ตากระตุก (Eye Twitch) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ตากระตุกสร้างความไม่สบายตัวและการระคายเคืองให้กับดวงตา ในบทความนี้เราจะมาดูสาเหตุว่าตากระตุกเกิดจากอะไร และวิธีแก้ตากระตุก

สาเหตุของตากระตุก

ตากระตุก (Eye Twitch) เกิดจากกิจกรรมทางไฟฟ้าในสมอง ทำให้เซลล์ประสาทส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อตากระตุก อาการกระตุกเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากสิ่งเร้าภายในหรือภายนอกใด ๆ และเกิดขึ้นไม่นาน

หากเปลือกตากระตุกเพียงครั้งเดียวน่าจะเป็นผลมาจากปรากฏการณ์นี้

หากเปลือกตาหรือหนังตากระตุกเป็นเวลา 2-3 นาทีถึง 2-3 วันอาจเกิดจากการกล้ามเนื้อเมื่อยล้าหรือถูกกระตุ้นมากเกินไป อาจจะเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้:

  • การบริโภคคาเฟอีนมากเกินไป
  • นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ความตึงเครียด
  • ตาแห้ง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน การดื่มกาแฟให้น้อยลงหรือการใช้ยาหยอดตาที่มีสารหล่อลื่นให้ดวงตาชุ่มชื้น สามารถแก้เปลือกตากระตุกได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์

หากเปลือกตายังคงกระตุกโดยไม่ดีขึ้น ควรไปพบจักษุแพทย์ เนื่องจากอาจมีบางอย่างผิดปกติอาจนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงได้

ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เกิดตากระตุก

ความผิดปกติอื่นๆ ที่สามารถส่งผลให้เกิดอาการตากระตุกได้มีดังนี้:

  • อัมพาตใบหน้า ซึ่งมีผลให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าด้านหนึ่งของคุณอ่อนแรงลง
  • โรคบิดเกร็ง (Dystonia) ที่ทำให้กล้ามเนื้อของคุณกระตุกโดยไม่คาดคิด
  • โรคคอบิดเกร็ง (cervical dystonia) ที่จะเกิดอาการคอกระตุกแบบสุ่ม และศีรษะบิดเกร็งไปสู่ตำแหน่งที่ไม่สบาย
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ที่ทำให้การรับรู้และการเคลื่อนไหวเป็นเช่นเดียวกับความเหนื่อยล้า
  • โรคพาร์กินสันที่ส่งผลให้แขนและขามีอาการสั่น ทำให้การพูดนั้นลำบากและส่งปัญหาต่อการควบคุมสมดุล
  • กลุ่มอาการทูเร็ตต์ ที่มักจะมีปัญหาการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยที่ไม่ตั้งใจและการพูดซ้ำๆ

บางกรณีอาการตากระตุกอาจมาจากการได้รับบาดเจ็บหรือระคายเคืองของดวงตา และระบบประสาทได้แก่:

  • กระจกตามีรอยขีดข่วน
  • ขนตาคุดหรือ Trichiasis
  • เปลือกตาอักเสบ
  • เปลือกตาพับเข้าด้านใน

การวินิจฉัยและรักษาตากระตุก

การวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ จะต้องได้รับการตรวจตาโดยละเอียดจากจักษุแพทย์ก่อน ว่าการเกิดตากระตุกนี้ไม่ได้เป็นผลต่อเนื่องมาจากโรคตาอื่นๆ เพราะมีโรคตาบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ เช่น เปลือกตาอักเสบ ตาแห้ง ขนตาผิดปกติ การติดเชื้อของตา กระจกตาอักเสบ ต้อหิน ต้อกระจก โรคจอประสาทตา ซึ่งถ้าตรวจพบและรักษาโรคเหล่านี้ ก็จะทำให้อาการตากระตุกหายไปได้ แต่ถ้าไม่พบโรคตาอื่น ก็แสดงว่าเป็นตากระตุกชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ ( Benign Essential Blepharospasm ) จะให้การรักษาโดยใช้ยากิน ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายกลุ่ม แล้วแต่แพทย์จะเลือกใช้ ถ้าใช้ยากินไม่ได้ผลก็จะพิจารณาใช้ยาฉีด ที่นิยมในปัจจุบันคือ การฉีด botulinum toxin บริเวณที่มีอาการ เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งได้ผลดีมาก ประมาณ 95% ของผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น โดยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2-3 เดือน ก็จะต้องฉีดซ้ำ แต่บางคน

อาจอยู่ได้ 6-9 เดือน ผลข้างเคียงพบได้บ้าง แต่เป็นอยู่ชั่วคราวจะหายไปเองได้ เช่น หนังตาตก ตาปิดไม่สนิท หนังตาม้วนเข้าในหรือม้วนออกนอก มองเห็นภาพซ้อน เป็นต้น  ถ้าใช้ยาฉีดไม่ได้ผลถึงจะใช้วิธีผ่าตัด เป็นการผ่าตัดเอากล้ามเนื้อหนังตาออก ( myectomy ) ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้มากกว่าการผ่าตัดเส้นประสาท ( neurectomy ) ที่พบภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าตากระตุกมาจากอาการเกร็งที่ผิดปกติของดวงตา ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาดังต่อไปนี้:

  • การฉีดโบท็อกซ์ (botulinum toxin) ถือว่าการรักษาที่ดีที่สุด การฉีดยาทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมเปลือกตาอ่อนลง ช่วยบรรเทาอาการกระตุก ผลของโบท็อกซ์มักจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน จากนั้นต้องทำซ้ำ
  • ยารับประทาน: หากการฉีดโบท็อกซ์ไม่ช่วยบรรเทาอาการแพทย์อาจสั่งจ่ายยาที่ช่วยยับยั้งสัญญาณจากสมองที่มากเกินไป
  • การผ่าตัด: ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดเมื่อไม่ตอบสนองต่อต่อวิธีการรักษาที่ได้กล่าวมา

ตากระตุกจากโรคใบหน้าครึ่งซีกกระตุก (Hemifacial spasm)

โรคใบหน้าครึ่งซีกกระตุก (Hemifacial spasm) ไม่สามารถวินิจฉัยได้ด้วยการทดสอบเพียงครั้งเดียว และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีการรักษาที่พบบ่อยที่สุดคือ:

  • การฉีดโบท็อกซ์: นี่เป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อยที่สุดและได้ผลดีสำหรับการบรรเทาอาการกระตุกที่ใบหน้า
  • การผ่าตัด: การผ่าตัดเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สำหรับอาการใบหน้าครึ่งซีกกระตุก โดยจะทำการผ่าตัดนำฟองน้ำขนาดเล็กไปฝังไว้ข้างเส้นประสาทใบหน้า เพื่อรองรับเส้นเลือดที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง

การบาดเจ็บทาง หรือการระคายเคืองต่อดวงตามักไม่ร้ายแรง วิธีการรักษาสามารถใช้ครีม ยาปฏิชีวนะ และสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบ หรือการผ่าตัดเล็กน้อยในการแก้ไขการพับของเปลือกตา

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา 

ความคิดเห็นล่าสุด