บทความสุขภาพ
หายใจไม่ออก (Difficulty Breathing) : อาการ สาเหตุ การรักษา

หายใจไม่ออก (Difficulty Breathing) : อาการ สาเหตุ การรักษา

21.02
1
0

หายใจไม่ออก (Difficulty Breathing) ทั้งในกรณีที่มีอาการรุนแรง และไม่รุนแรง ผู้ที่มีปัญหาการหายใจจะรู้สึกหายใจไม่ออก ทั้งในขณะที่กำลังหายใจเข้าหรือออก เกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

หลายครั้งที่ผู้มีปัญหาในการหายใจจะเกิดอาการหลังออกกำลังกาย หรือเกิดความรู้สึกวิตกกังวล บางกรณีการหายใจลำบากคือสัญญาณเตือนของโรคบางอย่าง จึงจำเป็นต้องหาสาเหตุเพื่อแก้ไข

Difficulty Breathing

สาเหตุของอาการหายใจไม่ออก

ภาวะต่าง ๆ ที่ส่งผลอาการหายใจลำบาก ประกอบไปด้วย

หวัดหรือไข้หวัดใหญ่: ผู้ที่เป็นโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่มักหายใจลำบาก โรคนี้มักทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้:

เมื่อป่วยเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ หรือเกิดการติดเชื้อในทรวงอกจะทำให้เกิดอาการหายใจลำบากได้

โรคหวาดวิตก: ความหวาดวิตกจะส่งผลห้เกิดอาการทางร่างกาย อย่างการหายใจถี่ หรือหายใจลำบาก ภาวะการหายใจมีแนวโน้มกลับสู่ภาวะปกติเมื่อสามารถคลายความหวาดวิตกได้

อาการหวาดวิตกอื่น ๆ ได้แก่ :

  • รู้สึกหวาดวิตก หรือเป็นกังวล

  • อัตราการเต้นของหัวใจถี่ขึ้น

  • รู้สึกไม่สบายตัว

  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย

  • ไม่ค่อยมีสมาธิ

  • พบปัญหาการย่อยอาหาร

กรณีรู้สึกหวาดวิตกมาก ๆ หรือตื่นตระหนกจนเสียขวัญจนเกิดอาการคล้ายหัวใจวาย หรืออาการอื่น ๆ ดังนี้:

โรคหอบหืด: โรคหอบหืด (Ashma) เป็นโรคเรื้อรังที่ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ โรคหอบหืดอาจปรากฎอาการเป็นครั้งคราว เกิดเมื่อสัมผัสกับสิ่งกระตุ้น ความไวต่อสิ่งกระตุ้นในแต่ละคนจะแตกต่างกัน ทั้งการออกกำลังกาย สูบบุหรี่หรือสารก่อภูมิแพ้บางชนิด

อาการหอบหืดที่พบได้บ่อย ได้แก่ :

  • หายใจไม่ออก

  • ไอเรื้อรัง

  • แน่นหน้าอก

  • นอนไม่หลับเนื่องจากไอ หรือหายใจไม่ออก

การสำลัก: การสำลักเกิดขึ้นเมื่อมีวัตถุเข้าไปติดในลำคอ วัตถุนั้นอาจเป็นอาหารชิ้นใหญ่ ของเล่น หรือของที่กินไม่ได้ ที่เด็ก ๆ มักชอบอมเอาไว้ในปาก การสำลักอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากไม่สามารถนำของที่ติดค้างออกมาได้ การกำจัดของวัตถุนั้นจะช่วยให้สามารถหายใจได้ตามปกติ

อาการทั่วไปของการสำลัก ได้แก่ :

  • เกิดการปิดทางเดินหายใจจากวัตถุที่ติดข้าง

  • ไอ

  • หายใจไม่ออก

  • มีอาการตื่นตระหนกและตกใจบริเวณลำคอ

หากวัตถุที่ติดในลำคอปิดกั้นทางเดินหายใจทั้งหมด จะทำให้ไม่สามารถหายใจได้ นับเป็นเหตุร้ายแรงต่อชีวิต

สัญญาณที่บ่งบอกว่ามีวัตถุติดลำคอ ได้แก่ :

  • สลบไม่ได้สติ

  • ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

  • หายใจไม่ออก

  • ไม่สามารถพูดได้

หายใจลำบากหลังรับประทานอาหาร: ปัญหาสุขภาพบางอย่างอาจทำให้เกิดปัญหาหายใจลำบากหลังรับประทานอาหารได้ อาการหายใจถี่หลังรับประทานอาหารมากเกินไป คืออาการหนึ่งของผู้ป่วยเป็นโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เนื่องจากอาหารจะเข้าไปเบียดกะบังลมและทำให้หายใจลำบากขึ้น

กรดไหลย้อนก็ส่งผลต่อการหายใจ เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารที่ไหลไปยังหลอดอาหาร จะทำให้เยื่อหลอดอาหารเกิดอาการระคายเคือง ทำให้หายใจลำบาก และ กรดไหลย้อนยังส่งผลให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้

หายใจลำบากหลังออกกำลังกายหรือเป็นโรคอ้วน: ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำอาจมีอาการหายใจลำบาก

น้ำหนักตัวหรือการไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคือสาเหตุของอาการหายใจลำบาก ควรหมั่นออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพื่อลดอาการดังกล่าว

โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง: โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังเกิดจากความผิดปกติในปอดหลายอย่างรวมกัน ทั้งโรคหอบหืดเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังมักแย่ลงในเวลากลางคืน เนื่องจากวิธีการหายใจขณะนอนหลับ

โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังทำให้เกิดอาการต่างๆเช่น:

  • หายใจถี่

  • เจ็บหน้าอก แน่นอก หายใจไม่ค่อยออก

  • ไอ

  • เหนื่อยง่าย เพราะออกซิเจนในเลือดลดลง

  • ถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลมโป่งพอง : ถือเป็นหนึ่งในอาการของโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพองจะทำให้ถุงลมแฟบและทำลายถุงลมได้ การสูดดมควันบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคนี้

อาการหลักของโรคถุงลมโป่งพอง ได้แก่ :

  • ไอ

  • เสมหะเพิ่มขึ้น

  • หายใจถี่ในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ

การแพ้ชนิดรุนแรง : อาการแพ้อย่างรุนแรงเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที มักเป็นอาการแบบเฉียบพลัน แต่ก็อาจมีสัญญาณและอาการเตือนล่วงหน้า

อาการแพ้ชนิดรุนแรง ได้แก่:

  • ลมพิษ

  • รู้สึกแน่นในลำคอ

  • หายใจลำบาก

  • เสียงแหบ

  • อาเจียน

  • อาการปวดท้อง

  • หัวใจหยุดเต้น

  • เวียนหัว

  • หัวใจเต้นเร็ว

  • คลื่นไส้

  • ความดันโลหิตต่ำ

  • รู้สึกไม่สบายตัว

  • แน่นอกหายใจไม่ค่อยออก

การตั้งครรภ์ : เมื่ออายุครรภ์ทารกในครรภ์จะมีขนาดใหญ่ และเริ่มเบียดอวัยวะและกล้ามเนื้อโดยรอบ รวมถึงกะบังลมซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบริเวณใต้ปอดจึงทำให้หายใจลำบาก นอกจากอาการมดลูกเบียดแล้ว ในระหว่างตั้งครรภ์ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ร่างกายผลิตขึ้นมามากในระหว่างตั้งครรภ์ ยังส่งผลให้การหายใจลึก ๆ ทำได้ยาก

หากมีอาการอื่นร่วมแสดงว่าการตั้งครรภ์อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์

หัวใจวาย : การหายใจลำบากเป็นสัญญาณเตือนทั่วไปของอาการหัวใจวาย ดังนั้นหากมีอาการดังต่อไปนี้ควรไปพบแพทย์ทันที:

  • อึดอัดบริเวณหน้าอก

  • หายใจไม่ค่อยออก

  • รู้สึกไม่สบายบริเวณหลัง กราม คอ ท้อง หรือแขนข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง

  • ตาพร่ามัว

  • เหงื่อเย็นชื้น

  • คลื่นไส้

การวินิจฉัยอาการหายใจลำบาก

สาเหตุของการหายใจลำบากมีหลายสาเหตุ เมื่อพบว่ามีอาการหายใจลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุควรรีบไปพบแพทย์ นอกจากถามเกี่ยวกับอาการแล้ว แพทย์อาจพิจารณาทดสอบเพิ่มเติม ดังนี้:

  • การทดสอบภูมิแพ้

  • เอ็กซ์เรย์บริเวณหน้าอก

  • ทดสอบการทำงานของปอด

  • การทำ CT สแกน

  • การตรวจวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด การทดสอบการหดเกร็งของหลอดลม

  • ปริมาณก๊าซต่าง ๆ ในเลือด

ใครบ้างที่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาการหายใจ

ตัวอย่างกรณีเด็กมีความเสี่ยงต่อการสำลักมากกว่าผู้ใหญ่ ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นโรคถุงลมโป่งพองได้สูงกว่า  ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดมีความเสี่ยงพบปัญหาการหายใจหลังออกกำลังกาย หรือสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้

การรักษาอย่างต่อเนื่อง และการรับประทานอาหารที่สมดุล มีประโยชน์ต่อร่างกายสามารถช่วยป้องกันปัญหาต่าง ๆ ของการหายใจได้

อาการหายใจไม่ออก

อาการหายใจไม่ออกคืออาการหายใจไม่อิ่ม ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจยากขึ้นแต่ก็ยังหายใจได้อยู่ โดยทั่วไปอาการนี้จะทำให้ผู้ป่วยต้องออกแรงในขณะหายใจ ผู้ป่วยรู้สึกหายใจไม่ออก ผู้ป่วยรู้สึกแน่นหน้าอก

การรักษาอาการหายใจลำบาก

การรักษาอาการหายใจลำบาก คือการรักษาที่สาเหตุ รวมถึง:

  • การกำจัดวัตถุที่ติดในลำคอ กรณีการสำลัก

  • การรักษาด้วยยา

  • เครื่องช่วยหายใจสำหรับโรคหอบหืด และภาวะทางเดินหายใจส่วนบน

  • ยา Epinephrine autoinjector (EpiPen) ใช้แก้ไขอาการสำหรับการเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง

  • การรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ในกรณีของกรดไหลย้อนและรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง

  • ยาลดกรดสำหรับโรคกรดไหลย้อน

บางกรณีสามารถปรับปรุงการหายใจได้โดยฝึกการหายใจเฉพาะเพื่อเพิ่มความจุของปอด

การรักษาด้วยแพทย์

ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ทันทีหากพบปัญหาในการหายใจจนทำให้รู้สึกเป็นลม หรือเกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับอาการหัวใจวาย หรือผู้ที่หายใจถี่โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีปัญหาการหายใจอื่น ๆ ร่วม

นี่คือแหล่งที่มาในบทความของเรา

ความคิดเห็น (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *