Club of Thai Health

บทความสุขภาพ

ปวดน่อง (Calf Pain) : อาการ สาเหตุ การรักษา

ปวดน่อง (Calf Pain) เป็นความน่ารำคาญเล็กน้อย หรือรุนแรงพอที่จะทำให้คนเลี่ยงการเดิน

มีหลายเงื่อนไขที่อาจส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อน่องเช่นเดียวกับหลอดเลือดและโครงสร้างอื่นๆที่อยู่รอบๆมัน โชคดีที่หลายสาเหตุของอาการปวดน่องสามารถรักษาได้ง่าย

สาเหตุของอาการปวดน่อง

เงื่อนไขและสถานการณ์ที่หลากหลายอาจทำให้เกิดอาการปวดน่องรวมทั้ง:

1. ตะคริว (Muscle cramp)

อาการปวดกล้ามเนื้อน่องจากตะคริวมักเกิดขึ้นชั่วคราว แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดและไม่สุขสบายอย่างมีนัยสำคัญ

สาเหตุของการปวดน่องจากตะคริว:

  • ขาดน้ำ (dehydration)

  • สูญเสียแร่ธาตุจากการเสียเหงื่อ

  • ขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

  • ออกกำลังกายนาน

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

2. กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle strain)

กล้ามเนื้อน่องฉีกขาดเกิดเมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อภายในน่องเกิดการฉีกขาดบางส่วนหรือทั้งหมด

อาการมีหลากหลายขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการฉีกขาด แต่ส่วนใหญ่อาการจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ปวดคล้ายมีของแหลมแทงและปวดร้าวไปทั่วน่อง

3. การอุดกั้นของหลอดเลือดแดง (Arterial claudication)

ผู้ที่เคยปวดน่องเนื่องจากการตีบหรืออุดตันภายในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงขา เรียกว่าการอุดกั้นของหลอดเลือดแดง

การอุดกั้นของหลอดเลือดแดงเป็นเหตุให้ปวดเวลาเดิน เพราะการเคลื่อนไหวดังกล่าวต้องการเลือดมาเลี้ยงที่ขาส่วนล่าง

หากเลือดไหลเวียนลำบากเนื่องจากการตีบหรืออุดตัน จะทำให้ปวดน่อง

ผู้ที่มีการอุดกั้นของหลอดเลือดแดงจะรู้สึกสบายขณะพัก แต่จะปวดในไม่กี่นาทีหลังจากที่เดิน

4. การอุดกั้นทางระบบประสาท (Neurogenic claudication)

การอุดกั้นทางระบบประสาทเกิดเมื่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงที่ขาถูกกด ส่งผลต่อการสื่อประสาทไปยังขาส่วนล่าง

การอุดกั้นทางระบบประสาทมักเกิดจากสภาวะที่เรียกว่า โรคช่องไขสันหลังตีบแคบ (Spinal stenosis) ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดจากการที่กระดูกในกระดูกสันหลังแคบลงจนทำให้เกิดแรงกดทับเส้นประสาทมากขึ้น ไซอาติก้า (Sciatica) เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการอุกกั้นทางระบบประสาท

นอกจากอาการปวดน่องแล้ว อาการของการอุดกั้นทางระบบประสาท มีดังนี้:

  • ปวดขณะเดิน
  • ปวดหลังจากที่ยืนนานๆ
  • อาการปวดที่เกิดขึ้นที่ต้นขา  หลังส่วนล่าง หรือก้น
  • อาการปวดมักจะดีขึ้นเมื่อโน้มตัวไปข้างหน้า
Calf Pain

บุคคลอาจมีอาการปวดน่องจากการอุกกั้นทางระบบประสาทขณะพักผ่อน

5. เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis)

เอ็นร้อยหวายเป็นเอ็นที่เหนียวเชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูกส้นเท้า

หากกล้ามเนื้อน่องของคนเราตึงเป็นพิเศษอาจทำให้เกิดแรงกดทับที่เอ็นร้อยหวาย ส่งผลให้มีอาการปวดน่อง

ผู้คนมีแนวโน้มที่จะมีอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบ หากพึ่งเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายหรือเตรียมการออกกำลังกายซ้ำ

การยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ่อยๆขะช่วยลดอาการดังกล่าวได้

6. ภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง (Compartment syndrome)

ภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูงเป็นภาวะที่ปวดมากจนทำให้ปวดกล้ามเนื้อที่น่องหรือที่ขาทั้งสองข้าง มักเกิดภายหลังที่ได้รับบาดเจ็บ หรือการบาดเจ็บที่รุนแรง

ภาวะดังกล่าวเกิดจากเลือดหรือของเหลวถูกสร้างขึ้นภายใต้แถบเนื้อเยื่อที่แข็งภายในร่างกายทำให้ไม่สามารถยืดเหยียดได้ดี โดยของเหลวที่ถูกสร้างขึ้นจะไปกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงที่ขาส่วนล่าง ทำให้เกิดอาการปวด, บวม, ชา และรู้สึกเสียวแปลบ

อีกรูปแบบหนึ่งของภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง คือ อาการเรื้อรัง หรือมีอาการเมื่อออกแรง ซึ่งประเภทนี้จะปวดเมื่อออกกำลังกาย

อาการที่เกี่ยวข้องกับอาการเรื้อรังของภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง ได้แก่ อาการชา, การมองเห็นไม่ชัดเจน หรือกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น หรือมีปัญหาในการขยับเท้า

7. อาการเส้นประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน (Diabetic neuropathy)

อาการเส้นประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน เป็นภาวะที่เกิดเมื่อบุคคลที่เส้นประสาทถูกทำลายเนื่องจากโรคเบาหวาน

การที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงบ่อยครั้งสามารถทำลายเส้นประสาทภายในร่างกายได้ มักเริ่มจากที่มือและเท้า

บางครั้ง อาการเสียวแปลบและอาการชาเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยและไม่สุขสบาย ซึ่งลุกลามไปถึงกล้ามเนื้อน่อง

8. โรครองช้ำ (Plantar fasciitis)

โรครองช้ำเป็นภาวะที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อพังผืดใต้ฝ่าเท้า

หากกล้ามเนื้อน่องตึงเกินไป คนอาจมีอาการของพังผืดที่ฝ่าเท้ามากกว่า เนื่องจากกล้ามเนื้อน่องไม่สามารถรองรับเท้าได้

อาการส่วนใหญ่ของโรครองช้ำคือปวดเท้าขณะเดินและยากที่จะกระดกเท้า

9. เส้นเลือดขอด (Varicose veins)

เส้นเลือดขอด คือ หลอดเลือดดำขยาย มักโป่งนูนที่บริเวณขา และมีลักษณะคล้ายปม เกิดขึ้นเมื่อวาล์วภายในหลอดเลือดดำขากลับเสียหาย

ปัจจัยที่ทำให้เกิดเส้นเลือดขอด:

  • อายุ

  • มีประวัติครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด

  • ความแปรปรวนของฮอร์โมน

  • การตั้งครรภ์

  • โรคอ้วน

  • ขาดการออกกำลังกาย

เส้นเลือดขอดส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ขา และเป็นเหตุให้เกิดความปวด, สั่น, ตะคริว

10. ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึก (Deep vein thrombosis)

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึก เป็นผลจากลิ่มเลือดที่รวมตัวในหลอดเลือดดำที่ขา ซึ่งภาวะดังกล่าวทำให้ปวดรุนแรงมากและส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงขา

ผู้ที่จะมีการพัฒนาของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึกได้ หากได้นั่งนานๆ เช่น นั่งบนเครื่องบิน หรือหากมีความดันโลหิตสูง หรือมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ

อาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึกได้แก่ ปวดน่อง ซึ่งมักเกิดบ่อยๆและอาการจะแย่ลงเมื่อได้ยืนหรือเดิน ขาจะบวมและมีรอยแดงหรือการอักเสบเกิดขึ้นบริเวณนั้นเนื่องจากปัญหาในการไหลเวียนของเลือด

การรักษาอาการปวดน่อง

การรักษาอาการปวดน่องขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิด

ผู้คนสามารถรักษาอาการปวดน่องที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานมากเกินไปได้โดยวิธี PRICE ที่ย่อมากจาก:

  • การป้องกัน (Protection): ใช้ผ้าพันแผล, ผ้าดาม หรือทำให้เท้า, ข้อเท้า หรือน่องเคลื่อนที่ไม่ได้ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและให้กล้ามเนื้อได้พัก

  • พัก (Rest): เลี่ยงการใช้งานกล้ามเนื้อน่องเท่าที่เป็นไปได้

  • ความเย็น (Ice): ประคบเย็นเป็นเวลา 10-15 นาที ช่วยลดการอักเสบ โดยสามารถหาซื้อเจลเย็นได้ตามร้านขายยาหรือทางออนไลน์ได้

  • การบีบ (Compression): พันน่องด้วยผ้าพันแผลที่ยืดหยุ่นหรือสวมถุงน่องแบบที่บีบรัดเพื่อลดอาการบวม

  • การยกสูง (Elevation): ยกขาสูงบนหมอนเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและลดอาการบวม

สาเหตุอื่นที่ทำให้ปวดน่องอาจรักษาด้วยยาหรือกระบวนการรักษาอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

การยืดเหยียด (Stretches)

การวอร์มอัพด้วยการเดินในระดับปานกลางก่อนออกกำลังกายที่เข้มข้นสามารถช่วยป้องกันการบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อฉีกขาดได้

นอกจากนี้ บุคคลอาจเลือกที่จะยืดกล้ามเนื้อเบาๆเพื่อลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย

บุคคลควรตรวจกับแพทย์ก่อนเริ่มการยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้แน่ใจว่าการยืดจะไม่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่รุนแรงขึ้น

การยืดเหยียดที่มีประโยชน์สำหรับอาการปวดน่อง ได้แก่:

การยืดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายอาจช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดการตึงและไม่สบายตัวได้

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

บุคคลควรรับการรักษาฉุกเฉินหากสงสัยว่ามีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึก อาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึก ได้แก่ ปวด, บวม และร้อนที่ขาข้างเดียว

สัญญาณเตือนอื่นๆที่ควรเข้ารับการรักษาสำหรับอาการปวดน่อง:

  • มีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส

  • ขาบวม โดยมีลักษณะซีด หรือสัมผัสแล้วเย็น

  • ขาบวมมากขึ้นมาทันที

สาเหตุบางประการของอาการปวดน่องทำให้ต้องไปพบแพทย์ในเวลาทำการ ได้แก่:

  • ปวดขณะเดิน

  • ขาบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • เป็นเส้นเลือดขอดที่ปวดมาก

  • อาการไม่ดีขึ้นภายหลังพักอยู่บ้าน 1-2วัน

หากบุคคลมีความกังวลเกี่ยวกับอาการปวดน่องที่น่ารำคาญหรือการปวดอย่างต่อเนื่อง การนัดพบแพทย์จะช่วยคลายกังวลได้

การวินิจฉัยอาการปวดน่อง

แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการดึงหรือกล้ามเนื้อฉีกขาด

หากแพทย์พบปัญหาที่รุนแรง แพทย์อาจสั่งตรวจอัลตราซาวน์ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยการอัลตราซาวน์ดังกล่าวจะสามารถจำแนกได้ดังนี้:

  • การตีบหรืออุดตันภายในหลอดเลือดแดง (Arterial claudication)

  • เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis)

  • อาการเส้นประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน (Diabetic neuropathy)

  • ผังผืดที่ฝ่าเท้า (Plantar fascia)

  • ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำชั้นลึก (Deep vein thrombosis)

การอัลตราซาวน์ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อสามารถให้คพแนะนำเกี่ยวกับการรักษาด้วยการฉีดยา

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็นล่าสุด