บทความสุขภาพ
น้ำร้อนลวก (Scalding) : สาเหตุ อาการ การรักษา

น้ำร้อนลวก (Scalding) : สาเหตุ อาการ การรักษา

15.02
3
0

น้ำร้อนลวก (Scalding) มักทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนเฉียบพลัน หากน้ำร้อนลวกลงบนผิวหนัง หรือตำแหน่งอื่นๆ ของร่างกาย ความเจ็บปวดจะอยู่ได้นานขึ้นหากโดนเป็นบริเวณกว้าง

แผลน้ำร้อนลวก เกิดจากน้ำร้อนลวกบนผิวหนัง นอกจากนี้ไอน้ำร้อน ๆ ยังสามารถทำให้ผิวหนังเกิดภาวะคล้ายน้ำร้อนลวกได้อีกด้วย

การดูแลรักษาแผลน้ำร้อนลวกที่ถูกวิธีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

การรักษาและการดูแลแผลน้ำร้อนลวกด้วยตัวเอง

หากถูกน้ำร้อนลวก วิธีรักษาแผลน้ำร้อนลวกโดยใช้น้ำเย็นล้างบริเวณที่เป็นแผลน้ำร้อนลวกอย่างน้อย 10 นาที จะช่วยบรรเทาอาการน้ำร้อนลวกได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างทันท่วงทีสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้เช่นกัน

หากถูกน้ำร้อนลวกให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ออกห่างจากน้ำร้อน หรือสิ่งที่ทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกโดยเร็ว หากน้ำร้อนโดนเสื้อผ้า ให้ถอดเสื้อผ้าออก ยกเว้นแต่ว่าน้ำร้อนลวกผิวหนังอยู่แล้ว

  • ใช้น้ำเย็นล้างบริเวณที่เป็นแผลน้ำร้อนลวกอย่างน้อย 10 นาที

  • ห้ามทาน้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ลงบนแผลน้ำร้อนลวก

โทรหาเบอร์ฉุกเฉินทันที หากแผลน้ำร้อนลวกทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  • รู้สึกเจ็บปวดมาก

  • น้ำร้อนลวกผิวบริเวณกว้าง

  • ไม่รู้สึกเจ็บ แต่ผิวหนังเสียหายมาก

  • มีอาการรุนแรง

เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน แพทย์จะประเมินแผลน้ำร้อนลวก และพิจารณาว่าต้องรักษาหรือไม่ ผู้ที่มีแผลน้ำร้อนลวกอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หรือแพทย์อาจให้ของเหลวผ่านทางหลอดเลือดดำ และหากเกิดแผลน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรงการปลูกถ่ายผิวหนังสามารถซ่อมแซมบริเวณที่เสียหายได้

หากเกิดแผลน้ำร้อนลวกบนใบหน้า ควรรีบพบแพทย์ทันที รวมทั้งกรณีที่แผลน้ำร้อนลวกผิวมีริ้วสีแดง มีหนองไหล หรือมีอาการติดเชื้ออื่น ๆ แม้แผลน้ำร้อนลวกจะดูเล็กน้อยก็ตาม

ทั้งนี้การรักษาแผลน้ำร้อนลวกขนาดเล็กสามารถทำได้ที่บ้าน ต่อไปนี้ เป็นเคล็ดลับในการรักษาแผลน้ำร้อนลวกได้เองจากที่บ้าน

ทำให้แผลน้ำร้อนลวกชุ่มชื้นตลอดเวลา ด้วยโลชั่นสูตรน้ำ หรือว่านหางจระเข้จะใช้ได้ผลดี หลีกเลี่ยงการรักษาแบบอื่น เช่น ใช้ยาสีฟัน น้ำมันปรุงอาหาร หรือเนย ทาบริเวณแผลน้ำร้อนลวก

รักษาความสะอาดของแผลน้ำร้อนลวกเสมอ ค่อย ๆ ล้างแผลน้ำร้อนลวกทุกวันด้วยสบู่อ่อน ๆ และน้ำเย็น

Scalding

สาเหตุของแผลน้ำร้อนลวก

อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกส่วนมากเกิดจากการปรุงอาหาร

โดยอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกมักเกิดขึ้นได้บ่อย สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวก ได้แก่

  • ทำน้ำเดือดหกใส่ ขณะที่กำลังเทกาแฟหรือชา

  • ลืมว่ากาต้มน้ำ หรือหม้อมีน้ำเดือดอยู่

  • เล่นใกล้เตาไฟ หรือน้ำร้อน

บางครั้งแผลน้ำร้อนลวกสามารถเกิดขึ้นโดยตั้งใจทำ เช่น การทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยการเท หรือสาดน้ำร้อนใส่ แผลน้ำร้อนลวกที่ทำอย่างตั้งใจนี้เป็นอันตรายมาก เพราะแผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่

โดยปกติแล้ว น้ำเดือดมักจะทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกรุนแรงกว่าน้ำร้อนนอกจากอุณหภูมิของน้ำแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายประการที่สามารถบอกถึงความรุนแรงได้

  • น้ำเดือดสัมผัสผิวหนังนานแค่ไหน

  • ผิวสัมผัสกับน้ำในปริมาณมากแค่ไหน

  • ทำให้ผิวเย็นลงได้เร็วแค่ไหนหลังจากโดนน้ำร้อนลวก

อาการของแผลน้ำร้อนลวก

อาการแรกของแผลน้ำร้อนลวก คือ มีอาการเจ็บปวดเฉียบพลัน อย่างไรก็ตาม แผลน้ำร้อนลวกระดับที่สาม หรือแผลน้ำร้อนลวกเต็มที่จะทำลายเส้นประสาทใต้ผิวหนัง และอาจไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย

แผลน้ำร้อนลวกระดับแรก

แผลน้ำร้อนลวกระดับแรก หรือแผลน้ำร้อนลวกแบบผิวเผินนั้นจะทำให้เกิดแผลค่อนข้างเล็ก เนื่องจากมีเพียงบางส่วนของผิวหนังชั้นแรก ที่เรียกว่า หนังกำพร้าเท่านั้นที่ถูกทำลาย

แผลน้ำร้อนลวกแบบผิวเผินเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือดกระเด็นใส่เล็กน้อย เช่น ในขณะที่กำลังปรุงอาหาร หรือเมื่อน้ำเดือดสัมผัสผิวหนังแบบกะทันหัน และเพียงไม่นาน

อาการของแผลน้ำร้อนลวกระดับแรก ได้แก่

  • ปวดเฉียบพลัน และอาจปวดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง

  • ผิวเป็นสีชมพู หรือแดง

  • ผิวลอกออก เมื่อแผลน้ำร้อนลวกหายแล้ว

  • ผิวแห้ง

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 2

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 2 จะทำลายผิวหนังชั้นนอก และชั้นบนสุดของผิวหนังชั้นที่ 2 ที่เรียกว่า ผิวหนังชั้นหนังแท้ ซึ่งแผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้จะรุนแรงกว่าแผลน้ำร้อนลวกระยะแรกมาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อน้ำเดือดสัมผัสผิวหนังเป็นระยะเวลานาน

อาการแผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 2 ได้แก่

  • มีอาการปวดหลายวัน หรือหลายสัปดาห์ติดต่อกัน

  • แผลชุ่มน้ำ และชื้น

  • เกิดเป็นแผลพุพอง (Impetigo)

  • ผิวมีสีแดง ชมพู หรือขาวใต้แผลพุพอง

แผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้0tใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ในบางกรณีจำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายผิวหนัง เพื่อรักษาแผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้ แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 2 จะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ สามารถหายไปเอง แต่ใช้เวลาหลายปี

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 3

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่สาม หรือลวกแบบเต็มที่ เป็นแผลน้ำร้อนลวกประเภทที่ร้ายแรงที่สุด เนื่องจากน้ำร้อนลวกทุกชั้นผิว

ทั้งนี้แผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง และอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษา การแช่ในน้ำเดือดเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดแผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 3 ได้

อาการของแผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้ ได้แก่

  • ไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือความเจ็บปวดหายไปอย่างรวดเร็ว

  • มีอาการแสดงของความเจ็บป่วย เช่น มีไข้และรู้สึกเหนื่อยง่าย

  • มีผิวหนังที่เสียหายหรือถูกทำลายเป็นอย่างมาก

  • ผิวมีสีขาว ชมพู หรือแดง

  • บางบริเวณมีสีเทาหรือดำ

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 3 จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ผู้ทีมีแผลน้ำร้อนลวกประเภทนี้อาจต้องปลูกถ่ายผิวหนัง เข้ารับการผ่าตัด ใช้ยาปฏิชีวนะ หรือทั้งหมดร่วมกัน

การรักษาและผลข้างเคียง

แผลน้ำร้อนลวกระดับแรกมักหายเองได้ด้วยการรักษาที่บ้าน และด้วยวิธีปฐมพยาบาลน้ำร้อนลวกที่เหมาะสม

แผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 2 ที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกาย และแผลน้ำร้อนลวกระดับที่ 3 จะต้องได้รับการประเมินและการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้ แผลน้ำร้อนลวกทั้ง 2 ประเภทอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนในการฟื้นตัว

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากแผลน้ำร้อนลวกรุนแรง ได้แก่

  • เกิดอาการบวม

  • เกิดแผลเป็นใหญ่และลึก

  • สูญเสียของเหลวในร่างกาย เมื่อพื้นผิวบริเวณกว้างของร่างกายได้รับความเสียหาย และอาจถึงแก่ชีวิตได้

  • เกิดการติดเชื้อที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือด และรุนแรง ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด

หากผู้ที่มีแผลน้ำร้อนลวกเกิดอาการป่วยหนักหลังจากถูกน้ำร้อนลวก หรือแผลน้ำร้อนลวกครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของร่างกาย ให้รีบพบแพทย์ทันที แม้ว่าแผลน้ำร้อนลวกนั้นจะดูไม่ร้ายแรง หรือผู้ที่มีแผลน้ำร้อนลวกไม่รู้สึกเจ็บปวดก็ตาม

หากเกิดแผลน้ำร้อนลวกในทารกและเด็ก ให้พาไปพบแพทย์ทันที

การป้องกันแผลน้ำร้อนลวก

เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำร้อนลวกในระหว่างอาบน้ำ ให้ลองลดอุณหภูมิของเครื่องทำน้ำอุ่นลง

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดแผลน้ำร้อนลวก ให้ทำสิ่งต่อไปนี้

  • ให้วางภาชนะต้มน้ำ และต้มของเหลวต่าง ๆ ไว้ด้านในของเตา ซึ่งมีโอกาสน้อยที่น้ำเดือดจะกระเด็น หรือหกใส่ วางหม้อและกระทะที่ต้มน้ำมีโอกาสถูกกระแทกให้ตก หรือคว่ำน้อยลง

  • วางเครื่องดื่มร้อนไว้ที่ปลายสุดของเคาน์เตอร์ หรือโต๊ะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการหก

  • ปิดเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดแผลน้ำร้อนลวกระหว่างอาบน้ำ

  • สอนเด็ก ๆ ว่าอย่าสาดน้ำร้อนใส่กัน แม้แต่จะล้อกันเล่นก็ห้ามทำ

  • ให้คิดเสมอว่า หม้อ กาต้มน้ำ และเครื่องครัวต่าง ๆ นั้นร้อนอยู่แล้ว หลังจากใช้งานบนเตา แม้ว่าจะปิดเตาแล้วก็ตาม น้ำเดือดอาจใช้เวลานานในการทำให้เย็น เช่น เดียวกับเตาทำกับข้าว แม้ว่าจะปิดสวิทช์แล้วก็ตาม ก็ให้ถือว่าเตายังร้อนอยู่

  • ปิดฝาภาชนะที่มีน้ำเดือด เพื่อป้องกันน้ำเดือดกระเด็น

สรุป

แผลน้ำร้อนลวกเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ จากอุบัติเหตุ ซึ่งแม้แต่แผลน้ำร้อนลวกเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้นานหลายชั่วโมง หรือหลายวัน

ใช้น้ำเย็นล้างบริเวณที่เป็นแผลน้ำร้อนลวกอย่างน้อย 10 นาที เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ผิวหนังเย็นลง และบรรเทาอาการปวด

การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และหากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แม้ในกรณีที่เกิดแผลน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรง ก็สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดแผลน้ำร้อนลวกคนนั้นได้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *