บทความสุขภาพ
กามโรค (Venereal Disease) : อาการ สาเหตุ การรักษา

กามโรค (Venereal Disease) : อาการ สาเหตุ การรักษา

12.02
79
0

กามโรคคืออะไร

กามโรค (Venereal Disease) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในเลือด น้ำอสุจิหรือแบคทีเรียในช่องคลอด

ในบางครั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจไม่แสดงอาการใดๆ ผู้ที่ติดเชื้อบางคนดูแข็งแรงจนไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการติดเชื้อเกิดขึ้น

อาการของกามโรค

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) สามารถแสดงอาการได้หลายอย่าง สัญญาณและอาการที่บอกถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ :

  • แผลที่อวัยวะเพศ ในช่องปากหรือทวารหนัก

  • รู้สึกเจ็บหรือแสบร้อนขณะปัสสาวะ

  • ตกขาวมีสีผิดปกติหรือมีกลิ่น

  • เลือดออกทางช่องคลอด

  • รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีมบวมและเจ็บ

  • ปวดท้องน้อย    

  • มีไข้

  • เป็นผื่นที่ลำตัว มือหรือเท้า

โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 2-3 วันหลังจากที่คุณได้รับเชื้อ

เมื่อไหร่ที่คุณควรไปพบแพทย์

คุณควรไปพบแพพทย์ทันทีหากคุณมีอาการเหล่านี้ :

  • คุณมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอาการติดเชื้อ

  • คุณมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สาเหตุของกามโรค

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) อาจเกิดจาก :

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรค

ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทุกคน มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STI) ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่ :

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน กรณีนี้จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้อย่างมาก หากไม่มีการสวมใส่ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์  ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดโรคได้  การมีเพศสัมพันธ์ทางปากอาจทำให้เกิดความเสี่ยงได้น้อยกว่าแต่ก็พบได้มากเช่นกัน

  • เปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือมีคู่นอนหลายคน การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ จะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อได้มากขึ้น

  • มีประวัติของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากเคยมีประวัติของการติดเชื้อแล้ว โอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ

  • มีกิจกรรมทางเพศที่ไม่เต็มใจ หากถูกกระทำชำเราหรือทำร้ายร่างกาย  คุณควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการดูแลจิตใจและป้องกันการติดโรค

  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด สิ่งเหล่านี้มีส่วนทำให้คุณขาดความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงของการมีเพศสัมพันธ์ได้

  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น การใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อร้ายแรงหลายชนิด เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี

  • อายุ 50% ของผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีอายุระหว่าง 15 ถึง 24 ปี

การติดเชื้อจากมารดาสู่ทารก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางอย่าง เช่น หนองใน หนองในเทียม HIVและซิฟิลิส สามารถติดต่อจากแม่ไปยังลูกระหว่างตั้งครรภ์หรือคลอดได้ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทารกอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ภาวะแทรกซ้อน

โดยส่วนมาก ผู้ที่มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STI) มักจะไม่มีอาการใดๆในช่วงแรกของการติดเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนที่พบส่วนมาก ได้แก่ :

การป้องกันกามโรค

  • งดการมีเพศสัมพันธ์

  • ตรวจสอบคู่นอนของคุณให้แน่ใจว่าไม่มีโรคติดต่อใดๆ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนใหม่ จนกว่าคุณทั้งคู่จะได้รับการตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่คลีนิคกามโรค

  • รับการฉีดวัคซีน การได้รับวัคซีนก่อนการมีเพศสัมพันธ์สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางประเภทได้

  • ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องเป็นประจำ การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค ไม่ควรใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เป็นน้ำมัน เช่น ปิโตรเลียมเจลลี่กับถุงยางอนามัย

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และไม่ควรใช้ยาเสพติด

  • พูดคุยกับคู่นอนของคุณก่อนการมีเพศสัมพันธ์

  • การป้องกันโรคก่อนมีเพศสัมพันธ์ (PrEP) เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HIV แพทย์ของคุณจะสั่งยาเหล่านี้ในกรณีที่คุณยังไม่ได้ติดเชื้อ HIV และมีความเสี่ยงสูงในการจะติดโรคได้ คุณจะต้องได้รับการตรวจ HIV ก่อนที่จะเริ่มใช้ยา PrEP ยาชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีจากเพศสัมพันธ์ได้มากกว่า 90% ถ้าหากว่าคุณทางต่อเนื่องอย่างเป็นประจำ แต่แพทย์ยังคงแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยเป็นหลักในการป้องกันโรคจากการมีเพศสัมพันธ์

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *