Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อาการของโรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis) คือการไอ มีเสียงหวีดและหายใจลำบาก นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบยังมีปัญหาในการสั่งน้ำมูกหรือไอเพื่อเอาเสมหะออกจากทางเดินหายใจ  

โรคหลอดลมอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง โดยปกติโรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันมักเกิดขึ้นและหายไปเองได้ส่วนอาการหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังเป็นอาการที่เกิดขึ้นยาวนานเเละไม่สามารถหายไปเองได้ ทั้งนี้การเลิกสูบบุหรี่สามารช่วยป้องกันโรคหลอดลมอักเสบได้  

ในบทความนี้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสาดหตุและอาการรวมไปถึงการรักษาและการป้องกันโรคหลอดลมอักเสบ 

อาการโรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ถ้าเป็นชนิดเฉียบพลันเมื่อผู้ป่วยมีอาการหลอดลมอักเสบเฉียบพลันอาการนี้สามารถหายไปได้เอง แต่ถ้าเป็นโรคหลอดอักเสบชนิดเรื้อรังผู้ป่วยจะมีอาการของโรคที่ยาวนานและถาวรซึ่งบางครั้งอาจจะมีอาการดีขึ้นหรือแย่ลงได้ 

สัญญาณเตือนและอาการของโรคหลอดลมอักเสบทั้งชนิดเฉียบพลันเเละเรื้อรัง 

  • มีอาการไออย่างรุนเเรงซึ่งอาจมีเสมหะด้วย 
  • มีเสียงหวีดขณะหายใจ
  • มีไข้ต่ำและมีอาการหนาวสั่น
  • รู้สึกแน่นที่หน้าอก
  • มีอาการเจ็บคอ
  • มีอาการปวดเมื่อยร่างกาย
  • หายใจลำบาก 
  • มีอาการปวดหัว
  • มีอาการคัดจมูกและเกิดโพรงจมูกอักเสบ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบอาจมีอาการไอเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเเม้แต่หลายเดือนได้เพราะหลอดลมที่อักเสบต้องใช้เวลานานในการรักษาตัวเอง 

อาการของโรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังสามารถเกิดการลุกลามได้เป็นปกติ โดยส่วนใหญ่เเล้วอาการของโรคนี้มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว 

อย่างไรก็ตามโรคหลอดลมอักเสบเพียงอย่างเดียวไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไอ บางครั้งอาการไออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหอบหืด โรคปอดบวมหรืออาการของโรคอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่มีอาการไออย่างรุนเเรงและเป็นเวลานานควรไปพบเเพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรค 

สาเหตุของอาการไอคืออะไร ค้นหาสาเหตุของอาการไอได้ที่นี่

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน

โรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันมีอาการของโรคเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งซึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยปกติเเล้วอาการที่เกิดขึ้นมักมีรูปแบบที่คล้ายกันซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากไวรัสเช่นโรคไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่และอาจมีสาเหตุมาจากไวรัสชนิดเดียวกัน 

ผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันมีอาการดังต่อไปนี้  

  • มีอาการไอทั้งแบบมีเสมหะเเละไม่มีเสมหะ
  • มีอาการเจ็บที่หน้าอก
  • มีไข้
  • มีอาการปวดหัวปานกลางและมีอาการป่วยเมื่อยร่างกาย
  • หายใจแบบสั้นๆ

ซึ่งโดยปกติอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรังมีอาการเหมือนกับหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันแต่เป็นโรคที่ทำให้มีอาการเจ็บป่วยต่อเนื่อง 

หนึ่งในคำจำกัดที่ทำให้สามารถระบุได้ว่าบุคคลนั้นเป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังคือการที่บุคคลดังกล่าวมีอาการของโรคเกิดขึ้นทุกวันซึ่งเป็นผู้ที่มีอาการไอเป็นเวลาอย่างน้อย2 – 3 เดือนต่อปี

ข้อมูลจากสถาบันควบคุมโรคเเละการป้องกันโรค(CDC) ได้ให้ข้อมูว่าผู้ที่เป็นโรคถุงลมโปงพองร่วมกับโรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันควรได้รับการวินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่อันตรายและเป็นภัยคุกคามต่อชีวิต

การรักษาโรคหลอดลมอักเสบ

แพทย์จะเเนะนำให้ผู้ที่มีอาการหลอดลมอักเสบปฏิบัติตัวตามวิธีดังต่อไปนี้ 

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้มากๆ
  • ซื้อยามาทานเองได้เช่นยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) 

การซื้อยามาทานเอง (OTC) สามารถช่วยบรรเทาอาการไอเเละอาการเจ็บปวกอื่นๆที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอาการของโรคหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลันจะหายไปเองโดยไม่จำเป็นเข้ารับการรักษาจากแพทย์

สำหรับโรคหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลันอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษาสักพักหนึ่ง อย่างไรก็ตามอาการของโรคนี้สามารถกลับมาเกิดขึ้นได้อีกครั้งหรือมีอาการรุนเเรงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่

วิธีการรักษาที่สามารถช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบได้แก่ 

การใช้ยาแก้ไอ

อาการไอเป็นกลไกของร่างกายที่เกิดขึ้นเพื่อขับเสมหะในหลอดลมออกจากร่างกาย แต่ทั้งนี้การใช้ยาแก้ไอสามารถช่วยบรรเทาอาการไอที่เกิดขึ้นในตอนกลางคืนได้ 

การทานน้ำผึ้ง

การทานน้ำผึ้งปริมาณ 2 ช้อนสามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้เป็นอย่างดี 

การใช้เครื่องช่วยทำความชื้นในอากาศ 

การใช้เครื่องทำความชื้นนี้สามารถช่วยทำให้เกิดน้ำมูกหรือเสมหะลดลง ช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศรวมไปถึงช่วยบรรเทาอาการเสียงหวีดได้เป็นอย่างดี 

ยาพ่นขยายหลอดลม 

การใช้ยาพ่นเพื่อขยายหลอดลมนี้สามารถช่วยทำให้หลอดลมขยายขึ้นและช่วยละลายเสมหะที่อยู่ในหลอดลม 

ยาขับเสมหะ 

ยาขับเสมหะใช้เพื่อละลายเสมหะที่อยู่ในหลอดลมมีความเข้มข้นน้อยลงเพื่อทำให้สามารถกำจัดเสมหะออกมาด้วยการไอได้ 

ยารักษาหลอดลมอักเสบเช่น ยาแก้อักเสบและยาสเตียรอยด์ 

การใช้ยาทั้งสองชนิดนี้สามารถช่วยลดการติดเชื้อที่ทำลายเนื้อเยื่อได้ 

การบําบัดด้วยออกซิเจน

ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบรุนเเรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อทำให้หายใจได้ง่ายขึ้น

การใช้ยาปฏิชีวนะ

ถ้าหากโรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะแก่คนไข้เนื่องจากการใช้ยาปฏิชีวนะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อขั้นที่สองได้ แต่อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาทั้งสองชนิดนี้ไม่เหมาะสมกับสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากไวรัส

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ให้ยาปฏิชีวนะกับผู้ป่วยนอกจากสามารถระบุได้ว่าผู้ป่วยได้รับการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ซึ่งหนึ่งในเหตุผลที่แพทย์ควรใช้ยาปฏิชีวนะอย่างระมัดระวังเพราะว่าการใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไปทำให้การรักษาการติดเชื้อในระยะยาวทำได้ยากมากยิ่งขึ้น

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด