภ์

บทสรุป

ภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปเป็นภาวะที่มีน้ำคร่ำในครรภ์มากเกินไป ซึ่งอาจจมีสาเหตุมาจากโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์แฝด, หรือทารกมีสิ่งผิดปกติ แต่ในบางรายแพทย์อาจไม่สามารถระบุสาเหตุได้

หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะน้ำคร่ำมากเกินไปอาจประสบกับการเจ็บท้องครรภ์ก่อนกำหนด,มีการคลอดที่ยาวนาน, หายใจลำบาก, หรือมีปัญหาในระหว่างคลอด โรคดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนสำหรับทารก ที่อาจรวมไปถึงปัญหาทางร่างกาย , ท่าท่าผิดตำแหน่ง และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการลดปริมาณน้ำคร่ำที่มีมากเกินไปออก แพทย์อาจใช้วิธีนำของเหลวออกด้วยวิธีที่เรียกว่าการเจาะน้ำคร่ำ หรืออาจใช้ยาในการรักษา แพทย์จะต้องทำการเฝ้าติดตามทารกอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจสอบสัญญานของภาวะแทรกซ้อน

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *