บทความสุขภาพ
เลือดออกทางช่องคลอด (Vaginal Bleeding) : อาการ สาเหตุ การรักษา

เลือดออกทางช่องคลอด (Vaginal Bleeding) : อาการ สาเหตุ การรักษา

09.03
51
0

การมีเลือดออกจากช่องคลอด (Vaginal Bleeding) แต่ไม่ใช่ประจำเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล หากเลือดออกน้อย จะถูกเรียกว่าการมีเลือดออกแบบ “กระปริบประปรอย”  การมีเลือดออกระหว่างการมีประจำเดือนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส์ การบาดเจ็บ หรือปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่

การมีเลือดออกในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนหมายถึง การที่มีเลือดออกหลัง หรือก่อนที่จะประจำเดือนจะมา ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการมีเลือดสีน้ำตาลอ่อน ๆ แบบกระปริบกระปรอย หรือเลือดออกเยอะคล้ายประจำเดือน

สาเหตุของเลือดออกในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน

การที่เลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนมานั้นเป็นภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก

รอบของการมีประจำเดือนนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนรอบหนึ่งไปจนถึงวันแรกของการมีประจำเดือนรอบถัดไป โดยปกติแล้วจะกินเวลาประมาณ 25-30 วัน แต่อาจสั้น หรือยาวกว่านั้นก็ได้

การมีประจำเดือนคือการที่ผู้หญิงมีเลือดออกในแต่ละเดือน ซึ่งจะกินเวลาประมาณ 2-7 วัยในแต่ละครั้ง ซึ่งแตกต่างกันไปในผู้หญิงแต่ละคน

สาเหตุที่เลือดออกในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนมีหลายสาเหตุ ดังนี้:

การคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนส์

การคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนส์นั้นเป็นสาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดเลือดออกในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นเลือดออกที่ผิดปกติ โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นประมาณช่วง 3 เดือนแรกของการใช้ยาคุมกำเนิด

ตัวอย่างของการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนส์ มีดังนี้:

  • ห่วงอนามัย

  • แผ่นแปะคุมกำเนิด

  • วงแหวนช่องคลอด

  • ยาเม็ดคุมกำเนิด

  • ยาฝังคุมกำเนิด

Vaginal Bleeding

หากการมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนนั้นเยอะและนานกว่า 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ การเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดสามารถหยุดภาวะเลือดออกได้

การมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนสามารถเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำการคุมกำเนิดโดยใช้ฮอร์โมนส์ เช่น ลืมทานยาคุมกำเนิด หรือมีปัญหากับแผ่นแปะคุมกำเนิด ซึ่งทำให้เลือดออกกระปริบกระปรอยได้

การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

การคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินอาจทำให้เลือดออกได้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งสองแบบทั้งยาเม็ด และ ห่วงอนามัย

เลือดล้างหน้าเด็ก

ผู้หญิงบางคนอาจพบว่ามีเลือดออกกระปริบกระปรอย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสมแล้วฝังตัวเข้าสู่ผนังมดลูก ซึ่งเรียกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก อาจพบร่วมกับการปวดเกร็งมดลูก

การแท้งบุตร

เลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนคือสาเหตุหนึ่งของการแท้งบุตร ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไดก็ได้ระหว่างการตั้งครรภ์ และอาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว

การทำแท้ง

หลายคนพบว่ามีเลือดออกหลังการทำแท้ง เลือดออกกระปริบกระปรอยอาจเกิดขึ้นนานหลายสัปดาห์หลังจากการทพแท้งหรือการทานยาให้แท้ง หากมีเลือดออกมา ควรปรึกษาแพทย์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิดทำให้เกิดเลือดออกจากช่องคลอดได้ เช่น การติดเชื้อคลามีเดีย นอกจากจะทำให้เกิดเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์อีกด้วย

การบาดเจ็บ

หากผิวหรือเนื้อเยื่อที่อวัยวะเพศถูกทำให้เป็นแผล จะสามารถทำให้เกิดเลือดออกได้ ซึ่งมักเกิดขึ้นจากการร่วมเพศแบบสอดใส่ โดยส่วนมากแล้วจะเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะเพศแห้ง

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะผลิตสารหล่อลื่นขึ้นมาเพื่อให้อวัยวะเพศพร้อมต่อการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ การที่อวัยวะเพศแห้งนั้นมีสาเหตุหลายประการ เช่น ขาดการเร้าอารมณ์ ฮอร์โมนส์เปลี่ยนเนื่องจากเข้าสู่วัยทอง เบาหวาน หรือการรักษามะเร็ง

วัยหมดประจำเดือน หรือ วัยเริ่มต้นหมดประจำเดือน

วัยหมดประจำเดือนนั้นเกิดขึ้นระหว่างช่วงอายุ 45-55 ปี ซึ่งจะเริ่มนับเมื่อประจำเดือนไม่มาเป็นเวลา 1 ปี

จากวัยเริ่มหมดประจำเดือนจนถึงวัยหมดประจำเดือนนั้นจะกินเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนส์ในร่างกายเปลี่ยนแปลง

ระดับของฮอร์โมนส์ในช่วงวัยเริ่มหมดประจำเดือนนั้นอาจจะไม่แน่นอน ซึ่งสามารถทำให้เกิดประจำเดือนมาไม่ปกติ มาแบบกระปริบกระปอยหรือมามาก

ติ่งเนื้อที่ปากมดลูกหรือที่อวัยวะเพศ

ติ่งเนื้อคือการเจริญเติบโตเล็กน้อยที่สามารถเกิดขึ้นได้ในมดลูกหรือปากมดลูก ในบางเคส ติ่งเนื้อทำให้เลือดออกและจำเป็นต้องนำออก

มะเร็งบางชนิด

ในเคสส่วนมาก เลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม การมีเลือดออกอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งบางชนิด

มะเร็งปากมดลูกสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกวัย ซึ่งพบได้ในผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ที่มีอายุระหว่าง 30 – 45 ปี

การมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือนหรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์คืออาการแรก ๆ ของมะเร็งปากมดลูก อาการเบื้องต้นอื่น ๆ คือ การเจ็บหว่างมีเพศสัมพันธ์ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากช่องคลอด

มะเร็งมดลูกมักพบในผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอดเป็นอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเลือดออกหลังหมดประจำเดือน

มะเร็งมดลูกมักเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จากเหตุผลนี้ หากมีเลือดออกจากช่องคลอดก็ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

หากยังไม่ใช่วัยหมดประจำเดือน อาจมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือน บางครั้งมีเลือดออกมากกว่าปกติ อาการที่พบได้ไม่บ่อยคือ การเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์หรือการปวดท้อง

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบนั้นเป็นอาการที่ทำให้เกิดประจำเดือนที่ไม่ปกติ ซึ่งรวมไปถึงการมีเลือดออกที่ไม่ใช่ประจำเดือน อาการอื่น ๆ เช่น ภาวะเจริญพันธ์มีปัญหา น้ำหนักขึ้น หรือ ผิวมันหรือมีสิว

ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

อาการเรื้อรังที่ส่งผลต่อมดลูก เช่น ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ สามารถทำให้เกิดเลือดออก หรือ เลือดออกกระปริบกระปรอยได้ ภาวะนี้อาจทำให้เกิดการมามากหรืออาการปวดเกร็งระว่างการมีประจำเดือน

การรักษาและการป้องกัน

การรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ซ่อนอยู่ของเลือดออก ความบ่อย ระยะเวลา และปริมาณของเลือด สามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุได้

การรับการตรวจมะเร็งปากมดลูก หรือที่รู้ที่รู้จักกันว่า การตรวจแบบ แป๊ปสเมียร์ เป็นการตรวจเนื้อเยื่อปากมดลูก ซึ่งผู้หญิงควรจะเริ่มตรวจเมื่อมีอายุ 21 ปี

การฉีกขาดเล็ก ๆ และการมีเลือดออกเป็นสาเหตุมาจากผิวบริเวณช่องคลอดแห้ง การใช้สารหล่อลื่นและการเร้าโรมก่อนการมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันการบาดเจ็บระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ได้

ยังไม่มีวิธีการรักษาภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบให้หายขาด แต่สามารถจัดการกับอาการได้ การรักษารวมไปถึงการลดน้ำหนัก การใช้ยาคุมฮอร์โมน และการรักษาภาวะเมตาบอลิก

นี่คือที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *