บทความสุขภาพ
โรคดึงผมตัวเองคืออะไร? (Trichotillomania) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคดึงผมตัวเองคืออะไร? (Trichotillomania) : อาการ สาเหตุ การรักษา

26.04
39
0

โรคดึงผม (Trichotillomania) คือ เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มทางจิตเวช คนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองจะมีความอยากดึงผมตัวเองอยู่ตลอดเวลา

หลายคนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองอาจไม่ทราบว่าเป็นโรคที่สามารถวินิจฉัยโรคได้ ผู้ป่วยอาจคิดง่ายๆว่าการดึงผมตัวเองเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ดี หลายรายที่เกิดภาวะดึงผมตัวเองมักมีอาการทางร่างกายและจิตใจที่รุนแรงอื่นๆร่วมได้

ในบทความนี้จะอธิบายถึงอาการและสาเหตุของโรคดึงผมตัวเอง รวมถึงทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสม

โรคดึงผมตัวเองคืออะไร 

คนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองจะมีความรู้สึกอยากดึงผมตัวเองอย่างรุนแรงมาก

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักชอบดึงผมตนเองออกหนังศีรษะ แต่ในบางรายก็อาจชอบดึงขนหนวด  ขนตา หรือขนคิ้ว

ในผู้ป่วยโรคดึงผมตัวเองบางรายอาจมีการกินเส้นผมที่ตัวเองดึงออกมาด้วย อาการนี้เรียกว่าโรคชอบกินเส้นผม เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินอาหาร 

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคดึงผมตัวเองมักเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น และบางคนอาจติดอาการโรคนี้ไปอย่างต่อเนื่องหรืออาจเป็นช่วงๆจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

โรคดึงผมตัวเองส่งผลกระทบต่อใครบ้าง 

แพทย์คาดว่าคงมีผู้ที่เป็นโรคดึงผมตัวเองในจำนวนมากแต่ไม่เคยมีรายงานมาก่อน

อัตราการเกิดโรคดึงผมตัวเองระหว่างผู้หญิงและผู้ชายในช่วงวัยรุ่นเฉลี่ยแล้วพบได้พอๆกัน แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่มีรายงานการเกิดโรคมากกว่าผู้ชาย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

แพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้คนมีอาการโรคดึงผมตัวเอง

บางรายงานบอกว่าการดึงผมตัวเองเป็นการช่วยบรรเทาความเบื่อหน่ายหรือความเครียด ในผู้ป่วยบางรายพบว่าการดึงผมตัวเองเป็นวิธีการจัดการกับอารมณ์ของตนเอง

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคดึงผมตัวเอง อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้:

  • มีประวัติทางกรรมพันธุ์: คนที่มีญาติใกล้ชิดเช่นพี่ น้อง พ่อ แม่ ลูก เป็นโรคดึงผมตัวเอง ทำให้มีโอกาสเป็นโรคนี้ด้วยได้เช่นกัน 
  • ได้รับบาลแผลทางใจในวัยเด็ก: คนที่ในวัยเด็กเคยมีบาดแผลทางใจอาจเกิดโรคดึงผมตัวเองได้มากกว่าคนอื่น แต่ยังไรก็ตามก็ยังไม่มีการค้นคว้าใดที่มากพอจะมาสนับสนุนความคิดนี้

อาการของโรคดึงผมตัวเอง

คนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองอาจเคยมีอาการทางจิตใจและทางร่างกายดังต่อไปนี้:

  • ชอบดึงผมตัวเองซ้ำๆและบ่อยๆโดยไม่รู้ตัว
  • รู้สึกผ่อนคลายหลังได้ดึงผมตัวเอง
  • ไม่สามารถหยุดตัวเองให้ดึงผมตัวเองได้ทั้งๆที่ใจก็อยากจะหยุด
  • พฤติกรรมการดึงผมสัมพันธ์กับความวิตกกังวลและความเครียด
  • มีความต้องการทำพฤติกรรมซ้ำๆที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม (เช่น การนับเส้นผมหรือการม้วนเส้นผม)
  • เป็นโรคชอบกินเส้นผม
  • ผิวหนังระคายเคืองหรือเสียวแปลบตรงบริเวณที่มีผลกระทบ
  • มีรอยแหว่งของผมที่หายไปหรือหัวล้านเป็นจุดๆที่สังเกตเห็นได้เนื่องจากการดึงผม

การรักษาโรคดึงผมตัวเอง

ผู้ป่วยที่เป็นโรคดึงผมตัวเองส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องรับการรักษา

คนส่วนมากมักไม่ทราบว่าภาวะนี้ถือว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง และมักคิดเองว่าการดึงผมเป็นเพียงพฤติกรรมที่ไม่ดีเท่านั้น หลายๆรายจึงต่อต้านการไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยหาเหตุผล

แพทย์จึงมักไม่ได้วินิจฉัยผู้ที่เป็นโรคชอบดึงผมตัวเองทุกราย ซึ่งนั้นหมายความว่าแพทย์จึงมีข้อมูลไม่มากนักในการทำการรักษาเพื่อให้ได้ผลที่ดี

แต่อย่างไรก็ตามด้วยการค้นคว้าที่มีอยู่จำกัดก็พบว่าการบำบัดด้านพฤติกรรมร่วมกับการใช้ยาก็สามารถช่วยทำให้ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวนี้มีอาการดีขึ้นได้

Trichotillomania

พฤติกรรมบำบัด

การจากศึกษาในปี 2012แสดงให้เห็นว่าการใช้พฤติกรรมบำบัดด้วยเทคนิค habit reversal therapy (HRT) สามารถช่วยรักษาผู้ที่เป็นโรคดึงผมตัวเองได้ผลดี เทคนิค HRT มีทั้งหมด 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้:

  1. ฝึกการรู้เท่าทันตัวเอง: โดยการให้ผู้ป่วยแยกแยะปัจจัยทางจิตและทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการดึงผม 
  2. ฝึกให้สร้างพฤติกรรมตอบสนองแข่งกัน: เป็นการฝึกให้ทำพฤติกรรมอื่นแทนพฤติกรรมการดึงผม
  3. สร้างแรงจูงใจและปฏิบัติตาม: ให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในกิจกรรมและสร้างพฤติกรรมที่เตือนให้เห็นความสำคัญของการทำตามขั้นตอน HRT รวมถึงการได้รับคำชมจากครอบครัวและเพื่อนในการผ่านแต่ละขั้นตอนของการบำบัด
  4. ฝึกการผ่อนคลาย: ให้ผู้ป่วยฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่นการนั่งสมาธิและหายใจลึกๆ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและการดึงผมลง
  5. ฝึกทำพฤติกรรมใหม่ๆ: เป็นการสร้างทักษะใหม่ๆในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไปเพื่อสร้างพฤติกรรมใหม่ๆแบบอัตโนมัติ

การรักษาด้วยยา

ในปี 2013 พบว่ามียาที่สามารถรักษาโรคชอบดึงผมที่ให้ประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไป

จากการทดลอง8ตัว โดยมี7ตัวเป็นยาหลอก ซึ่งเป็นยาดังต่อไปนี้:

  • ยาต้านซึมเศร้าเอสเอสอาร์ไอ เป็นกลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า  
  • ยาโคลมิพรามีน เป็นยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก
  • ยานาลเทรกโซน 
  • ยาโอแลนซาปีน เป็นยาต้านอาการทางจิต
  • ยาเอ็น-อะเซทิลซิสเทอิน  

พบว่ามีเพียงยาโอแลนซาปีน  ยาเอ็น-อะเซทิลซิสเทอิน ,และยาโคลมิพรามีนเท่านั้นที่สามารถรักษาโรคโรคชอบดึงผมได้ผล 

แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาที่มีตัวอย่างไม่มากนักยังไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ภาวะแทรกซ้อน

จากบทความของ American Journal of Psychiatry พบว่ามีผู้ป่วยราว 20เปอร์เซ็นต์ของคนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองมักเอาผมที่ดึงออกมามากิน

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นอันตรายที่เกิดจากพฤติกรรมนี้คือการเกิดก้อนผมในท้อง ทางการแพทย์เรียกว่าโรคก้อนขน 

โรคก้อนขนทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการเสียหาย ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากโรคก้อนขนคือ:

หากโรคก้อนขนไปอุดตันในลำไส้อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อนำก้อนขนออกมาI

คนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองมักมีคุณภาพชีวิตต่ำ

คนที่เป็นโรคดึงผมตัวเองอาจประสบกับภาวะตึงเครียดหรือความวิตกกัวลมากจนไม่สามารถควบคุมความอยากในการดึงผมตัวเองได้ และยิ่งไม่มีผมก็จะยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกเป็นกังวลเพิ่มขึ้นกว่าเดิมได้

บทสรุป

โรคดึงผมตัวเองคือโรคที่พบได้ไม่บ่อยนักแต่โรคสามารถส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อคุณภาพชีวิต

หลายคนยังไม่เคยทราบว่ามีการรักษาสำหรับโรคดึงผมที่เหมาะสม ด้วยการนำเทคนิค HRT มาใช้ ที่ได้ผลดีในการรักษากับผู้ป่วยส่วนใหญ่

พบว่าการใช้ยาสามารถช่วยลดอาการของโรคดึงตัวเองลงได้

หากสงสัยว่าอาจเป็นโรคดึงผมตัวเองควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรค แพทย์อาจแนะนำการรักษาแบบพิเศษเช่นพฤติกรรมบำบัด เพื่อเป็นการทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *