Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

คันหู

คันหู (Itchy Ears) : สาเหตุ การรักษา

ปัญหาคันหู (Itchy Ears) เป็นอาการที่เป็นที่สร้างรำคาญใจ แต่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

การรักษาอาการคันหูขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ซึ่งอาจทำโดยการใช้ยาหยอดหู กินยาปฏิชีวนะ หรือฉีดยา

ในบทความนี้จะได้กล่าวถึง สาเหตุ การรักษา และการรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

สาเหตุของอาการคันหู

สาเหตุของอาการคันหูสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น :

หูติดเชื้อ

การคันหูบางครั้งอาจเนื่องมาจากการติดเชื้อ สัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าอาจจะเกิดการติดเชื้อ มีดังนี้

แบคทีเรียและไวรัสอาจจะทำให้เกิดอาการติดเชื้อในหู การเป็นไข้ ไข้หวัด การที่มีน้ำขังในรูหู หรือการสะสมของขี้หูล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อได้

การติดเชื้อในหูเรื้อรัง ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นอาการที่ควรต้องได้รับการรักษา

หูแห้ง

ปกติแล้วหูจะผลิตน้ำมันหรือขี้หูเพื่อทำให้หูสะอาดและมีสุขอนามัยที่ดี หากเราทำความสะอาดในรูหูมากเกินไป อาจจะทำให้รูหูขาดขี้หูและแห้ง เป็นสาเหตุที่ทำให้หูเกิดการระคายเคืองและเกิดอาการคันได้

บางคนอาจจะไม่ค่อยมีขึ้หู ซึ่งทำให้เกิดอาการหูแห้ง หากเกิดอาการหูแห้งจะสังเกตได้จากการมีขุย หรือสะเก็ดรอบๆ ใบหู

แพ้อาหาร

การแพ้อาหารเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการคันหู อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ มีดังนี้:

  • ถั่ว

  • นม

  • ปลาหรืออาหารทะเล

  • ข้าวสาลี

  • ถั่วเหลือง

บางคนอาจเกิดลมพิษ หรือมีอาการคันลามไปจนถึงบางส่วนของใบหน้า

บางคนอาจมีกลุ่มอาการภูมิแพ้ในช่องปาก ซึ่งเป็นอาการภูมิแพ้ประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับละอองเกสรดอกไม้ มักจะมีอาการคันรอบๆ ปาก แต่บางคนอาจจะมีอาการคันหูร่วมอยู่ด้วย

อาหารทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ในช่องปาก มีดังนี้:

  • ผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล เมลอน เชอรี่  กีวี่ และกล้วย

  • เมล็ดทานตะวัน

  • เมล็ดอัลมอลด์

  • เฮเซลนัท

ในผู้ที่เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หลังจากที่รับประทานหรือสัมผัสอาหารดังกล่าวข้างต้นนี้ ต้องได้รับการดูแลรักษาโดยทันที เพราะอาการเหล่านี้เป็นเรื่องฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ขึ้หูอุดตัน

ขึ้หูอุดตัน เป็นสาเหตุหนึ่งของการคันหูและยังมีผลต่อการได้ยินอีกด้วย

หูของเราจะผลิตขี้หูออกมาเพื่อทำให้หูมีความสะอาดตามธรรมชาติและป้องกันหูส่วนในจากการติดเชื้อ ปกติแล้วขี้หูจะหลุดออกมาเองโดยธรรมชาติ และเมื่อเวลาผ่านไปจะนำเศษเซลล์ที่ตายแล้วหรือเศษเล็กเศษน้อยออกมาด้วย

การสะสมของขี้หูเกิดขึ้นโดยการที่เราเอาก้านสำลีสอดเข้าไปในรูหู ซึ่งรูหูจะเป็นช่องโพรงเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างหูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน การที่เราเอาสำลีดันขึี้หูเข้าไปด้านในมากๆ จะทำให้เกิดขี้หูอุดตันได้

การมีขี้หูอุดตันจะทำให้มีการดักจับแบคทีเรียที่ผ่านเข้าไปในช่องหู และทำให้เกิดการติดเชื้อในหู

เครื่องช่วยฟัง

บางครั้งพลาสติกที่เคลือบอยู่กับเครื่องช่วยฟังก็เป็นสาเหตุของการคันหู บางคนอาจมีผิวที่บอบบางและไวต่อการเกิดอาการแพ้ เมื่อได้รับการระคายเคืองเพียงเล็กน้อย

บางคนจะเกิดอาการคันหูมากเนื่องจากมีน้ำขังอยู่ด้านหลังเครื่องช่วยฟัง

หากมีอาการคันเนื่องจากถูกกดจากเครื่องช่วยฟัง แพทย์สามารถช่วยได้โดยการปรับเครื่องช่วยฟังให้พอดีและเหมาะสม ซึ่งจะแก้อาการเหล่านั้นให้หายไปได้

หูชั้นนอกอักเสบ (Swimmer’s Ear)

หากมีน้ำขังในหู จะทำให้เกิดอาการหูอักเสบที่เรียกว่า “หูน้ำหนวกเฉียบพลัน” อาการนี้อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “หูนักกีฬาว่ายน้ำ” (swimmer’s ear) เนื่องจากส่วนมากจะเกิดขึ้นกับนักว่ายน้ำ น้ำที่ขังในรูหูจะทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการติดเชื้อ

หูชั้นนอกอักเสบ หรือ Swimmer’s ear จะทำให้มีอาการคันมาก คนที่เป็นโรคหูชั้นนอกอักเสบ จะมีอาการที่สังเกตได้ดังนี้:

  • ปวดในหู

  • ปวดที่คอ ใบหน้า และศีรษะ

  • อักเสบรอบๆ หูข้างที่มีอาการ

  • หูอื้อ

  • มีของเหลวไหลออกมาจากหู

  • ฟังไม่ชัด

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือที่รู้จักในชื่อทั่วไปว่า “ไข้ละอองฟาง” โดยทั่วไปจะเกิดจากปฏิกิริยาของการแพ้ละอองเล็กๆ ในอากาศ เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น หรือขนสัตว์

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้จะทำให้เกิดการคันที่หู ตา และคอ ร่วมกับอาการดังนี้:

เราอาจจะมีอาการคันเนื่องจากการคัดจมูก ซึ่งเกิดจากการเป็นหวัด ซึ่งอาการนี้จะหายไปเมื่อเราหายจากการเป็นหวัดแล้ว

การรักษาและการรักษาด้วยตัวเองที่บ้าน

การคันหูบางกรณีสามารถรักษาได้เองที่บ้าน

หากอาการคันหูเกิดจากรูหูแห้ง สามารถรักษาได้ด้วยการหยอดน้ำยาหยอดหูหรือ     เบบี้ออยล์ซึ่งช่วยรักษาได้

การหยอดน้ำมันจะช่วยได้ในกรณีอาการคันหูเกิดจากการใช้เครื่องช่วยฟัง แต่ไม่ควรหยอดน้ำมันใส่เครื่องช่วยฟัง อย่างไรก็ตามเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการหยอดน้ำมันคือก่อนเข้านอน

ควรปรับหรือจัดหาเครื่องช่วยฟังที่พอดีและเหมาะกับหู เพื่อป้องกันการระคายเคือง หากมีอาการแพ้เครื่องช่วยฟังให้ปรึกษาแพทย์ ซึ่งแพทย์จะหาวิธีช่วยแก้ไขที่เหมาะสมได้

เราสามารถทำความสะอาดหูชั้นนอกได้ด้วยสำลี แต่ไม่ควรสอดอะไรเข้าไปในช่องหู หากมีชี้หูอุดตันเราสามารถหยอดเบบี้ออยล์ หรือหาซื้อยาหยอดหูตามร้านขายยาทั่วไปมาหยอดได้

หากวิธีข้างต้นไม่ได้ผล แพทย์อาจจะใช้วิธีการฉีดสารละลายน้ำเกลือเข้าไปในรูหู เพื่อล้างขี้หูส่วนเกินออกมา ซึ่งเราก็สามารถทำตามวิธีนี้ด้วยตัวเองได้ที่บ้าน

สำหรับผู้ที่มีอาการคันหูจากหูชั้นนอกอักเสบ (swimmer’s ear) อาจจะบรรเทาอาการนี้ด้วยการหยอดสารละลายที่เป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งประกอบด้วยน้ำส้มสายชูและเอทิลแอลกอฮอล์ อย่างละครึ่ง ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยทำให้น้ำส่วนเกินในหูแห้งลงได้

หากรักษาด้วยวิธีการข้างต้นไม่ได้ผล หรือมีอาการหูติดเชื้ออย่างอื่น แพทย์จะทำการสั่งยาหยอดหูหรือยาปฏิชีวนะให้ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถช่วยได้

ผู้ที่มีอาการคันหูเนื่องจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ อาจต้องใช้ยาแก้แพ้เพื่อรักษาอาการ หากอาการคันเกิดจากการแพ้อาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้นั้น

หากการรักษาที่บ้านไม่สามารถช่วยแก้อาการคันหูได้ หรือหากผู้ป่วยมีอาการเจ็บ หรือมีอาการรุนแรงมากขึ้นควรไปพบแพทย์ทันที

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด