Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) คือโรคมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในระบบต่อมน้ำเหลืองที่เกิดขึ้นกับเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (lymphocytes) ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนี้ทำหน้าที่ต่อสู้กับโรคต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกายและทำหน้าที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย 

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดจากการแบ่งตัวหรือเเพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อต่างๆหรืออวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักเกิดการแพร่กระจายไปที่ตับ กระดูก ไขกระดูก หรือปอด

ประเภทของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว 

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมี 2 ประเภทได้แก่มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน (Hodgkin’s Lymphoma) และมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s Lymphoma: NHL) 

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s Lymphoma) 

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s Lymphoma) เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่พบได้มากที่สุดโดยปกติเกิดขึ้นที่เซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ชนิด B หรือชนิด T ในต่อมน้ำเหลืองหรือเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ก้อนเนื้อมะเร็งที่เกิดจากมะเร็งประเภทนี้จะไม่เกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลือง โดยส่วนเเล้วเนื้องอกมักเกิดขึ้นที่อวัยวะส่วนอื่น ซึ่งคิดเป็น 95% ของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน (Hodgkin’s Lymphoma)

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กินเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันและแพทย์ได้ระบุว่ามะเร็งชนิดนี้มีอยู่ในเซลล์รีดสเติร์นเบอร์ก (Reed-Sternberg cell) ซึ่งเป็นความผิดปกติของเซลล์ชนิด B ที่ใหญ่ที่สุด โดยในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้ก้อนเนื้อมะเร็งสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองจากต่อมน้ำเหลืองยังบริเวณอื่นๆที่ติดกันได้

อาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีอาการคล้ายกับโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสทั่วไปเช่นโรคไข้หวัดธรรมดา อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาการที่เกิดขึ้นมีระยะเวลายาวนานขึ้น

แต่ผู้ป่วยบางคนอาจจะไม่มีอาการใดๆเกิดขึ้นและผู้ป่วยบางคนอาจสังเกตุเห็นต่อน้ำเหลืองบวมขึ้นเพราะมีต่อมน้ำเหลืองอยู่ทั่วร่างกาย อาการบวมมักเกิดขึ้นที่บริเวณลำคอ ขาหนีบ หน้าท้องหรือรักเเร้ 

โดยอาการบวมที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เจ็บปวดแต่ถ้าหากมีอาการของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นที่บริเวณอวัยวะภายใน กระดูกหรือส่วนที่เป็นโครงสร้างของร่างกายบริเวณอื่นสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้จึงทำให้บางคนสับสนระหว่างอาการปวดหลังกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 

อาการต่อมน้ำเหลืองบวมสามารถเกิดขึ้นขณะที่เกิดการติดเชื้ออย่างเช่นไข้หวัดสำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาการบวมที่เกิดขึ้นไม่สามารถหายไปเองได้จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นถ้าหากอาการบวมเกิดจากการติดเชื้อ

อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดการินิจฉัยผิดได้ ผู้ที่มีอาการต่อมน้ำเหลืองโตเป็นเวลานานควรเข้ารับคำแนะนำจากแพทย์

อาการอื่นๆของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้เเก่

  • มีไข้เกิดขึ้นต่อเนื่องและไม่พบการติดเชื้อ
  • มีเหงื่อออกตอนกลางคืน มีไข้และหนาวสั่น
  • น้ำหนักลดลงและไม่มีความอยากอาหาร
  • เกิดอาการคันที่ผิดปกติ
  • มีอาการอ่อนล้าเเละไม่มีพลัง
  • มีอาการเจ็บปวดที่ต่อมน้ำเหลืองหลังจากดื่มแอลกอฮอล

อาการอื่นของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กินได้แก่ 

  • มีอาการไออย่างรุนเเรง
  • หายใจสั้น
  • มีอาการเจ็บปวดเเละท้องบวมขึ้น

สำหรับอาการเจ็บปวด อ่อนล้า อัมพาตหรือความผิดปกติในร่างกายอื่นๆเกิดขึ้นเมื่อมีต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นที่บริเวณเส้นประสาทในกระดูกสันหลัง

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว โดยเริ่มต้นจากต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในส่วนต่างๆของร่างกายทำให้มะเร็งแพร่กระจายไปด้วยระบบน้ำเหลือง เมื่อมีเชื้อมะเร็งเกิดขึ้นที่เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่ออื่นๆทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้นอยู่กับประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและระยะของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่แพร่กระจายอย่างช้าๆไม่จำเป็นต้องทำการรักษา

ควรมั่นตรวจสอบอยู่เสมอเพื่อทำให้มั่นใจว่ามะเร็งไม่ได้แพร่กระจายไปยังที่อื่นๆ

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองการรักษามีดังต่อไปนี้ 

  • ชีวบำบัดหมายถึงการใช้ยารักษาเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถต่อสู้กับมะเร็งได้โดยยาจะเข้าไปอยู่ในเซลล์ที่มีขนาดเล็กที่สุด
  • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ แพทย์จะทำการฉีดยาปฏิชีวนะเข้าไปในกระเเสเลือดเพื่อทำลายพิษของมะเร็ง 
  • การรักษาด้วยเคมีบำบัด ทีมเเพทย์จะทำการใช้ยาที่รุนเเรงเพื่อทำลายหรือฆ่าเซลล์มะเร็งเป้าหมาย
  • การรักษาด้วยการฉายเเสงที่เซลล์ภูมิคุ้มกันเป็นการรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการฉายเเสงบริเวณที่เกิดมะเร็งโดยตรงเพื่อทำลายเซลล์ B และเซลล์ T 
  • การฉายเเสงบำบัด โดยส่วนใหญ่เเพทย์มักเเนะนำให้ผู้ป่วยใช้วิธีนี้เพื่อรักษาเนื้อเยื่อมะเร็งที่มีขนาดเล็ก การฉายเเสงบำบัดเป็นการใช้แสงที่มีความเข้มข้นเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
  • การปลูกถ่ายไขกระดูก วิธีนี้ช่วยทำให้ปลูกถ่ายไขกระดูกใหม่ให้กับไขสันหลังที่ถูกทำลายไปด้วยการรักษาแบบเคมีบำบัดหรือการฉายเเสงบำบัด
  • การรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ แพทย์จะฉีดยาสเตรรอยด์เข้าไปเพื่อรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง 
  • การผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดม้ามหรืออวัยวะอื่นๆออกหลังจากที่พบว่าเซลล์มะเร็งได้เกิดการแพร่กระจาย อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งส่วนใหญ่ไม่เเนะนำให้ผ่าตัดเอาอวัยวะออกส่วนใหญ่จะเเนะนำให้รักษาด้วยวิธีชีวบำบัดมากกว่า

นี่คือแหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด