Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดขึ้นเนื่องจากการลดลงหรืออุดตันในปริมาณเลือดของสมอง คนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินทันที

โรคหลอดเลือดในสมองคืออะไร?

โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นเมื่อการอุดตันหลอดเลือดทำให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง ทำให้สมองจะไม่ได้รับออกซิเจนหรือสารอาหารเพียงพอ และเซลล์สมองก็เริ่มตายในที่สุด

โรคหลอดเลือดสมองมีผลต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงออกซิเจนในสมอง หากสมองไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอความเสียหายจะค่อยๆ เกิดขึ้น

โรคนี้เป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ แม้ว่าโรคหลอดเลือดสมองจะสามารถรักษาได้หลายอย่าง แต่บางครั้งอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

อาการเส้นเลือดสมองตีบได้แก่:

  • มีความลำบากในการพูด และการเรียบเรียงคำพูด
  • ปวดศีรษะ
  • อาเจียน
  • อาการชาหรือไม่สามารถขยับส่วนใดๆ ในร่างกายได้ตามปกติ
  • ปัญหาการมองเห็น
  • เวียนศีรษะ
  • ร่างกายทำงานไม่สัมพันธ์กัน

โรคหลอดเลือดสมองสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงในระยะยาว ขึ้นอยู่กับความเร็วของการวินิจฉัย การรักษาได้ทันท่วงที บุคคลอาจมีความพิการชั่วคราวหรือถาวรหลังจากเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่:

  • ควบคุมกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ไม่ได้
  • ซึมเศร้า
  • อัมพาตหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ควบคุมหรือแสดงอารมณ์ลำบาก

อาการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองนั้นมีหลากหลายและรุนแรงแตกต่างกันไป

การเรียนรู้คำย่อ“ FAST”  แสดงถึงอาการของโรคหลอดเลือดสมอง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที FAST ย่อมาจาก:

  • Face drooping กล้ามเนื้อหน้าควบคุมไม่ได้: ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวใบหน้าได้ข้างใดข้างหนึ่ง
  • Arm weakness แขนขาออกแรง: ไม่สามารถยกแขนหรือขาได้
  • Speech difficulty ลำบากในการพูด: พูดซ้ำๆ พูดไม่ชัด
  • Time to act ฉับพลัน: หากพบผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวต้องพบแพทย์โดยเร่งด่วน

ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้มาก

สาเหตุและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ :

  • ภาวะน้ำหนักเกิน
  • อายุ 55 ปีขึ้นไป
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดอื่น ๆ
  • กินแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
  • ควัน
  • ยาเสพติด

 องค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization: WSO) รายงานว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุส าคัญของการเสียชีวิต ทั่วโลกมีจ านวนผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง จ านวน 80 ล้านคน และพิการจากโรคหลอดเลือดสมอง จ านวน 50 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 62.5 ส าหรับใน ประเทศไทย จากรายงานสถิติสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุขพบว่าอัตราตายจากโรคหลอดเลือดสมอง (I60-I69) ต่อประชากรแสนคน ปี 2555 – 2559 เท่ากับ 31.7, 35.9, 38.7, 43.3 และ 48.7 ตามล าดับ และอัตราผู้ป่วยด้วย โรคหลอดเลือดสมอง (I60-I69) ต่อประชากรแสนคน ปี 2554 – 2558 เท่ากับ 330.60, 354.54, 366.81, 352.30 และ 425.24 ตามล าดับ ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีและจากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชาชน ไทย พ.ศ. 2557 พบว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิต อันดับ 1 ของประชากรทั้งในเพศชายและเพศ หญิง (ชาย 30,402 ราย, หญิง 31,044 ราย) และเป็นสาเหตุของการสูญเสียปีสุขภาวะจากการตายก่อนวัยอันควร เป็นอันดับ 2 ในเพศชาย และอันดับ 1 ในเพศหญิง

สาเหตุโรคหลอดเลือดสมองประเภทต่างๆมีดังนี้

โรคหลอดเลือดสมองตีบ Ischemic stroke

โรคหลอดเลือดสมองตีบเกิดจากการอุดตันหรือการตีบของหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง สิ่งนี้ทำให้เกิดภาวะขาดเลือด หรือการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างมาก ส่งผลโดยตรงกับการทำลายเซลล์สมอง

ลิ่มเลือดเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ การอุดตันของเส้นเลือดสามารถเกิดได้ในหลอดเลือดของทุกส่วนในร่างกาย คราบไขมันสะสมในหลอดเลือดแดง อาจทำให้เกิดการอุดตันที่ส่งผลให้เกิดภาวะขาดเลือดได้ด้วยเช่นกัน

โรคหลอดเลือดสมอง Hemorrhagic stroke

หลอดเลือดแดงในสมองรั่ว หรือแตก ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้

เลือดที่รั่วออกมาจะกดดันเซลล์สมอง และทำลายเซลล์เหล่านี้ ทั้งยังทำให้ปริมาณเลือดที่สามารถเข้าถึงเนื้อเยื่อสมองลดลงอีกด้วย

เส้นเลือดสามารถแตก และเลือดไหลเข้าสู่สมอง หรือบริเวณใกล้ผิวของสมอง นอกจากนี้ยังอาจรวมไปถึงช่องว่างในกะโหลกศีรษะ

ภาวะสมองขาดเลือด TIAs

ภาวะสมองขาดเลือด (TIA) คือ เกิดการขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองในช่วงสั้น ๆ อาการคล้ายกับโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดจากการอุดตัน

ถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ แม้ว่าอาการจะเป็นเพียงชั่วคราว และนี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนสำหรับโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่ามากกว่าหนึ่งในสามของผู้ที่เป็นโรค TIA จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบภายในหนึ่งปีหากไม่ได้รับการรักษาใด ๆ ประมาณ 10–15% ของผู้คนจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบภายใน 3 เดือนหลังจากเกิดภาวะสมองขาดเลือด

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ และโรคหลอดเลือดสมอง มีสาเหตุและผลกระทบต่อร่างกายที่แตกต่างกัน ทั้งสองอย่างจึงต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน

การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดความเสียหายของสมอง และทำให้แพทย์สามารถรักษาโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างเหมาะสม

วิธีการรักษาโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหลอดเลือดสมองแตก มีดังนี้

โรคหลอดเลือดสมองตีบ Ischemic stroke

โรคหลอดเลือดสมองตีบ เกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตันหรือตีบ การรักษามุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองอย่างเพียงพอ

การรักษาเริ่มต้นด้วยการรับประทานยาที่สลายลิ่มเลือด และป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดก่อตัวอีก แพทย์อาจให้ยา เช่น แอสไพริน หรือฉีดยาPlasminogen activator (TPA)

TPA มีประสิทธิภาพมากในการละลายลิ่มเลือด อย่างไรก็ตามการใช้งานจะเกิดขึ้นภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังจากอาการของโรคหลอดเลือดสมองกำเริบขึ้น

ยังมีขั้นตอนอื่น ๆ ที่ศัลยแพทย์สามารถดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ ตัวอย่างเช่นการผ่าตัด Endarterectomy carotid เป็นการเปิดหลอดเลือดแดง และกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่อาจแตกและเคลื่อนตัวไปยังสมอง

อีกทางเลือกหนึ่งคือ Angioplasty เป็นการขยายบอลลูนขนาดเล็กภายในหลอดเลือดแดงที่ตีบโดยใช้สายสวน หลังจากนั้นพวกจะสอดขดเลือดเข้าไปในช่องเปิด เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบอีก

โรคหลอดเลือดสมอง Hemorrhagic stroke

เลือดที่รั่วเข้าสู่สมองเป็นสาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การรักษาจะเน้นการควบคุมเลือดออกและลดความดันในสมอง

การรักษาเริ่มต้นด้วยการรับประทานยาลดความดันในสมองและควบคุมความดันโลหิตโดยรวมรวมทั้งป้องกันอาการชักและหลอดเลือดตีบอย่างกะทันหัน

หากผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น warfarin หรือ clopidogrel พวกเขาสามารถรับยาเพื่อต่อต้านผลกระทบจากทินเนอร์เลือดได้

เมื่อหลอดเลือดโป่งพอง หลอดเลือดอาจแตกออกมาทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ ศัลยแพทย์อาจจะหนีบที่ฐานหลอดเลือดที่โป่งพอง หรือเติมขดลวด เพื่อหยุดการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพองหดตัว

การฟื้นฟูของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองเป็นเหตุการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ป่วยไป เนื่องจากมีผลกระทบต่อร่างกายและอารมณ์ของผู้ป่วยเป็นระยะเวลานาน

การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักจะใช้วิธีการบำบัดที่จำเพาะเจาะจงดังนี้ :

  • การบำบัดการพูด: ช่วยแก้ปัญหาในการเจรจาหรือสนทนา ฝึกฝนความผ่อนคลายและรูปแบบการสื่อสารมให้ง่ายขึ้น
  • กายภาพบำบัด: ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำแม้ว่าจะยากในตอนเริ่มต้นก็ตาม
  • กิจกรรมบำบัด: ปรับปรุงความสามารถผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ การทำอาหาร การแต่งตัว การรับประทานอาหาร การอ่านและการเขียน
  • เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน: ช่วยให้บุคคลรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตทั่วไป เช่น ภาวะซึมเศร้า พบว่า การแบ่งปันประสบการณ์ทั่วไปและแลกเปลี่ยนข้อมูลมีประโยชน์ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยด้วยกันสามารถเยียวยาสุขภาพจิตได้
  • กำลังใจจากเพื่อนและครอบครัว: เพื่อนสนิทและญาติควรพยายามให้กำลังใจและการสนับสนุนที่เป็นประโยชน์กับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 

การฟื้นฟูของผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องของการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง ด้วยความช่วยเหลือที่เหมาะสมและกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง จะทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด