บทความสุขภาพ
ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

03.10
403
0

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) เป็นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่เข้าสู่กระแสเลือด โดยมีความรุนแรง ที่นำไปสู่ภาวะอวัยวะภายในล้มเหลวและอันตรายถึงชีวิตได้

อาการติดเชื้อในกระแสเลือด

หากสงสัยว่าติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด สิ่งที่ควรทำคือ :

  • อย่าพยายามทำการวินิจฉัยด้วยตนเอง
  • รีบเข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
  • อาการอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอื่นๆ 

อาการของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหลังจากการติดเชื้อที่ไม่ดี ค่อนข้างละเอียดอ่อน และอาจเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะร้ายแรงอื่น ๆ อย่างไรก็ตามภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดมักเกิดกับผู้ที่มีการติดเชื้อมาก่อนหน้านี้

การติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดทำให้เกิด :

  • ไข้สูง อาจจะหนาวสั่น
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • หายใจเร็ว
  • เหงื่อออกมาก

จำเป็นต้องรับการรักษาอย่างเร่งด่วน หากมีภาวะติดเชื้อในระยะสุดท้าย โดยมีอาการดังต่อไปนี้:

  • เวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม
  • ความตื่นตัวลดลง
  • พูดไม่ชัด
  • ท้องร่วง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง รู้สึกไม่สบายตัว
  • หายใจเร็ว
  • ปัสสาวะออกน้อย
  • ผิวหนังที่เย็นชื้น และซีด หรือเปลี่ยนสี
  • ซีดที่ปลายแขนเป็นสัญญาณว่ามีเลือดไปเลี้ยงไม่ดี (เลือดไหลเวียนไม่ดี)
  • หมดสติ

ผู้สูงอายุ และเด็กอายุน้อยมากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด โดยเฉพาะหลังจากการติดเชื้อและยังเป็นผู้มีความเสี่ยงที่ภาวะติดเชื้อจะแย่ลง

เมื่อเข้ารับการช่วยเหลือจากแพทย์สิ่งที่ควรจะบอกแพทย์คือ การเข้ารับการรักษาหรือการผ่าตัดก่อนหน้า เพื่อให้แพทย์ทราบถึงความเป็นไปในการติดเชื้อในกระแสเลือด

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเกิดจากอะไร?

การติดเชื้อในร่างกายใด ๆ สามารถทำให้เกิดภาวะนี้ได้และเชื้อที่ติดในกระแสเลือดส่วนใหญ่คือ เชื้อแบคทีเรีย อวัยวะที่มีความอ่อนแอต่อการติดเชื้อเป็นพิเศษคือ ปอด ช่องท้อง และทางเดินปัสสาวะ

การวิจัยแสดงให้เห็นว่าภาวะติดเชื้อก็สามารถเกิดจากเชื้อราได้เช่นกัน

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากอายุมากขึ้นและมีผลต่อภูมิคุ้มกันให้ลดลง และโอกาสในการเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดยังเพิ่มขึ้นหลังการผ่าตัดอีกด้วย

การรักษาภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ยาปฏิชีวนะช่วยได้ในการรักษาระยะแรกของอาการ แต่แพทย์จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่พบในระยะหลังจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ด้วยวิธีการรักษาดังต่อไปนี้:

  • การให้ของเหลวทางหลอดเลือดดำ
  • Vasopressors
  • การฟอกไต
  • เครื่องสนับสนุนการรักษาอื่นๆ ตามความจำเป็น

ในกรณีติดเชื้อรุนแรงอาจต้องผ่าตัด สิ่งนี้มักเกี่ยวข้องกับการกำจัดเนื้อเยื่อที่การติดเชื้อได้รับความเสียหาย

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

  • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
  • อาการของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดวินิจฉัยได้ยาก และอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคร้ายแรงอื่น ๆ
  • การรักษาอย่างฉุกเฉินเป็นกุญแจสำคัญในการรอดชีวิตจากภาวะติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นความผิดปกติที่เกิดในภูมิต้านทานของร่างกายเรา โดยมีสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดที่เรียกว่า ภาวะโลหิตเป็นพิษ 

ภาวะโลหิตเป็นพิษนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด:

  • สารพิษถูกปล่อยออกมาจากแบคทีเรียทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ
  • ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองต่อการอักเสบจากสารพิษ เราเรียกว่าภาวะนี้ว่า ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยติดเชื้อในกระแสเลือดมากกว่า 50,000 คนต่อปี โดยทั่วไปอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส การผ่าตัด ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเด็ก ทารกแรกเกิด หรือการใส่อุปกรณ์ต่างๆเข้าสู่ร่างกาย มีโอกาสติดเชื้อในกระแสเลือดสูง

ทั้งนี้เมื่อเกิดการติดเชื้อสามารถกระจายไปทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิในร่างกายไม่สม่ำ เสมอ ระบบการเดินหายใจแย่ลง และผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อในกระแสเลือดดังกล่าว มักนำไปสู่ภาวะการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว หมดสติ และอาจทำให้เสียชีวิตได้

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *