บทความสุขภาพ
ถุงในน้ำรังไข่ (Ovarian Cysts) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ถุงในน้ำรังไข่ (Ovarian Cysts) : อาการ สาเหตุ การรักษา

25.03
43
0

ซิสต์ที่รังไข่ หรือ ถุงน้ำในรังไข่ (Ovarian Cyst) เกิดขึ้นจากการสะสมของของเหลวในเยื่อหุ้มบาง ๆ ที่เกิดขึ้นในรังไข่ ขนาดมีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าผลส้ม

ซิสต์เป็นถุงที่มีโครงสร้างแบบปิด ซึ่งมีเยื่อหุ้มล้อมรอบ มันคือถุงน้ำที่มีความผิดปกติ ลักษณะคล้าย ๆ กับถุงหนอง ข้างในอาจมี ของเหลว แก๊ส หรือ ของแข็งเล็ก ๆ อยู่ข้างใน รอบ ๆ ซิสต์จะมีผนังซิสต์ (cyst wall)ล้อมไว้อยู่

ซิสต์นั้นแตกต่างจากฝีตรงที่มันไม่ได้มีน้ำหนองอยู่ภายใน

ส่วนมากแล้ว ถุงน้ำในรังไข่จะเล็กและไม่เป็นอันตราย พบมากสุดในช่วงวัยเจริญพันธุ์ และสามารถหายไปเมื่อไหร่ก็ได้

ปกติแล้วจะไม่มีอาการ หรือสัญญาณต่าง ๆ แต่บางครั้งซิสต์รังไข่นี้อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและมีเลือดออกได้ หากซิสต์มีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร อาจต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาออก

สาเหตุของถุงน้ำในรังไข่

ซิสต์ในรังไข่นั้นมีอยู่  2 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้:

  • ซิสต์ชนิดที่ไม่เป็นอันตราย (Functional ovarian cysts) เป็นชนิดที่พบได้บ่อย ซิสต์ชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งในวงจรการมีรอบเดือนของผู้หญิงและเกิดขึ้นแค่เพียงช่วงสั้น ๆ

  • ถุงน้ำในรังไข่ที่เป็นเนื้องอก (Pathological cysts) ซิสต์เหล่านี้เกิดขึ้นในรังไข่ อาจไม่เป็นอันตรายหรือเป็นมะเร็ง

สาเหตุของซิสต์ทั้งสองชนิดนั้นต่างกัน ดังนี้:

ซิสต์ชนิดที่ไม่เป็นอันตราย Functional ovarian cysts

ซิสต์ที่ไม่เป็นอันตรายมี 2 ชนิด คือ:

1) ซิสต์ถุงไข่ (Follicular cysts)

ซิสต์ฟองไข่เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้หญิงมีรังไข่สองรัง ไข่ที่เจริญแล้วจะเคลื่อนที่จากรังไข่ไปสู่มดลูก ไข่ถูกสร้างขึ้นในถุงไข่ ซึ่งมีของเหลวอยู่เพื่อที่จะปกป้องไข่ที่กำลังเจริญเติบโต เมื่อไข่ถูกปล่อยออกมาแล้ว ถุงไข่นั้นจะสลายไป

ในบางกรณี ถุงไข่ไม่กำจัดของเหลวและฝ่อไปหลังจากที่ไข่ถูกปล่อยออกไปแล้ว หรือไม่ปล่อยไข่ออกไป ถุงไข่ก็จะบวมขึ้นและเต็มไปด้วยของเหลว กลายเป็นซีสต์ฟองไข่

ซิสต์ลูกนึงสามารถเกิดขึ้นได้ และหายไปเองในไม่กี่สัปดาห์

2) ซิสต์ถุงน้ำรังไข่ลูเทียม (Luteal ovarian cysts)

ซิสต์ชนิดนี้พบได้ไม่บ่อย หลังจากที่ไข่ถูกปล่อยแล้ว จะมีเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่ เรียกว่า คอร์ปัสลูเทียม ซิสต์ลูเทียมเกิดขึ้นจากการที่คอร์ปัสลูเทียมเต็มไปด้วยเลือด ปกติซิตส์ชนิดนี้จะหายไปในเวลาไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตาม การแตกของมันอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและเลือดออกภายใน

ซิสต์ที่เป็นอันตราย (Pathological cysts)

ซิสต์ที่เป็นอันตรายมี  2 ชนิด คือ:

1) เดอร์มอยด์ซิสต์ (cystic teratomas)

เดอร์มอยด์ซิสต์นั้นปกติแล้วเป็นเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตราย มันเกิดขึ้นจากเซลล์ที่สร้างไข่ ซิสต์ชนิดนี้ต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาออก พบมากที่สุดในกลุ่มผู้หญิงอายุต่ำกว่า  30 ปี

2) ซิสต์ตาดีโนมา

ซิสต์ชนิดนี้เกิดขึ้นจากเซลล์ที่เป็นเยื่อหุ้มของรังไข่ บางอันอาจจะมีสารคล้ายเมือกเหนียว ในขณะที่บางอันอาจมีน้ำข้างใน

แทนที่จะเกิดขึ้นในรังไข่ ซิสต์ตาดีโนมามักจะเจริญนอกรังไข่ และทำให้มันมีขนาดใหญ่ ไม่ค่อยพบว่าซิสต์ชนิดนี้เป็นมะเร็ง แต่มันต้องถูกผ่าตัดออก

ซิสต์ตาดีโนมามักเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปี

สัญญาณและการรักษา

ซิสต์มักจะไม่แสดงอาการ หรือหากมีอาการ ก็ไม่ได้ทำให้วินิจฉัยได้ว่าเป็นซิสต์ในรังไข่ เนื่องจากมีอาการคล้ายโรคอื่น เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis)

อาการต่าง ๆ อาจมีดังนี้:

  • ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ อาจน้อย หรือมากกว่าที่เคยเป็น

  • ปวดกระดูกเชิงกราน: อาจปวดอย่างต่อเนื่องหรือปวดเป็นพัก ๆ ลามไปถึงหลีงล่าง และต้นขา อาจมีอาการแค่ตอนวันที่เริ่มมีประจำเดือน หรือวันที่ประจำเดือนหาย

  • ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์: การปวดอาจเกิดขึ้นระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกปวดท้องหรือไม่สบายท้องหลังมีเพศสัมพันธ์

  • มีปัญหาการขับถ่าย: ปวดเวลาขับถ่าย หรือถ่ายหลายครั้ง

  • มีปัญหาที่ท้อง: ท้องอาจจะบวม หรือรู้สึกหนัก

  • มีปัญหาการปัสสาวะ: ต้องการปัสสาวะบ่อย

  • ฮอร์โมนไม่ปกติ: ร่างกายผลิตฮอร์โมนเยอะเกินไป ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหน้าอกและขนในร่างกาย แต่พบไม่มาก

อาการบางอย่างอาจเหมือนกับอาการตั้งครรภ์ เช่น คัดเต้านมและคลื่นไส้

การรักษาถุงน้ำรังไข่

การรักษาจะขึ้นอยู่กับ:

  • อายุของผู้ป่วย

  • เป็นสตรีวัยทองหรือไม่

  • ขนาดและรูปร่างของซีสต์

  • มีอาการหรือไม่

การเฝ้าสังเกต

บางครั้งแพทย์อาจแนะนำให้เฝ้าดูอาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซิสต์มีขนาดเล็ก ซิสต์ที่ไม่เป็นอันตราย (2-5 เซนติเมตร) และผู้ป่วยยังไม่เข้าสู่วัยทอง

ใช้การตรวจโดยการอัลตราซาวด์ดูว่าซิสต์หายไปรึยัง

การรักษาด้วยยาคุมกำเนิด

การลดความเสี่ยงที่จะเกิดซิสต์ใหม่ขึ้นจากการมีประจำเดือนในอนาคต แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดชนิดทานอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งรังไข่ได้ด้วย

การผ่าตัดถุงน้ำในรังไข่

แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด หากมีอาการเหล่านี้:

  • มีอาการต่าง ๆ

  • ซิสต์ใหญ่และมีทีท่าว่าจะโตขึ้น

  • ซิสต์ไม่เหมือนซิสต์ที่ไม่เป็นอันตราย

  • เกิดซิสต์ขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 รอบเดือน

การผ่าติดมีอยู่  2 แบบ คือ:

  • การผ่าตัดโดยใช้กล้อง: แพทย์จะใช้เครื่องมือขนาดเล็กนำซิสต์ออกจากแผลผ่าตัดเล็ก ๆ ผู้ป่วยสามารถผ่าตัดแล้วกลับบ้านได้เลย การผ่าตัดชนิดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตร และหายไว

  • การผ่าตัดเปิดช่องท้อง: แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดวิธีนี้ในกรณีที่ซิสต์นั้นเป็นมะเร็ง ซิสต์จะถูกนำออกมาและส่งไปตรวจในแลป ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย  2 วัน

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *