Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) : อาการ สาเหตุ การรักษา

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis) เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร และปัญหาอื่น ๆ เช่น การทานยา การเปลี่ยนแปลงอาหาร และอื่น ๆ แต่อย่างไรก็สามารถรักษาให้หายได้  โรคกระเพาะอาหารอักเสบสามารถเกิดขึ้นทันที ทำให้เกิดอาการที่สังเกตได้ อาจหายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรับการรักษา แต่ถ้าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (Chronic gastritis) จะไม่สามารถสังเกตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะที่พบได้บ่อยทั่วโลก ในกรณีอื่น ๆ การอักเสบเป็นผลมาจากการระคายเคือง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากบริโภคแอลกอฮอล์หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (Chronic gastritis) เป็นโรคที่พบบ่อยและคาดว่าประชากรทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 50 มีอาการของโรคนี้ ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนเช่น แผลในกระเพาะอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหาร

ดังนั้นบทความนี้จะกล่าวถึงอาการ สาเหตุและการรักษาโรค นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่ควรกินและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อช่วยบรรเทาอาการของโรคได้

Gastritis

สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเกิดขึ้นเมื่อเยื่อบุที่ทำหน้าที่ป้องกันกระเพาะอาหารอ่อนตัวลงทำให้น้ำย่อยในกระเพราะอาหารถูกทำลาย จะนำไปสู่การอักเสบกลายเป็นเรื้อรัง ค่อยๆเกิดอาการ หรือเกิดขึ้นเฉียบพลัน ซึ่งสามารถแก้ไขได้

ประเภทของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่

  • กระเพาะอาหารอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อน ( Erosive gastritis) เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบระดับรุนแรงและทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารสึกหรอลง ซึ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
  • กระเพาะอาหารอักเสบชนิดเรื้อรัง (Nonerosive gastritis) เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุกระเพาะอาหารมากกว่าการสึกหรอ

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งเป็นประเภทย่อย ๆ ตัวอย่างเช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเยื่อบุกร่อนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความเจ็บป่วยขั้นวิกฤต

สาเหตุอื่น ๆ ของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เช่น

  • Pylori bacteria โรคกระเพาะส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย  H. pylori
  • สารระคายเคือง โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เกิดจากสารระคายเคืองทำให้เกิดการระคายเคืองสามารถพบได้บ่อยเช่นกัน การรับประทานในกลุ่มยาต้านการอักเสบหรือยาแก้ปวด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) เช่น ibuprofen (Advil) และยาอื่น ๆ ที่ใช้บรรเทาอาการปวดอาจเป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ นอกจากนี้การใช้ NSAIDs ยังบ่งบอกถึงสาเหตุที่ไม่เกิดการติดเชื้อของแผลในกระเพาะอาหาร

สารระคายเคืองอื่น ๆ ที่มีผล ได้แก่ แอลกอฮอล์และน้ำดี

  • สภาวะแพ้ภูมิตัวเองความผิดปกติของการทำงานของระบบภูมิต้านทานที่ผิดปกติ สามารถนำไปสู่โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ตัวอย่างเช่นในผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่มีภาวะแพ้ภูมิตัวเอง ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีการทำงานของเยื่อบุกระเพาะอาหาร
  • การเกิดการบาดเจ็บในกระเพาะอาหาร การบาดเจ็บทางร่างกายหรือต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ยกตัวอย่างผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเอาส่วนหนึ่งของกระเพาะอาหารออก อาจเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ หลังการผ่าตัดซึ่งทำให้เยื่อบุกระเพาะเสื่อม กลไกของโรคนี้ยังไม่ชัดเจน แต่สาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบหลังผ่าตัดอาจเกิดจากกรดไหลย้อนที่เพิ่มขึ้นปฏิกิริยาจาก vagal nerve หรือการลดจำนวนกรดที่กระตุ้นโดยฮอร์โมน

ปัจจัยด้านอาหารมักไม่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ แต่การแพ้อาหารและโรคแพ้กลูเตน (Coeliac Disease) อาจมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้ได้

  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ติดเชื้อที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อ H. pylori: ไวรัสและเชื้อราอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือเจ็บป่วยในระยะยาว
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบจากรังสี: เมื่อช่องท้องได้รับรังสีอาจทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารระคายเคืองได้
  • โรคหลอดอาหารอักเสบจากเม็ดเลือดขาวอีโอสิโนฟิล (Eosinophilic): อาจเป็นผลมาจากอาการแพ้
  • โรคเนื้องอกในกระเพาะอาหาร (Ménétrier disease): พบได้น้อยและเกี่ยวข้องกับการเกิดรอยพับและซีสต์บนผนังกระเพาะอาหาร

อาการของโรคกระเพาะอาหาร

ผู้ป่วยบางคนที่เป็นโรคกระเพาะอาจไม่มีอาการให้เห็น ในขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรง โดยทั่วไปผู้ป่วยมักจะบอกว่ารู้สึกปวดหรือแสบร้อนบริเวณกลางส่วนบนหรือช่องท้องด้านซ้าย แล้วแผ่ความปวดไปทางด้านหลัง ส่วนอาการอื่น ๆ ทั่วไป ได้แก่ ท้องอืดและคลื่นไส้ และเมื่ออาเจียน ลักษณะของอาเจียน อาจเป็นสีใส สีเหลืองหรือสีเขียว

อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรง ได้แก่ :

หากท่านมีอาการดังต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน:

  • หัวใจเต้นเร็ว
  • เหงื่อออกมากเกินไป
  • หายใจถี่
  • ปวดท้องและมีอาการไข้ร่วมด้วย
  • อาเจียนมีเลือดปน
  • อาเจียนมีสีเขียวและสีเหลือง
  • อุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน
  • เวียนศีรษะและเป็นลม

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

โรคกระเพาะเรื้อรังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทางเดินอาหารอื่น ๆ รวมถึงแผลในกระเพาะอาหารหรือที่เรียกว่า peptic ulcers และเลือดออกในกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ บางประเภทรวมถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองและโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่เกิดจากเชื้อ H. pylori สามารถลดความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็กจากเลือด โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่เกิดจากการแพ้ภูมิตัวเองอาจส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินบี 12 ซึ่งอาจนำไปสู่โรคโลหิตจาง นอกจากนี้โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่เกิดจากเชื้อ H. pylori อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

ในบางรายรวมถึงผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ปัญหาและปัจจัยด้านสุขภาพหลายอย่างเช่นการสูบบุหรี่สามารถเพิ่มโอกาสที่จะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบมีดังต่อไปนี้:

  • การสูบบุหรี่
  • ความเครียด
  • การใช้แอลกอฮอล์หรือโคเคนมากเกินไป
  • กลืนสารกัดกร่อนหรือวัตถุแปลกปลอม
  • มีประวัติอาเจียนเรื้อรัง
  • การขาดวิตามินบี 12
  • การใช้ NSAID เป็นประจำ
  • การใช้สเตียรอยด์ตามใบสั่งแพทย์ เคมีบำบัด (Chemotherapy) อาหารเสริมโพแทสเซียมหรือธาตุเหล็กเป็นประจำ
  • การสัมผัสกับรังสีไม่ว่าจะเป็นการรักษาหรือโดยการปนเปื้อน
  • น้ำดีไหลย้อนหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหาร
  • แพ้ภูมิตัวเองเช่นไทรอยด์อักเสบของ (Hashimoto’s thyroiditis)  หรือโรคเบาหวานประเภท 1
  • โรคเอดส์
  • โรคโครห์น (Crohn’s Disease)
  • การติดเชื้ออื่น ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่ วัณโรคและซิฟิลิส
  • การติดเชื้อ H. pylori จากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งและการปนเปื้อนอาหาร น้ำหรือช้อนส้อม

การทดสอบและการวินิจฉัย

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้จากสิ่งต่อไปนี้:

  • การตรวจร่างกาย
  • ประวัติทางการแพทย์และอาการปัจจุบัน
  • ตรวจหาเชื้อ H. pylori โดยตรวจเลือด การหายใจหรือการตรวจอุจจาระ
  • การส่องกล้อง
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography:)

ในบางกรณีแพทย์สามารถวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วยรังสีเอ็กซ์ของหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ซึ่งหมายถึงการตรวจทางเดินอาหารส่วนบนหรือการตรวจหลอดอาหาร (Barium Swallowing)

แพทย์อาจจะขอตรวจเพิ่มเติมตามรายการดังต่อไปนี้:

  •  การประเมินการทำงานของไตและตับ
  • การทดสอบโรคโลหิตจาง
  • การทดสอบการทำงานของถุงน้ำดีและตับอ่อน
  • การทดสอบการตั้งครรภ์

หากยังสรุปไม่ได้แพทย์อาจทำการส่องกล้องส่วนบน เกี่ยวข้องกับการสอดท่อที่บางและยืดหยุ่นลงทางปากและลำคอและเข้าไปในกระเพาะอาหารเพื่อทำการตรวจด้วยสายตา

อาหาร

ในขณะที่อาหารและโภชนาการอาจจะไม่ก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แอลกอฮอล์ การแพ้อาหารและอาหารเสริมบางชนิดสามารถมีส่วนช่วยได้ การเปลี่ยนแปลงอาหารไม่ใช่วิธีการรักษาโรคกระเพาะหลักยกเว้นเมื่อโรคกระเพาะเกิดจากการแพ้กลูเตน หรือการแพ้อาหาร บางคนพบว่าการรับประทานอาหารบางชนิดช่วยทำได้ และการทำเช่นนั้นอาจช่วยให้ร่างกายกำจัดแบคทีเรีย H. pylori

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

การรับประทานอาหารที่อาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารน้อยลง เช่น อาหารรสเผ็ด เปรี้ยว หรือของทอด อาจช่วยจัดการกับโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้ เช่นเดียวกับการแบ่งการทานอาหารมื้อเล็ก ๆ บ่อยขึ้น

การรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

แนวทางการรักษาที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการและไม่ว่าจะเป็นแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง การรักษาอาจเกี่ยวข้องกับยาหลายชนิดเช่น:

  • ยาปฏิชีวนะ: สามารถรักษา H. pylori ได้โดยตรง แพทย์อาจสั่งยาคลาริโทรมัยซิน (Biaxin) และเมโทรนิดาโซล (Flagyl)
  • สารยับยั้งการปั๊มโปรตอน: Omeprazole (Prilosec) หรือ lansoprazole (Prevacid) สามารถขัดขวางการผลิตกรดและช่วยในการรักษาได้
  • H2 blockers: ยาเหล่านี้เช่น famotidine (Pepcid) สามารถลดการผลิตกรดได้ มีจำหน่ายทางออนไลน์
  • ยาลดกรด: สามารถทำให้กรดในกระเพาะอาหารเป็นกลาง
  • สารเคลือบผิว: Sucralfate (Carafate) หรือ misoprostol (Cytotec) สามารถเคลือบและปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร
  • ยาต้านอาการคลื่นไส้: มีจำหน่ายทางออนไลน์

วิธีที่แนะนำ คือ การใช้ยาที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงอาหาร สามารถจัดการโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

การป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้สำรวจปัญหาที่อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบมากนักและยังไม่ทราบสาเหตุบางอย่าง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันปัญหานี้ได้ อย่างไรก็ตามสามารถลดความเสี่ยงได้โดย::

  • มีสุขอนามัยและรับประทานอาหารที่ปรุงสุก
  • หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

บทสรุปของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ การอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารและการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลในกระเพาะอาหารหรือการขาดวิตามิน โรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุของการอักเสบไม่ว่าจะเป็นเฉียบพลันหรือเรื้อรัง การรักษาอาจเกี่ยวข้องกับ การซื้อยาด้วยตนเองโดยไม่ผ่านการแนะนำของแพทย์ หรือซื้อยาตามใบสั่งแพทย์ ยาปฏิชีวนะและการเปลี่ยนอาหาร

แหล่งที่มาของบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด