บทความสุขภาพ
อารมณ์แปรปรวน (Mood Swings) : อาการ สาเหตุ การรักษา

อารมณ์แปรปรวน (Mood Swings) : อาการ สาเหตุ การรักษา

30.01
111
0

อารมณ์แปรปรวน (Mood Swings) เป็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์อย่างที่ฉับพลันหรือรุนแรง ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะอารมณ์แปรปรวนอาจเปลี่ยนจากความรู้สึกมีความสุขและอารมณ์ดี ไปสู่ความรู้สึกเศร้า หงุดหงิด หรือโกรธได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

และต่อไปนี้ จะพูดถึงสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการอารมณ์แปรปรวนในคนหลาย ๆ กลุ่ม ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และพูดถึงตัวเลือกวิธีการรักษา และเคล็ดลับในการป้องกันอีกด้วย

สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวน

โรคอารมณ์แปรปรวนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต

บ่อยครั้งที่ รูปแบบการดำเนินชีวิตมีส่วนทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนได้ นอกจากนี้ หลายคนยังมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วผิดปกติ เมื่อ:

  • ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เช่น ต้องย้ายบ้าน ย้ายที่อยู่ หรือต้องเปลี่ยนงาน

  • รู้สึกเครียดหรือความวิตกกังวล เพราะมีอะไรต้องทำเยอะไปหมด

  • นอนหลับไม่เพียงพอ

  • การรับประทานอาหารที่ดีมีโภชนการต่อสุขภาพไม่เพียงพอ

  • ใช้ยาที่ส่งผลต่ออารมณ์หรือการนอนหลับ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีอารมณ์แปรปรวนบ่อย ๆ และรุนแรงขึ้นอาจบ่งบอกว่า กำลังมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ได้ ทั้งนี้ โรคบางอย่างที่ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนอาจส่งผลต่อทั้งผู้ชายและผู้หญิงได้ ในขณะที่ บางโรคอาจมีผลต่อผู้หญิงเท่านั้น

ภาวะอารมณ์แปรปรวนในผู้ชายและผู้หญิง

โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับคนทั้งสองเพศโดยทั่วไป ได้แก่ :

โรคไบโพลาร์

 โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่ผู้ป่วยประสบกับอารมณ์แปรปรวนแบบสุดขั้ว (อารมณ์คลื้นเครง) และหดหู่มาก ๆ (ภาวะซึมเศร้า) อารมณ์แปรปรวนที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เหล่านี้อาจเกิดขึ้นไม่บ่อย หรือหลายครั้งในแต่ละปี

โรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้คนกว่า  16.1 ล้านคน   โดยเฉพาะวัยผู้ใหญ่ ในสหรัฐอเมริกา และพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะรู้สึกเศร้าอย่างต่อเนื่อง และสูญเสียความสนใจในสิ่งที่ตัวเองชอบ

 อาการซึมเศร้า  ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ชีวิตประจำวัน และความสัมพันธ์ของผู้ป่วยกับบุคคลรอบข้าง คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคซึมเศร้ามักมีภาวะจิตใจตกต่ำหลายครั้งในช่วงชีวิต อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็ยังเป็นคนปกติที่มีความสุขได้ และอารมณ์ดีได้ สลับกับการเป็นโรคซึมเศร้า

โรคไบโพลาร์แบบอ่อน

 โรคไบโพลาร์แบบอ่อน  หรือ โรคไซโคลไทเมีย ผู้ป่วยมักจะมีอารมณ์แปรปรวนระหว่างความรู้สึกครื้นเครงและซึมเศร้าที่ไม่รุนแรง แต่ก็มากกว่าคนปกติทั่วไป ทั้งนี้ โรคไบโพลาร์แบบอ่อนจะคล้ายกับโรคไบโพลาร์ แต่รุนแรงน้อยกว่าและเกิดขึ้นไม่บ่อย

โรคซึมเศร้าชนิดเรื้อรัง (PDD)

ภาวะซึมเศร้าประเภทนี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคประสาทซึมเศร้า คนที่มีภาวะ  โรคซึมเศร้าชนิดเรื้อรัง  มักมีภาวะจิตใจตกต่ำเป็นเวลานาน หรืออย่างน้อยก็  2 ปี  เป็นอย่างต่ำ

โรคซึมเศร้าชนิดเรื้อรังไม่รุนแรงเท่าโรคซึมเศร้าทั่วไป แต่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและความสัมพันธ์ของผู้ป่วยอย่างมาก

ความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง (BPD)

ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งอาจมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง และมีปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง และอาจมีปัญหาในการจัดการพฤติกรรมของตนเอง ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งจะกลัวการถูกทอดทิ้งเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์ให้มั่นคงได้

งานวิจัยบางชิ้นพบว่า   คนทั่วไปราว 5.9% จะป่วยเป็นความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่งในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต

โรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตอื่น ๆ

ความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ อาจทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนหรือที่เรียกว่าโรคจิตทางอารมณ์ เช่น :

  •   โรคจิตเภท: ผู้ที่เป็นโรคจิตเภทจะเห็นภาพหลอนหรือภาพลวงตา ที่ทำให้พวกเขาเห็นภาพที่แตกต่างไปจากโลกแห่งความเป็นจริง โรคจิตเภทส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก

  •   โรคสมาธิสั้น (ADHD): เด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคสมาธิสั้นสามารถรับมือกับอารมณ์ตัวเองได้ แต่ก็จะนำไปสู่ภาวะอารมณ์แปรปรวนในที่สุด ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นจะมีอาการอื่น ๆ ได้แก่ เป็นคนหุนหันพลันแล่น สมาธิสั้น และจดจ่ออยู่กับอะไรได้ไม่นาน

  • โรคความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์ (DMDD): โรคความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์เป็นโรคที่เกิดในวัยเด็ก โดยเด็กจะมีอารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง รวมถึง รู้สึกโกรธ รู้สึกหงุดหงิดมาก ๆ และมีอารมณ์แปลปรวนแบบสุดขั้ว ทั้งนี้ อาการเหล่านี้จะอยู่นานถึง  12 เดือน  ขึ้นไป

    Mood Swings

การติดสารเสพติด

 การใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดในปริมาณมากและต่อเนื่องอาจส่งผลต่อสุขภาพจิต ในบางรายจะมีอารมณ์รุนแรง โมโหง่าย และควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ความเจ็บป่วยทางร่างกาย

ความเจ็บป่วยทางร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือความเจ็บป่วยระยะสุดท้าย อาจมีผลกระทบอย่างมากต่ออารมณ์ของผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นโดยตรง (ผ่านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือการทำงานของสมอง) หรือทางอ้อม (โดยกระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล)

ตัวอย่างของความเจ็บป่วยทางร่างกายที่อาจทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน ได้แก่ :

สาเหตุของอารมณ์แปรปรวนในผู้หญิง

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและไม่คงที่อาจทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมาก ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะ ในช่วงที่มีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ และวัยหมดประจำเดือน

สาเหตุทั่วไปของอารมณ์แปรปรวนในผู้หญิง ได้แก่ :

มีกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)

 กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่าง ก่อนมีประจำเดือน เช่น:

  • อารมณ์เเปรปรวน

  •  ท้องอืด 

  •  เจ็บเต้านม

  • ภาวะซึมเศร้า

  •  เมื่อยล้า

  •  อยากอาหาร

กลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือน  (PMDD)

กลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือน (PMDD) เป็นรูปแบบกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) ที่รุนแรงขึ้น โดยผู้หญิงมากถึง 5%  ในวัยเจริญพันธุ์จะมีภาวะนี้ ทั้งนี้ มักเกิดร่วมกับภาวะซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวล

อาการต่าง ๆ ได้แก่ อารมณ์เปลี่ยนแปลงสุดขั้ว มีอารมณ์หงุดหงิดต่อเนื่อง หรือ  อารมณ์โกรธ  และมีภาวะซึมเศร้า หรือ  มีอารมณ์วิตกกังวล  นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดอาการทางกายภาพที่คล้ายคลึงกับมีกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน

อารมณ์แปรปรวนในระหว่างตั้งครรภ์

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในคุณแม่ตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างกะทันหัน ตลอดจนเกิดความรู้สึกวิตกกังวลและรู้สึกอ่อนไหว การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายอาจส่งผลต่ออารมณ์ของผู้หญิงด้วย

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เหล่านี้อาจชัดเจนมากขึ้นในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก และลดระดับลงเมื่อร่างกายปรับตัวเข้ากับระดับฮอร์โมนที่ไม่คงที่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงบางคนอาจมีอารมณ์แปรปรวนตลอดช่วงระยะเวลาการตั้งครรภ์ได้

วัยหมดประจำเดือน

วัยหมดประจำเดือนเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผู้หญิง เกิดขึ้นเมื่อรอบเดือนสิ้นสุดลง ซึ่ง โดยปกติแล้วจะเกิดกับผู้หญิงในอเมริกาเหนือที่มีอายุระหว่าง  40 ถึง 58   แต่อายุเฉลี่ยที่ 51 ปี

จากข้อมูลของสมาคมสตรีวัยหมดประจำเดือนแห่งอเมริกาเหนือ (North American Menopause Society) ระบุว่า ผู้หญิงมากถึง 23% มีอารมณ์แปรปรวนในระหว่างหรือหลังวัยหมดประจำเดือน  อาการอื่น ๆ ได้แก่ มีอาการร้อนวูบวาบ มีปัญหาการนอนหลับ และไม่มีความต้องการทางเพศ

การรักษาภาวะอารมณ์แปรปรวน

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยที่มีภาวะอารมณ์แปรปรวนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวและไม่รุนแรง ถึงปานกลาง และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอาจไม่ต้องเข้ารับการรักษา

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีภาวะอารมณ์แปรปรวนรุนแรงหรือเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่อาจต้องเข้ารับการรักษา ทั้งนี้ การรักษาจะขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวที่มีว่าเป็นโรคอะไร ซึ่ง ตัวเลือกการรักษา ได้แก่ :

การบำบัดทางจิต

หากภาวะอารมณ์แปรปรวนเป็นผลมาจากภาวะสุขภาพจิต การบำบัดอาจช่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือความสัมพันธ์ การบำบัดสามารถช่วยผู้ป่วยได้ :

  • ช่วยจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

  • ช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะอารมณ์แปรปรวน

  • เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม

  • เรียนรู้ทักษะการเผชิญปัญหาที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม

  • ปรับปรุงทักษะการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสัมพันธ์

การบำบัดยังช่วยให้ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายเรื้อรัง หรือระยะสุดท้ายจัดการกับสถานการณ์และจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น

การรักษาด้วยยา

บางครั้งวิธีแก้อารมณ์แปรปรวนอาจจะต้องใช้ยา โดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาเพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า หรือโรคจิตเภท ซึ่งอาจทำให้อารมณ์แปรปรวนได้ ตัวเลือกเหล่านี้ ได้แก่ :

  •  ยาต้านความวิตกกังวล

  •  ยาแก้ซึมเศร้า

  • ยารักษาโรคจิต

  •  อุปกรณ์ช่วยการนอนหลับ

การรักษาสภาพร่างกาย เช่น  ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ด้วยยาอาจช่วยลดอารมณ์แปรปรวนได้เช่นกัน

การปรับรูปแบบการใช้ชีวิต

การปรับรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ว่าจะทำเพียงอย่างเดียวหรือทำร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ ทั้งนี้ ยังสามารถทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ได้เพิ่มเติมอีกด้วย เช่น:

  • กำหนดตารางการนอนและตั้งเป้าหมายว่าจะนอน 7 – 9 ชั่วโมงทุกคืน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและให้ตรงเวลา

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ

  • จัดการความเครียดด้วยการทำสมาธิ การฝึกจิต โยคะหรืออื่น ๆ

  • จดบันทึกเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และสิ่งกระตุ้นที่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

  • ให้ยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมตามปกติ และติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างสม่ำเสมอ

 เมื่อไรต้องพบแพทย์

ผู้ป่วยควรพบแพทย์ หากภาวะอารมณ์แปรปรวนเป็นไปดังต่อไปนี้

  • เกิดขึ้นบ่อย ๆ

  • เริ่มรุนแรงขึ้น

  • เกิดและกินเวลานานขึ้น (นานกว่าสองสามวัน)

  • ส่งผลกระทบต่องาน ความสัมพันธ์ หรือด้านอื่น ๆ ในชีวิต

  • มีพฤติกรรมที่จะทำอะไรที่เสี่ยง

  • คิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย

คำแนะนำเพิ่มเติม

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยที่มีอารมณ์แปรปรวนอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน หากเกิดอารมณ์แปรปรวน อันเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพจิตหรือสุขภาพร่างกาย ให้รักษาอาการหรือโรคต่าง ๆ เหล่านี้ก่อน เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับอารมณ์ได้ดีขึ้น

ความผิดปกติทางสุขภาพจิตมักจะตอบสนองต่อจิตบำบัด การใช้ยา การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต หรือสามารถรักษาด้วยวิธีทั้ง 3 อย่างรวมกัน บางครั้ง อาจต้องใช้เวลาในการหาวิธีรักษาที่ดีที่สุดเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะอารมณ์แปรปรวน

การป้องกัน

มีหลายเทคนิคที่ช่วยให้เรารับมือกับอารมณ์ของตัวเองได้ ซึ่งช่วยป้องกันภาวะอารมณ์แปรปรวนได้เช่นกัน ได้แก่:

  • ให้ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ

  • ทานอาหารเพื่อสุขภาพและครบ 5 หมู่

  • นอนหลับให้เพียงพอ

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ

  • หาวิธีจัดการความเครียดและกำจัดต้นเหตุของความเครียด

  • หมั่นเขียนบันทึกถึงสภาพอารมณ์ตัวเองเสมอ

  • สังสรรค์กับครอบครัวและเพื่อนฝูงตามปกติ

  • เมื่อเกิดอาการเครียด อย่าเก็บไว้คนเดียว ให้พูดคุยกับเพื่อน คนอื่น ๆ หรือศูนย์ช่วยเหลือ

  • หากปัญหาสุขภาพจิตทวีความรุนแรงขึ้น ให้หาวิธีรักษา

  • ให้ปฏิบัติตามแผนการรักษาหลังแพทย์วินิจฉัยโรคสุขภาพจิตอย่างเคร่งครัด

สรุป

อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อยถึงปานกลางหรือเป็นครั้งคราวนับว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิต ซึ่งอาจเกิดขึ้นบ่อย ในบางโอกาส เช่น เมื่อชีวิตต้องประสบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หรือฮอร์โมนไม่คงที่เนื่องจากการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์

ภาวะอารมณ์แปรปรวนที่รุนแรงและกินเวลานาน หรือเกิดขึ้นเป็นประจำ สามารถบ่งชี้ถึงโรคประจำตัวบางอย่างได้ ซึ่งหากเกิดกรณีเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์ แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจวินิจฉัยภาวะเหล่านี้และแนะนำแนวทางการรักษาได้

ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาสุขภาพจิตสามารถเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ของตัวเองและปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *