บทความสุขภาพ
แมงมุมกัด (Spider Bites) : อาการ สาเหตุ การรักษา

แมงมุมกัด (Spider Bites) : อาการ สาเหตุ การรักษา

18.03
52
0

แมงมุมกัด (Spider Bites) ไม่ได้เกิดขึ้นได้ทั่วไป นอกจากจะทำให้ปวดแล้วบางครั้งยังเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม แมงมุมบางสายพันธุ์เท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

แมงมุมจะกัดเหยื่อเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น เช่น ตอนที่มันติดอยู่ในภาชนะใดภาชนะหนึ่งหรือเมื่อมันกำลังตกอยู่ในอันตราย เช่น เวลาที่เราเอามือล้วงลงไปในกล่องที่มีแมงมุงอยู่หรือตอนเราสวมแจ็คเก็ตแล้วมีแมงมุมซ่อนตัวอยู่ข้างใน เป็นต้น

แมงมุมหลายชนิดฆ่าเหยื่อด้วยพิษของมันเอง ดังนั้น แมงมุมจึงเป็นสัตว์มีพิษ

อย่างไรก็ตาม แมงมุมเกือบทุกชนิดมีพิษน้อยเกินไปที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้ นอกจากนี้ เขี้ยวของแมงมุมหลายชนิดยังไม่สามารถเจาะเข้าไปในผิวหนังมนุษย์ได้ เลยอาจจะไม่เห็นรอยแมงมุมกัด หากมีแมงมุมกัดก็มักจะไม่เป็นอันตรายต่อคนที่ถูกกัด และเป็นอันตรายน้อยกว่าการถูกแมลงกัดต่อยทั่วไปด้วยซ้ำ

แมงมุมมีพิษที่มีฤทธิ์แรงพอที่จะทำอันตรายต่อเหยื่อของมันได้ มีเพียงไม่กี่สายพันธ์ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) เผยข้อมูลว่า มีแมงมุม 2 สายพันธุ์ที่เป็นพิษ ซึ่งได้แก่แมงมุมแม่ม่ายดําและแมงมุมสันโดษสีน้ำตาล

แพทย์ทราบได้อย่างไรว่าเป็นแมงมุมกัด

การวินิจฉัยแมงมุมกัดมักเป็นเรื่องยาก เพราะการที่แมงมุมกัดไม่ได้ทำให้เกิดร่องรอยใด ๆ ชัดเจนที่ทำให้รู้ได้ชัดว่าเป็นรอยแมงมุนกัด ซึ่งรอยแมงมุมกัดก็คล้ายกับแมลงกัดอื่น ๆ ทั่วไป จากการศึกษาในปี 2011 ในตัวแมงมุมเองก็มีเชื้อแบคทีเรียบางอย่างอยู่และหากโดนกัดก็จะทำให้เกิดการติดเชื้ออื่น ๆ ได้อีกด้วย

และด้วยเหตุนี้ แมงมุมกัดจึงวินิจฉัยยาก เว้นเสียแต่ว่า ผู้ที่ถูกกัดจะเอาแมงมุมที่กัดไปให้แพทย์ดูด้วย

อาการทั่วไปของแมงมุมกัด ได้แก่:

  • มีอาการบวมช้ำรอบกัด
  • มีอาการคันหรือเกิดผื่น
  • รู้สึกปวดแผ่ออกจากรอยกัด
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อหรือตะคริว
  • เกิดแผลพุพองที่ผิวหนังและเปลี่ยนเป็นสีม่วงแดง
  • รู้สึกปวดหัว
  • รู้สึกคลื่นไส้และอาเจียน
  • มีไข้ หนาวสั่น และเหงื่อออก
  • หายใจลําบาก
  • ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  • รู้สึกวิตกกังวลหรือกระสับกระส่าย
Spider Bites

ผู้ที่พบอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ รอยกัดของแมงมุมสันโดษสีน้ำตาลอาจทำให้เกิดแผลและเนื้อเยื่อตายได้ แมงมุมชนิดนี้อาจกัดและทำให้ถึงตายได้ แต่ก็ไม่เกิดกรณีบ่อยนัก

หากเชื่อว่าถูกกัดโดยแมงมุมมีพิษ ให้พบแพทย์ทันที โดยเฉพาะหากมีอาการดังต่อไปนี้:

  • เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง

  • เกิดตะคริวในช่องท้อง

  • หายใจลำบาก

หากไม่แน่ใจว่าแมงมุมที่กัดนั้นอันตรายหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ทันที การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยให้แพทย์รักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและหายเร็วขึ้น หากเป็นไปได้ ให้จับแมงมุมหรือถ่ายรูปแมงมุมที่กัดมาพบแพทย์ด้วย

ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลัน

หากโดนแมงมุมพิษกัดแล้วเกิดอาการแพ้ คนที่โดนกัดอาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลันได้

ทั้งนี้ปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลันจะมีอาการดังต่อไปนี้:

  • มีอาการคันบวมหรือบวมแดงอย่างรุนแรง

  • มีผื่นหรือเกิดลมพิษ

  • หายใจลําบากหรือไอหายใจมีเสียงดังฮืด ๆ

  • มีอาการปวดท้อง

  • เกิดอาการลิ้น ริมฝีปาก ตาหรือลําคอบวมเฉียบพลัน

  • มีอาการหมดสติ

หากมีอาการเหล่านี้ ให้พบแพทย์เพื่อรักษาทันที

สำหรับใครที่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ให้พกยาแก้แพ้ติดตัวเสมอ นอกจากนี้ คนที่อยู่ใกล้ตัวของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็ยังต้องช่วยเตรียมอุปกรณ์หรือสําหรับโรคภูมิแพ้พร้อมให้คนที่แพ้ได้พร้อมใช้ตลอดเวลา

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแมงมุมมีพิษหรือเป็นอันตราย

แมงมุม 5 ชนิดที่อันตรายในไทย

  • แมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน
  • แมงมุมมีพิษสีน้ำตาล
  • แมงมุมแม่ม่ายดำ 
  • แมงมุมแม่ม่ายหลังแดง
  • แมงมุมแม่ม่ายน้ำตาล

แมงมุมสันโดษสีน้ําตาลชอบซ่อนตัวอยู่ในมุมแห้งและมืด เช่น กองหิน กองไม้และตู้เสื้อผ้า โดยมีแหล่งกำเนิดในรัฐต่าง ๆ แถบภาคตะวันตกตอนกลางและภาคใต้ โดยมีลำตัวของแมงมุมชนิดนี้มีสีน้ำตาลและมีลายรูปไวโอลินบนหลัง

แมงมุมสันโดษสีน้ำตาลจะกัดเหงื่อเมื่อมันตกอยู่ในภาวะกดดัน เช่น มันกำลังติดอยู่ในภาชนะใด ๆ โดยที่เราเอาผิวไปใกล้มันด้วย

เมื่อถูกแมงมุมสันโดษสีน้ำตาลกัด ผู้ที่ถูกกัดอาจ:

  • เมื่อโดนกัดครั้งแรกจะยังไม่รู้สึกเจ็บปวดทันที แต่จะเจ็บปวดมากขึ้นในอีก 2-8 ชั่วโมงหลังกัด

  • โดยอาจมีรอยเขี้ยวเล็ก ๆ สองรอยฝังตามผิวและมีอาการบวมรอบ ๆ รอยนั้น

  • นอกจากนี้ ยังเกิดเป็นวงสีแดงรอบ ๆ รอยกัดและภายในวงจะซีดขาว

  • ต่อมาจะเกิดแผลพุพองสีขาว แผลรอยกัดหรือแผลช้ำได้ จากนั้นแผลจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมฟ้าและตรงกลางแผลจะแข็งและเป็นหลุม ผิวหนังบางพื้นที่อาจเกิดหนองได้

  • หลังจากนี้ แผลมักจะหายเอง แต่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์

  • หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดเนื้อเยื่อตายขึ้น

อาการอื่น ๆ อาจเกิดร่วมด้วย ได้แก่ :

  • มีอาการปวดหัว

  • มีอาการคลื่นไส้

  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดเข้ากระดูก

  • รู้สึกไม่สบาย คลั่นเนื้อคลั่นตัว

เด็ก ๆ ที่ถูกแมงมุมกัดอาจมีปฏิกิริยารุนแรงมากขึ้นทั่วร่างกาย ได้แก่:

  • รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง

  • มีไข้

  • ปวดข้อ

  • เกิดภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแตกซึ่งเซลล์เม็ดเลือดตายเร็วกว่าที่ร่างกายผลิต

  • ระดับเกล็ดเลือดต่ำลง

  • อวัยวะล้มเหลว

  • เกิดลิ่มเลือดทั่วร่างกาย

  • มีอาการชัก

  • หากโดนแมงมุมสันโดษสีน้ำตาลกัดอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ปัจจุบันยังไม่มียาแก้พิษของแมงมุมชนิดนี้ ยังไม่มียารักษาแมงมุมชนิดนี้กัด แต่แผลที่เกิดจากการกัดจะต้องได้รับการรักษา ตัวเลือกการรักษาอาจรวมถึง:

  • ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  • การผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อเยื่อที่ตายแล้วออก

ปฏิกิริยาที่รุนแรงจากการโดนแมงมุมชนิดกัดจะยังไม่เกิดขึ้นทันที อย่างไรก็ตาม ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไร โอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อจะน้อยลง ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแมงมุมมีพิษหรืออันตรายควรระมัดระวังไม่ให้ถูกกัด

นอกจากนี้ ข้อควรระวังยังรวมถึง:

  • รูดซิบเต็นท์ให้สนิทเมื่อกางเต้นท์ในป่าและสวมกางเกงเมื่อเดินป่าที่มีแมงมุม

  • สำรวจรองเท้าโดยคว่ำรองเท้าและเคาะลงกับพื้นเพื่อให้สิ่งที่อยู่ข้างในรองเท้าออกมาก่อน ก่อนสวมใส่

  • หากจะเปิดกล่องหรือภาชนะใดเพื่อนำมาใช้ให้สำรวจก่อนเสมอว่ามีแมงมุมหลบอยู่หรือไม่

  • ทำความสะอาดชั้นใต้ดินและพื้นสนามภายในบ้านไม่ให้รกรุงรัง

  • สวมถุงมือทุกครั้งเมื่อทําสวนหรือเก็บฟืนและท่อนไม้จากป่า

  • ศึกษาและทำความรู้จักกับแมงมุมสันโดษสีน้ำตาลเพิ่มเติม

รอยอื่น ๆ ที่อาจดูเหมือนแมงมุมกัด แพทย์อาจวินิจฉัยแมงมุมกัดผิดได้ หากผู้ที่ถูกแมงมุมกัดไม่ทราบว่าเป็นแมงมุมชนิดใด บางครั้ง ภาวะของโรคบางอย่างอาจคล้ายกับแมงมุมกัด

อาการเหมือนแมงมุมกัดแต่ไม่ใช่แมงมุมกัด ได้แก่:

  • รอยกัดเกิดติดเชื้อจากแมลงอื่น ๆ เช่น เห็บ ไรและหมัด

  • เป็นโรคงูสวัด

  • ได้รับพิษจากเครือเถาวัลย์และไม้โอ๊คพิษ

  • เป็นโรคไลม์

  • การติดเชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส ออเรียส ที่ดื้อยาเมธิซิลิน

สรุป

แมงมุมส่วนใหญ่จะไม่กัดคนและมีน้อยมากที่เป็นอันตราย แมงมุมบางชนิดชอบอยู่ในที่มืดหรือที่อับ เช่น รองเท้า หากเอามือล้วงหรือเอาเท้าแหย่เข้าไปในพื้นที่ที่มีแมงมุมอาศัยอยู่ แมงมุมบางชนิดก็จะกัดได้

คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแมงมุมสันโดษสีน้ำตาลหรือแมงมุมแม่ม่ายดําต้องควรรู้จักแมงมุมเหล่านี้

นอกจากนี้ ควรตรวจดูสิ่งของต่าง ๆ เช่น กล่องและรองเท้าบู๊ตที่ปล่อยวางหรือทิ้งไว้เป็นเวลานาน ๆ ว่ามีแมงมุมเข้าไปหลบอยู่หรือไม่ การป้องกันรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ สวมถุงมือตอนทําสวนหรือทํางานรอบกองไม้หรือหิน

หากกังวลเมื่อมีรอยกัดหรืออาการผิวหนังอื่น ๆ ควรพบแพทย์ให้ช่วยตรวจวินิจฉัย

นี่คือที่มาในแหล่งบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *