บทความสุขภาพ
โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) : อาการ สาเหตุ การรักษา

23.01
76
0

โรคแอนแทรกซ์ (Anthrax) คือ โรคติดเชื้อแบคทีเรียแบบเฉียบพลันเกิดจากเชื้อ Bacillus anthracis พบได้ 3 ชนิด คือ เป็นแผลที่ปอด เป็นแผลที่ผิวหนัง หรือเป็นแผลที่ทางเดินอาหาร ขึ้นกับช่องทางการติดเชื้อ เชื้อแอนแทรกซ์มีความเกี่ยวข้องกับโปรแกรมการใช้เป็นอาวุธชีวภาพ ผู้ป่วยโรคแอนแทรกซ์ทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 95 เป็นชนิดแผลที่ผิวหนัง (Cutaneous anthrax)

สาเหตุของโรคแอนแทรกซ์

การติดเชื้อแอนแทรกซ์เกิดจากแบคทีเรีย Bacillus anthracis เข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจ การกลืน การฉีดยา หรือการสัมผัสทางผิวหนัง

สปอร์ของโรคแอนแทรกซ์สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี หากเชื้อมีโอกาสเข้าสู่ร่างกาย จะยิ่งเจริญเติบโตเนื่องจากในร่างกายของมนุษย์มีน้ำตาล และสารอาหารต่างๆ ที่เชื้อต้องการในการเจริญเติบโต

โรคแอนแทรกซ์นั้นจะขัดขวางเส้นทางการส่งสัญญาณของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์ในร่างกายหยุดการทำงาน รวมถึงทำลายระบบภูมิคุ้มกัน และผู้ป่วยจะเสียชีวิตในที่สุด

อาการของแอนแทรกซ์

โรคแอนแทรกซ์แต่ละช่วงเวลาของการพัฒนานั้นจะแสดงอาการแตกต่างกันไป โดยอาการจะสังเกตได้ประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ B. anthracis แต่อาการของโรคแอนแทรกซ์จากการสูดดมอาจใช้เวลามากกว่า 1 เดือนในการพัฒนา

โรคแอนแทรกซ์ที่สัมผัสทางผิวหนัง

เป็นการติดเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด โดยอาการทั่วไปมีดังนี้

  • ตุ่มคันเล็กๆ

  • อาการบวมที่ไม่เจ็บและตรงกลางบริเวณที่บวมมีจุดสีดำ

  • บริเวณต่อมน้ำเหลืองโต

    Anthrax

หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ จากสถิติมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคนี้ 20% ของผู้ป่วยทั้งหมด

โรคแอนแทรกซ์ที่ติดเชื้อผ่านบริเวณทางเดินอาหาร

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่สุก และอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อ

หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ผู้ป่วยโรคนี้มีอัตราการรอดชีวิต 60%

โรคแอนแทรกซ์ที่ติดจากการหายใจ

อาการเริ่มต้นได้แก่

  • ไม่สบายหน้าอก

  • ไอเป็นเลือด

  • คลื่นไส้และอาเจียน

  • กลืนแล้วเจ็บปวดในลำคอ

  • มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

และในระยะที่เชื้อฟักตัวแล้ว จะเกิดอาการดังต่อไปนี้

หากไม่ได้รับการรักษาโดยฉุกเฉินจะมีโอกาสเสียชีวิตมากถึง 85-95%

โรคแอนแทรกซ์ที่ติดจากการใช้เข็มฉีดยา

อาการเริ่มต้นของโรคนี้ได้แก่

  • เกิดฝีรอบๆ บริเวณที่ฉีด

  • แผลพุพองและกระแทกรอบ ๆ บริเวณที่ฉีด

  • ไข้

  • บวมใกล้บริเวณที่ฉีด พร้อมมีอาการเจ็บ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังระยะเริ่มต้น

  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • อวัยวะล้มเหลว

  • ช็อก

อาการที่เกิดอาจจะคล้ายคลึงกับโรครุนแรงอื่นๆ จึงยากต่อการวินิจฉัย

การรักษาโรคแอนแทรกซ์

โรคแอนแทรกซ์ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุดก่อนที่ระดับของสารพิษ และแบคทีเรียที่เป็นอันตรายภายในร่างกายจะเพิ่มจำนวนมากเกินไปกว่าที่จะจัดการได้

ในการรักษาโรคแอนแทรกซ์จะใช้ยาต้านจุลชีพเป็นหลัก เช่น ciprofloxacin, doxycycline, penicillin เพื่อกำจัดเชื้อในรูป vegetative bacillus นอกจากนี้มีการใช้วัคซีน (human anthrax vaccine) เพื่อป้องกันโรค มีทั้งชนิด acellular vaccine และ live spore vaccine และในเร็วๆ นี้อาจมีชนิด recombinant live vaccine และ recombinant sub-unit vaccine ออกใช้ ส่วนยากลุ่มใหม่ประเภท monoclonal antibody เช่น raxibacumab, obiltoxaximab มีการออกฤทธิ์ที่จำเพาะต่อโปรตีนบาง component ของท็อกซินจึงช่วยลดอาการและความรุนแรงของโรค ยาเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ต่อตัวเชื้อจึงไม่อาจใช้ทดแทนยาต้านจุลชีพ แต่นำมาใช้ร่วมกับยาต้านจุลชีพเพื่อรักษาโรคแอนแทรกซ์ทางเดินหายใจ

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *