I admire the valuable data you offer inside your content. Ill bookmark your weblog and also have my youngsters verify up right here frequently. Im very certain theyll learn a lot of new things right here than anyone else!
กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นโรคทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นได้ยาก อาการของโรคคือ กล้ามเนื้อจะมีอาการเหนื่อยง่ายและอ่อนแอ เนื่องจากเส้นประสาทมีการกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ จัดว่าเป็นโรคภูมิต้านทานตัวเอง
วิธีการรักษาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
ยังไม่มีการรักษาที่ชัดเจน แต่สามารถควบคุมได้โดยการใช้ยาเพื่อกดภูมิคุ้มกันหรือยากลุ่ม cholinesterase inhibitors
ผู้ป่วยส่วนนมากพบว่า เมื่อได้รับการรักษาและนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้
ยาที่ใช้ในการรักษา :
- Cholinesterase inhibitors: ช่วยปรับปรุงการสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ใช้ได้ดีในผู้ป่วยที่อยู่ในระยะต้น
- สารสเตียรอยด์ เช่น prednisolone หรือ สารกดภูมิคุ้มกัน เช่น azathioprine จะเปลี่ยนแปลงระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเพื่อให้ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ ทำให้มีอาการน้อยลง
โดนปกติแล้ว การรักษาด้วยสเตียรอยด์จะใช้เวลาประมาณ 4สัปดาห์ถึงจะเห็นผล แต่การใช้ยา Azathioprine อาจใช้เวลา 3-6 เดือน แต่จะทำให้อาการลดลงและหายขาดได้
ในกรณีที่เป็นเนื้องอก จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้องอกต่อมไทมัสออก
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต สามารถเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลได้ด้วยวิธีการฟอกพลาสมา หรืออิมมูโนโกลบูลิน
การฟอกพลาสมา คือการทำนำพลาสมาที่ไม่ดีออกจากร่างกายโดยที่จะไม่มีการทำลายเม็ดเลือด หลังจากนั้นจะส่งเม็ดเลือดดีกลับเข้าสู่ร่างกาย
การรักษาด้วยอิมมูโนโกลบูลิน คือการฉีดยาเข้าไปในตัวผู้ป่วยที่มีแอติบอดี้ปกติ เพื่อเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
การรักษาเหล่านี้ได้ผลดีและรวดเร็ว แต่จะอยู่ได้เพี่ยงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น จัดเป็นการรักษาระยะสั้น
อาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาการของโรคจะมีความแตกต่างกันไป ในบางคนอาจะเป็นเฉพาะกล้ามเนื้อตา บางคนอาจจะกระทบกล้าเนื้อส่วนอื่น หรือแม้แต่กล้ามเนื้อที่ควบคุมการหายใจ
อาการที่พบได้บ่อยคือ การอ่อนเพลีย
เปลือกตาหลบในทั้งสองข้าง หรือ การมองเห็นภาพซ้อน เป็นสัญญาณเริ่มต้นของผู้ป่วย 2 ใน 3 คน และอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสายตาเรียกว่า กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
1 ใน 6 ของผู้ป่วย ได้รับผลกระทบที่คอและกล้ามเนื้อบนใบหน้าเป็นอันดับแรก
อาจรวมไปถึงปัญหาเหล่านี้ด้วย :
- การพูด อาจพูดออกมาเบากว่าปกติหรือขึ้นจมูก
- การกลืน อาจจะมีอาการสำลักได้ง่ายและกลืนได้ยากขึ้น ในการดื่มของเหลวก็อาจไหลออกมาทางจมูกได้
- การเคี้ยว กล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาจจะอ่อนแรงลงในระหว่างมื้ออาหาร ถ้ารักประทานอาหารที่เคี้ยวยากหรือแข็งเช่น สเต็ก
- การแสดงออกทางสีหน้า อาจะมีรอยยิ้มที่ผิดปกติ หรือกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนอื่นได้รับผลกระทบ
แขนขาอ่อนแรง เป็นสัญญาณแรกของผู้ป่วยถึง 10% กล้ามเนื้อแขนและขาที่อ่อนแรง อาจส่งผลต่อกิจกรรมต่างๆ การยกของ หรือการเดิน
เมื่อกล้ามเนื้อขาและแขนได้รับผลกระทบ กล้ามเนื้ออื่นๆก็จะเริ่มได้รับผลกระทบไปด้วยเช่น ลำคอ ตา และใบหน้า
ผู้ป่วยจะมีอาการแย่ลงในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ แต่เมื่อได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอก็จะมีอาการดีขึ้น
สาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นโรคที่เกิดจากการภูมิแพ้ตัวเอง ภูมิต้านทานที่ผิดปกติจะเกิดขึ้น เมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำลายเนื้อเยื่อในร่างกาย
ระบบภูมิคุ้มกันได้รับการออกแบบมา เพื่อคนหาและทำลายสิ่งผิดปกติ เช่น แบคทีเรีย สารพิษหรือไวรัส ในคนที่เป็นโรคภูมแพ้ตัวเอง แอนติบอดี้จะไหลเวียนในเบือดและเข้าจัดการกับเซลล์และเนื้อเยื่อที่ไม่สมบูรณ์
ในกรณีของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แอนติบอดี้จะปิดกั้นหรือทำลายเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้กลามเนื้อมีเส้นใยน้อบลง ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้อย่างถูกต้อง จึงเหนื่อยง่ายและอ่อนแอ
ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคนี้ แต่สังเกตได้ว่า ต่อมไทมัสบริเวณอกส่วนบนจะมีบทบาทสำคัญในการเกิดโรค
ต่อมไทมัสที่มีขนาดใหญ่ในวัยทารกจะเจริญเติบโตไปจนถึงช่วงวัยรุ่น หลังจากนั้นจะมีขนาดเล็กลงและถูกแทนที่ด้วยไขมัน ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงส่วนมาก จะมีต่อมไทมัสที่ใหญ่กว่าปกติ และ 1 ใน 10 ของผู้ป่วยเป็นโรคเนื้องอกที่ต่อมไทมัส
ยาหรือไวรัสบางชนิด อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ยาที่อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงมีดังนี้ beta blockers, calcium channel blocker, quinine และยาปฏิชีวนะบางประเภท
พันธุกรรมก็มีความสำคัญเช่นกัน
หากผู้ป่วยมีความเครียด เจ็บป่วย เหนื่อยง่ายหรือมีไข้สูง ก็อาจทำให้มีอาการแย่ลงได้ด้วยเช่นกัน
อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงในทารกแรกเกิด อาจเกิดขึ้นได้หากได้รับแอนติบอดี้จากแม่ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่อาการมักจะหายไปภายใน 2-3 เดือน แต่โรคเกล้าเนื้ออ่อนแรงจะพบได้น้อยในทารกและเด็ก
นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา
- https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/myasthenia-gravis/symptoms-causes/syc-20352036
- https://www.ninds.nih.gov/disorders/patient-caregiver-education/fact-sheets/myasthenia-gravis-fact-sheet
- https://www.healthline.com/health/myasthenia-gravis
- https://medlineplus.gov/myastheniagravis.html
ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรไทยเป็นพิเศษ โดยปัจจุบันเป็นผู้เขียนหลักของ Club of Thai Health มีงานอดิเรก คือการปลูกสมุนไพรไทย และเพาะพันธุ์พืชหายาก
Leave a Reply
Thank you for another excellent write-up. Exactly where else could anybody get that type of facts in such a ideal way of writing? I have a presentation next week, and Im on the look for such information and facts.