บทความสุขภาพ
อาเจียนเป็นเลือด (Vomiting Blood) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาเจียนเป็นเลือด (Vomiting Blood) : อาการ สาเหตุ การรักษา

04.03
53
0

มีภาวะโรคมากมายที่สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอาเจียนเป็นเลือด จัดเป็นอาการฉุกเฉิน

อาเจียนเป็นเลือด (Vomiting Blood) หรือที่รู้จักกันในชื่อ hematemesis

สาเหตุที่ทำให้เกิดการอาเจียนเป็นเลือดนั้นอาจมาจากเรื่องง่ายๆตั้งแต่เลือดกำเดาไหล (Nose bleed) ไปจนถึงภาวะะเลือดออกในลำไส้ที่รุนแรง

การอาเจียนเป็นเลือดไม่ได้หมายถึงสายเลือดริ้วๆที่พบในอาเจียน แต่หมายถึงการอาเจียนเอาเลือดสีแดงสดหรือสีดำออกมาเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ ลักษณะของลิ่มเลือดเล็กๆสีน้ำตาลปนน้ำคล้ายกับผงกาแฟบด ที่ภาษาแพทย์เรียกว่า “coffee grounds” จะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดอยู่ในกระเพาะอาหารมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

การอาเจียนออกมาเป็นเลือดคืออาการที่ฉุกเฉิน ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม

ในบทความนี้จะมีข้อมูลของสาเหตุที่อาจทำให้เกิดการอาเจียนเป็นเลือดและรู้วิธีระบุโรคและการรักษา

อาการอาเจียนเป็นเลือด

สีและความข้นของเลือดมีหลายแบบขึ้นอยู่กับสาเหตุและตำแหน่งของเลือดในร่างกาย เลือดอาจมีตั้งแต่สีแดงสดไปจนถึงสีคล้ำคล้ายสีกาแฟบด

ปัจจัยที่ทำให้เลือดออกมีหลายอย่าง หากประสบกับอาการดังกล่าวควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการร่วมกับการอาเจียนเป็นเลือด

อาการต่อไปนี้เป็นอาการที่อาจทำให้เกิดภาวะช็อคได้:

Vomiting Blood

ควรรีบไปห้องฉุกเฉินทันทีหากมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือดจำนวนมาก มีอาเจียนหลายครั้ง หรืออาการน่ากังวลอื่นๆ

สาเหตุอาเจียนเป็นเลือด

ปัญหาทางสุขภาพหลายอย่างที่อาจเป็นต้นเหตุให้ผู้ป่วยเกิดการอาเจียนเป็นเลือด เช่น:

  • โรคแผลในกระเพาะอาหาร

  • การอาเจียนอย่างรุนแรง

  • เยื่อบุกระเพาะอาหารฉีกขาด ระคายเคืองหรือเสียหาย

  • หลอดเลือดดำในท่ออาหารหรือลำไส้มีการขยายตัว

  • มีเนื้องอกและแผลในกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร

  • ลำไส้ส่วนบนเสียหายจากกัมมันตภาพรังสี

  • เกิดการติดเชื้อ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบ หรือติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori)

  • มีใช้ยาเป็นประจำ เช่นยาแอสไพริน ยากลุ่มเอ็นเสด หรือยาเจือจางเลือด

  • การได้รับสารพิษ

  • ตั้งครรภ์ เป็นภาวะแทรกซ้อนจากอาการแพ้ท้องและอาเจียนประจำ

โรคเฉพาะบางโรคที่อาจนำไปสู่การอาเจียนเป็นเลือด เช่น:

  • โรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ

  • โรคกรดไหลย้อน

  • โรคหลอดเลือดในลำไส้

  • ท่ออาหาร ลำไส้หรือตับอ่อนอักเสบ

  • มะเร็งตับอ่อน

  • โรคเกี่ยวกับตับ เช่นตับวายเฉียบพลันและตับแข็ง

  • โรค Dieulafoy’s lesion คือโรคที่หลอดเลือดแดงยื่นออกมาจากผนังลำไส้

  • กลุ่มอาการมัลลอรีย์-ไวสส์ฉีกขาด, ท่ออาหารฉีกขาดที่เกิดขึ้นเพราะแรงดันที่สูงมากขึ้นจากการอาเจียนหรือไอ

  • ภาวะความดันของระบบหลอดเลือดพอร์ทัลสูงขึ้นโดยมีสาเหตุมาจากตับแข็งหรือโรคตับ

  • ความผิดปกติในเลือด เช่นจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โรคเลือดไหลไม่หยุด  โรคโลหิตจางหรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 

โรคอื่นๆที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการอาเจียนเป็นเลือดปริมาณมากในเด็กทารกและเด็กเล็กคือ:

  • โรคความพิการแต่กำเนิด

  • การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

  • ขาดวิตามินเค

  • ภูมิแพ้นม

  • กลืนเลือดหรือวัตถุแปลกปลอม

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องประสบกับการอาเจียนเป็นเลือดอาจรวมไปถึงกลุ่มคนที่ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

การดื่มแอลกอฮอล์และอาเจียนเป็นเลือด

การอาเจียนเป็นเลือดอาจเป็นสัญญานของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่บริโภคแอลกอฮอล์มากเกินไป คือ:

  • ระบบทางเดินอาหารฉีกขาด: เมื่อเกิดแรงดันเพิ่มมากขึ้นในท่ออาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้จากการอาเจียนรุนแรงจนทำให้ลำไส้เกิดการฉีกขาด ในบางรายอาจทำให้เสียชีวิตได้ อาจเกิดอาการร่วมบางอย่างได้เช่นอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงและเฉียบพลันซึ่งอาจเจ็บแผ่ไปถึงแผ่นหลัง มีเหงื่อออก หายใจสั้นถี่และปวดท้อง

  • ตับแข็ง: คนที่ดื่มเหล้าบ่อยและมากเกินไปอาจทำให้ตับเกิดแผล เช่นเดียวกับโรคอื่นๆ หลอดเลือดอาจแตก เป็นสาเหตุให้มีเลือดในอาเจียนมาก ภาวะอ่อนแรง หน้ามืดและถ่ายเป็นเลือดก็อาจเป็นอาการหนึ่งของภาวะอาเจียนเป็นเลือด

  • แผล: อาจเกิดมาจากกรดที่อยู่ในแอลกอฮอล์ สามารถนำไปสู่อาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและทำให้เกิดแผลต่อไปได้ สัญญานเตือนว่าเกิดแผลในกระเพาะอาหารเช่นเลือดออกในลำไส้อย่างรุนแรง อุจจาระเป็นสีแดงคล้ำหรือดำ ปวดท้องหรือเจ็บบริเวณหน้าอกส่วนล่างสุด

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยโดยดูรายละเอียดจากประวัติ การตรวจร่างกายและอาจรวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีรังสีร่วมรักษา เช่นซีทีสแกน การเอกซเรย์หรือการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร การตรวจด้วยวิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยให้ทีมแพทย์ค้นเจอแหล่งต้นตอที่มาของการมีเลือดออกได้

การรักษาด้วยวิธีรังสีร่วมรักษายังรวมไปถึงการใช้ lighted scope ในการตรวจลำไส้ส่วนบนเพื่อหาสาเหตุที่เลือดออก

บางครั้งอาการอาเจียนเป็นเลือดอาจเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียได้เช่นกัน ดังนั้นจึงอาจต้องมีการนำเลือดไปตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรค รวมไปถึงวิเคราะห์ตัวอย่างของอุจจาระด้วย

ในรายที่แพทย์สงสัยว่าหลอดเลือดมีเลือดออก แพทย์อาจสั่งตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดด้วย

การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดโดยใช้สายสวนเล็กๆเข้าไปในเส้นเลือดที่บริเวณขาหนีบ โดยไม่ต้องใช้ยาสลบ

หลังจากนั้นก็ฉีดสารทึบรังสีที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบเข้าไปเพื่อให้เห็นภาพแม่นยำมากขึ้น การเอกซเรย์จะสามารถช่วยให้แพทย์ตรวจเช็คการอุดตันได้ดี

การรักษาอาการอาจเจียนเป็นเลือด

การรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือดอาจใช้ก่ารรักษาด้วยยาและการผ่าตัดร่วมกัน

ในรายที่มีอาการเลือดออกมากอย่างรุนแรง อาจต้องมีการให้เลือดถ้าถึงขั้นที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ แพทย์อาจต้องทำการช่วยชีวิตเร่งด่วนด้วยการให้เลือดทดแทนส่วนที่หายไป

การรักษาอาการอาเจียนเป็นเลือดขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค มีหลายวิธีในการหยุดเลือดออกภายใน รวมไปถึงการใช้เครื่องมือที่มีกล้องเล็กๆส่งเข้าไปปิดแผลด้านใน

การเฝ้าระวัง

การเฝ้าระวังสำหรับอาการอาเจียนเป็นเลือดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างรวมไปถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกและขึ้นกับผู้ป่วยไปรับการรักษาได้รวดเร็วแค่ไหน

ทุกคนที่อาเจียนเป็นเลือดควรรีบไปพบแพทย์ฉุกเฉินและรีบทำการรักษาทันที

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *