โดยปกติโรคผื่นกุหลาบ (Rose Rash) เป็นผื่นที่ปรากฎขึ้นบนลำตัว ต้นเเขน ต้นขาเเละลำคอ ชื่อของโรคฟังดูอาจเหมือนเป็นโรคที่ร้ายเเรงกว่าความเป็นจริง โดยชื่อเต็มของโรคนี้ค่อยข้างออกเสียงยากมากโรคนี้ชื่อว่า pit-ih-RIE-uh-sis ROW-zee-ah แต่ในความเป็นจริงเเล้วโรคนี้เป็นโรคปกติทั่วไปและรักษาได้ง่าย
แม้ว่ายังไม่สามารถสาเหตุที่เเท้จริงของโรคนี้ แพทย์เชื่อว่าสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้คือการติดเชื้อจากไวรัสโดยเฉพาะเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคเริม โดยปกติโรคนี้จะเกิดขึ้นกับเด็ก วัยรุ่นและผู้ใหญ่ในวัย 20 ปีขึ้นไปแต่ยังไรก็ตามโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย นอกจากนี้โรคนี้สามารถเกิดได้หากคุณมีการตั้งครรภ์
โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อและคนส่วนใหญ่ที่เคยเป็นผื่นลักษณะนี้มักไม่มีรอยหรือแผลเป็นของผื่นทิ้งไว้หลังจากรักษาผื่นชนิดนี้หายเเล้ว
อาการของผื่นกุหลาบ
โรคผื่นขุยกุหลาบเริ่มจากผื่นหนึ่งจุดที่เกิดขึ้นบนแผ่นหลังหรือลำตัวของคุณซึ่งผื่นที่เกิดขึ้นเรียกว่า “ผื่นปฐมภูมิ” หรือ “ผื่นเเจ้งโรค” โดยปกติมักมีลักษณะเป็นผื่นรูปวงรีมีขนาดประมาณ 2-10 เซนติเมตร (น้อยกว่า 1-4 นิ้ว)
คุณอาจพบเห็นผื่นค่อยๆเกิดขึ้นหรือผื่นที่มีลักษณะผิวขรุขระและบางครั้งคุณอาจจะมีอาการปวดหัว มีไข้หรือเจ็บคอร่วมด้วย
เมื่อมีผื่นปฐมภูมิเกิดขึ้นเป็นเวลาผ่านไป 1-2 สัปดาห์จะมีผื่นแพร่กระจายเกิดขึ้นในเวลาต่อมาซึ่งผื่นนี้มีลักษณะเล็กกว่า เป็นผื่นทีมีขุยขนาดเล็กๆเกิดขึ้นบนหน้าอกหรือแผ่นหลังโดยปกติมักมีลักษณะตามแนวรอยพับของผิวหนังคล้ายต้นคริสต์มาส ในบางกรณีผื่นขุยดอกกุหลาบทำให้เกิดอาการคัน โดยเฉพาะตอนที่คุณออกกำลังกายและสัมผัสกับอาการร้อน
เนื่องจากเเพทย์ยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดผื่นลักษณะนี้ดังนั้นจึงมีไม่กี่วิธีที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันเมื่อเกิดผื่นชนิดนี้ขึ้น
การวินิจฉัยโรคและการรักษา
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังจะทำการรักษาโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นโดยแพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคจากลักษณะอาการที่ปรากฎขึ้น ทั้งนี้เพื่อทำให้การวินิจฉัยโรคแม่นยำมากขึ้นแพทย์จะทำการตรวจเลือดหรือตัดเนื้อเยื่อบางส่วนไปตรวจ
ซึ่งการตรวจประเภทเหล่านี้สามารถใช้ตรวจโรคเกี่ยวกับผิวหนังประเภทอื่นๆได้เช่นโรคภูมิเเพ้ผิวหนังอักเสบและกลากเกลื้อนรวมไปถึงโรคสะเก็ดเงิน
โดยปกติโรคผื่นขุยดอกกุหลาบสามารถหายไปเองได้ภายใน 8-10 สัปดาห์ เมื่อผู้ป่วยไปพบเเพทย์เพื่อรักษาอาการคันแพทย์จะเเนะนำวิธีการรักษาดังต่อไปนี้
- หาซื้อยาบรรเทาอาการระคายเคืองของผิวหนังได้เองที่ร้านขายยาเช่นโลชั่นคาลาไมล์หรือซิงค์ออกไซด์
- ยาต้านฮีสทามีน โดยปกติยาชนิดนี้มักใช้บรรเทาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นบนผิวหนังที่ก่อให้เกิดผื่นหรืออาการคัน
- อาบน้ำอุ่นหรือเเช่ในน้ำข้าวโอ๊ต
ในบางกรณีแพทย์จำเป็นต้องใช้ยาที่รับประทานเพื่อรักษาเช่นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่ช่วยบรรเทาอาการคันและอาการบวมหรือยาต้านไวรัสกลุ่มอะไซโคลเวียร์ เช่น Valtrex และ Zovirax ที่ใช้สำหรับรักษาโรคเริม
แพทย์บางท่านอาจเเนะนำให้คุณในการรักษาด้วยการใช้เเสงแดดจากธรรมชาติหรือแสงแดดประดิษฐ์ การใช้เเสงอัลตร้าไวโอเลตสามารถลดระยะเวลาของการเกิดผื่นได้ อย่างไรก็ตามการใช้เเสงในการรักษามีความเสี่ยงทำให้เกิดจุดด่างดำเกิดขึ้นหลังจากรักษาผื่นหายเเล้ว
อย่างไรก็ตามผู้ป่วยควรไปพบเเพทย์ก่อนได้รับการรักษาด้วยวิธีใดๆก็ตาม
ภาวะแทรกซ้อน
ในกรณีส่วนใหญ่ผื่นขุยกุหลาบที่เกิดขึ้นมักไม่เป็นอันตรายเเละสามารถหายเองได้โดยไม่กลับมาเกิดขึ้นอก
ถ้าหากคุณมีผื่นกุหลาบเกิดขึ้นนานกว่า 3 เดือน คุณควรไปพบเเพทย์เพื่อตรวจดูอาการที่เกิดขึ้นรวมไปถึงถ้าหากคุณมีอาการอื่นๆเกิดขึ้นร่วมด้วยหรือมีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา
ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะมีภาวะเเทรกซ้อนจากโรคผื่นขุยกุหลาบนี้ ถ้าหากคุณตั้งครรภ์และมีผื่นขุยกุหลาบเกิดขึ้น คุณควรไปพบสูตินรีแพทย์สักครั้ง เนื่องจากมีงานวิจัยขนาดเล็กพบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ตั้งครรภ์มักมีผื่นชนิดนี้เกิดขึ้นในช่วง 15 วันเเรกของการตั้งครรภ์เเละมักทำให้เกิดการเเท้งขึ้นได้
นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา
- https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/pityriasis-rosea/symptoms-causes/syc-20376405
- https://www.nhs.uk/conditions/pityriasis-rosea/
- https://kidshealth.org/en/parents/roseola.html
- https://www.msdmanuals.com/home/skin-disorders/psoriasis-and-scaling-disorders/pityriasis-rosea
ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสุขภาพ ผู้เชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรไทยเป็นพิเศษ โดยปัจจุบันเป็นผู้เขียนหลักของ Club of Thai Health มีงานอดิเรก คือการปลูกสมุนไพรไทย และเพาะพันธุ์พืชหายาก